ReadyPlanet.com


10 ธันวาคม วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ มาช่วยสอนหลักรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยกันหน่อย


รัฐธรรมนูญคืออะไร  ของอเมริกา ของอังกฤษ และ ซานมาริโน  ถือว่าเก่าแก่ที่สุด  อย่างไร ? ของไทย  อย่างไร ???  วันนี้เสื้อแดงจัดกิจกรรมครบรอบรำลึก 8 เดือนผ่านฟ้า สลายชุมนุมแยกคอกวัว  รายงานว่าประชาชนมามาก  จราจรติดไปจนถึงเวลาเลิกชุมนุมราว 20 นาฬิกา 



ผู้ตั้งกระทู้ ประยุกต์ นามเสพ :: วันที่ลงประกาศ 2010-12-10 19:27:33


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3276605)

รัฐธรรมนูญที่เราต้องการนั้นก็คือ   รัฐธรรมนูญของประชาชน  เพื่อประชาชน  และโดยประชาชน   ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆีกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-11 21:27:24


ความคิดเห็นที่ 2 (3276606)

ความหมายของผมก็คือ   ไม่ต้องตีความครับ    เราไม่ต้องการนักนิติศาสตร์  นักกฎหมาย   ทนายความ  ในสังคมเราวันนี้

 

เพราะเราไม่มีเวลาตีสำนวน 

เพราะโลกไปเร็ว  และเร่งรัดมาก................... เราช้า  โลเลเหมือนศาลรัฐธรร มนุญ  มนุษย์เงินเดือน  ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมไปอีกไม่ได้  

 

เราต้องรีบเร่งทำ       ทำมาหากิน  ให้ทันโลกเขา

 

เราไม่อยากเสียเงิน  ทอง   เป็นค่าจ้างพวกที่เรียกตนเองว่านักกฎหมาย  ทนายความ   และ  ตุลาการ   เสียดายเงิน........

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-11 21:32:30


ความคิดเห็นที่ 3 (3276608)

ผมเป็นคนบ้านนอก       อายุร่วม 100 ปีแล้ว        ผมเคยเห็นสังคมชนบทก่อน ๆ   เขาไม่ต้องตีความกฎหมายเลย   เขาก็ตัดสินได้ และได้รับการยอมรับ

 

เช่นเวลาควายไปกินข้าวในนาเพื่อนบ้าน    ............    ไม่มีกฎหมายลายลักษณ์อักษรให้มาตีความหรอก     แต่เขาสามารถเรียกคู่กรณีมาและตัดสินลงโทษ ให้เจ้าของควายเสียค่าปรับไหมฐานควายไปกินกล้าเขาได้    

 

นั่นคือรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรในสังคมไทย    

 

ผมอยากให้มีแบบนี้  จึงกล่าวว่า    รัฐธรรมนูญที่เราต้องการคือ รัฐธรรมนูญของประชาชน  เพื่อประชาชน   และ  โดยประชาชน

ไม่ต้องการนักกฎหมายมาตีความ   .......   เสียเวลา ......

 

 

และไม่ต้องการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาตั้งตนเป็นผู้รู้       (ที่จริงโง่แกมอวดดี)       คอยชี้ว่าอย่างนี้จึงจะถูกต้อง     ..............  ประชาชน   โง่   ต้องฟังเขา.........

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เมฆิน ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-11 21:40:58


ความคิดเห็นที่ 4 (3276609)

เช่นชี้ว่า   เกินเวลา 15 วัน    ยกฟ้อง

 

 

เสียดายเงิน                 มนุษย์เงินเดือนเช่นนี้ไม่เคยนึกเลยว่าเงินทองกว่าจะหามาได้      หามาจ้างคุณทำงานด้วยราคาแพง ๆ  นั้น    มันยากเย็นขนาดไหน   และมันเป็นธรรมหรือ   ที่ประชาชนอยากให้ตัดสินความผิดความถูก    แต่ก็ไพล่ไปตีสำนวนแบบศรีธนญชัยไปนู้น   .........   มันเรื่องอะไรที่คุณต้องไปช่วยรัฐบาลเขา      หน้าที่ใครก็หน้าที่มัน.......เพียงตั้งหลักของตนให้มั่นคง  ไม่เอนไปเท่านั้น      คนก็ศรัทธา   และมาอาศัย     อย่างนี้อาศัยไม่ได้   คนก็ไม่ศรัทธา     อะไร ๆ ก็จะโลเลไปหมด   

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-11 21:48:55


ความคิดเห็นที่ 5 (3276610)

อย่างเช่นหนุ่มมือบอนไปจับนมสาว       สมัยนั้นเขาเรียกมาปรับไหมได้เลย   ไม่ต้องตีความ.........

 

ชาวบ้านก็มาชุมนุม และชาวบ้านทุกคนต่างชี้ไปตรงกันหมดว่า  ไอ้หนุ่ม แกต้องเสียค่าปรับไหม  ..................

 

หมายความว่า   กฎหมายของประชาชน  ๆ  ทุกคนต่างเข้าใจตรงกันในเจตนารมณ์ของกฎหมาย  .......................   ไม่ต้องการตุลาการ  หรือ  นักกฎหมาย   ทนายความ.........................  มาชี้.................มาสั่ง   มาอวดรู้....................   มากินเงินเดือน ค่าจ้างเปล่า ๆ......

ผู้แสดงความคิดเห็น บรม วันที่ตอบ 2010-12-11 21:54:47


ความคิดเห็นที่ 6 (3276611)

แถมตั้งตนเป็นผู้สูงสุด  ใครเถียง  ใครวิจารณ์ไม่ได้    ....................    นั่นมันเผด็จการนี่ครับ     

 

หลงตัวเองหรืออย่างไร   ?    นี่ยุคเสรีชน   ยุคประชา-------ธิปไตย

 

คุณลาออกวันนี้     ก็มีคนเก่งพอที่จะเข้าไปนั่งแทนที่คุณได้    ในทันที     

ผู้แสดงความคิดเห็น บรม วันที่ตอบ 2010-12-11 21:58:18


ความคิดเห็นที่ 7 (3276612)

ไม่ต้องไปดูที่อังกฤษหรอกครับ   เมืองไทยก็มี        กฎหมายท่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร............  

และบังเอิญของอังกฤษ   เป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประชาธิปไตย      ........    แบบชาวบ้านที่ยกมาข้างต้นนั้น............    หมายความว่าประชาธิปไตยอังกฤษพัฒนามาไกล   โดยประชาชน    ประชาชนจึงมีความเข้าใจในเรื่องราวของพวกเขาเอง   นั่นคือ   อำนาจเป็นของพวกเขา.........        และทุกรุ่นของประชาชน   ต่างยืนยัน   หวงแหนอำนาจนั้น

 

พอ ๆ กับของอเมริกา    แม้เป็นลายลักษณ์อักษรสั้น ๆ   แต่นั่นเป็ฯเพียงส่วนหนึ่ง   อีกส่วนหนึ่งชาวอเมริกันไม่จำเป็ต้องเขียนออกมาเป็ฯลาย ลักษณ์อักษร  แต่มันอยู่ในสายเลือดของเสรีชน  เป็นประเพณีแบบเดียวกับของอังกฤษ................   และตั้งแต่   มีรัฐธรรมนูญอเมริกันในปี 1789 (พ.ศ.2332  เป็นเวลา 221 ปีมาแล้ว)   ก็ไม่เคยมีการแก้ไขอีก.................   เพราะพวกเขาเข้าใจหลักการประชาชนแบบประชาธิปไตย

 

ส่วนของไทย   คนที่ไม่เข้าใจประชาธิปไตยเลย  ก็คือคนผู้ร่างรัฐธรรมนูญ คณะต่าง ๆ   นั่นเอง..............และคณะผู้เกิดมาตามรัฐธรรมนูญ  อย่างเช่น   ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนี่     ไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับประชาธิปไตยเลย..

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บรม วันที่ตอบ 2010-12-11 22:16:38


ความคิดเห็นที่ 8 (3276631)

จึงมีรัฐธรรมนูญที่มีอายุการใช้งานสั้นที่สุดในโลก   คือรัฐธรรมนูญไทยฉบับหนึ่ง  

 

ไทยจึงมีชื่อกับโลกเขาในด้านรัฐธรรมนูญ    แต่มีชื่อในทางลบ

ที่บ่งบอกถึงความไม่ประสีประสาทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย   และคนผู้เขียนรัฐธรรมนูญ  ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ 

 

และบอกถึงความล้าหลังทางการปกครองแบบประชาธิปไตย............. ที่โลกต้องการ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ วันที่ตอบ 2010-12-12 09:08:13


ความคิดเห็นที่ 9 (3276632)

น่าเศร้าใจ     ที่อุตส่าห์มีชื่อกับเขาด้วย   ในเรื่องที่ศิวิไลส์      แต่เป็นลำดับโหล่ในหมู่ผู้สิวิไลส์.....

 

เหมือนนายกรัฐมนตรีไทยคนหนึ่ง อุตส่าห์ไปเรียนจบเมืองนอกเมืองนามาจากอังกฤษ    คนนึกว่าทันสมัยดีก็เลื่อมใส     แต่แล้วกลับปรากฎว่า   ประชาธิปไตยคืออะไร   รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยคืออะไร      ไม่กระดิก........... ผิดหวังกันทั้งประเทศ  

ผู้แสดงความคิดเห็น บรม วันที่ตอบ 2010-12-12 09:13:01


ความคิดเห็นที่ 10 (3276635)

ขณะนี้ ดาวเทียม PAS-7/10
4090-9370  - Auto - H

 

ช่องโทรทัศน์เกาหลีชื่อว่า  27 Arirang Tv    

ร่วมกับมหาวิทยาลัย Hallym University  เกาหลี  กำลังถ่ายทอดการสัมมนาเรื่อง    The Fair Society and Global Leadership

ดร. Ludger Kuehnhard กำลังอภิปรายอยู่     มีอีก 7 ท่านเป็นลำดับต่อไป   ......  พูดภาษาอังกฤษ  มีคนฟังเต็มห้องประชุม  ล้วนแต่งตัวดี ๆ  มีแววเฉลียวฉลาดทั้งชายหญิง คนหนุ่ม สาว คนแก่.......

 

ดร.ลุดเกอร์ จบลงแล้ว    มี   Professor of Law  อภิปรายต่อ 

 

จงสังเกตว่าเขาพูดเรื่องอะไร    ............    The Fair Society    สังคมที่แฟร์  คำว่าแฟร์ในภาษาฝรั่ง หาคำไทยแปลให้ตรงยาก   มันหมายถึงจิตใจที่สูงส่งและเป็นธรรม สะอาดในการต่อสู้    ประมาณนั้น    ......   สังคมจะมีจิตใจได้ขนาดนั้นหรือไม่     เกาหลีคณะนี้กำลังถกกันอยู่    

 

และเรื่อง      Global  Leadership  

เขาพูดเรื่องที่สูง ๆ  ละเอียด  ทันสมัยขนาดไหน ?????

 

เมืองไทยมีอย่างนี้ไหม  ..........     ในด้านการนำทางความคิดอ่าน สติปัญญา.........

 

ผู้นำระดับ  Global  Leadership   ดูจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว  เศร้าใจ    กรณีประชุม  ASIAN  SUMMIT  ที่พัทยา เดือน เมษายน 2553 นั้น   ที่ไปขู่ผู้นำเขมรกลางที่ประชุมนานาชาติ    แม้กระทั่งมารยาทเจ้าบ้านแบบไทย ๆ ยังไม่มีเลย   อดสูจริง ๆๆ   

แล้วมีไหม  สิ่งที่เรียกว่า  Fair Play   ...........    ไม่มี....................

แค่ถาม   ทำงานเป็นไหม     ก็ไม่เป็น    แล้วอยู่ทำไม  ?????

 

ฟัง ๆ สัมนาแล้วความหมายเป็นเช่นนี้   ครับ   ใจกว้าง ๆ หน่อย   

เรียนรู้ประชาธิปไตย  สร้างสปิริตประชาธิปไตยสิครับ   ชาติไทยจึงจะเขยื้อนไปได้    

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-12 09:40:31


ความคิดเห็นที่ 11 (3276637)

Professor of Law   มาจากมหาวิทยาลัย   John Hopkins  

 

คนอื่น ๆ  ล้วนระดับโลก....รวม 6 คนด้วยกัน............ ดร.ลุดเกอร์ นั้นดูไม่ทันว่ารับรางวัลระดับโลกไปกี่รางวัลแล้ว..................

 

เห็นวอยส์ทีวีเอานักวิจัยตลาดฝรั่งคณะหนึ่ง   เป็นโปรเฟสเซอร์   มาพูดเรื่องการตลาด.................   ดีมาก ๆ    เยี่ยม   .   อยากให้คนไทยรู้จักฟังเรื่องอะไร ๆ  ที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมเดิม ๆ ไทยยุคเจ้าขุนมูลนายบ้าง  จะได้เปิดไปสู่  Global Leadership  ได้  

 

แบบที่เอาเส้นไปขีดที่เขาพระวิหารนั้นน่ะ    ล้าหลังจริง ๆ        สุดกู่         ถ้าเป้นนโยบายของพรรคการเมืองใหม่  และประชาธิปัตย์  ก็ลองดูนะ  คนอาจจะแห่ลงคะแนนเสียงให้ท่วมท้นก็ได้     แต่........   ก็จะไม่ล้าหลังอย่างไร มองไม่เห็น

เพราะขาดลักษณะของ    Global   ไปแล้ว  

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-12 10:01:01


ความคิดเห็นที่ 12 (3276639)

ระดับ Global  Leadership  ต้องทักษิณครับ    ท่านอดีตประธานาธิบดี  Gloria Makapakal Aroyo  แห่งฟิลิปปินส์  ยกย่องว่าเป็นผู้นำแห่งการพัฒนาระดับลัทธิ   ทักษิโณมิคส์     ทำให้ทหารอิจฉา   ทหารอย่างเปม ฯ   พลเรือนอย่างชวนแห่งประชาธิปัตย์    และให้เจ๊กลิ้มดิสเครดิตถ์   จนเจ็กลิ้มจะกระอักเลือดตายอยู่เท่าทุกวันนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น ขนิติ ขันคำ วันที่ตอบ 2010-12-12 10:11:55


ความคิดเห็นที่ 13 (3276724)

คนไทยคงต้องเสียค่าโง่อีกมากในการเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย  คงต้องถูกสูบเลือดสูบเนื้ออีกนานกว่าจะรู้สึกว่าพรรครัฐบาลนี้แกไม่ประสีประสาเรื่องการเมืองแบบประชาธิปไตย  ไม่ประสาเรื่องเศรษฐกิจสังคมแล้วจะนำชาติไทยให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างไร  ทุกวันนี้ก็เห็นแต่นายกไปปาฐกถาไม่รู้ว่าพูดแล้วประเทศไทย  คนไทยได้อะไรบ้าง และสื่อฟรีทีวีของไทยก็ยังหลับหูหลับตาเชียร์ทุกช่อง รายการเชื่อมั่นประเทศไทยประชาชนยิ่งฟังยิ่งงงไม่รู้ว่าแกพูดเรื่องอะไร  สงสัยเหมือนกันว่ารัฐบาลนี้เขาไม่รู้สึกลำบากใจบ้างหรือที่ทำอะไร  แก้ปัญหาอะไรไม่เป็นสักอย่าง ถ้าเป็นผู้นำรัฐบาลในประเทศอื่นเขาลาออกไปตั้งนานแล้วไม่ต้องให้มีประชาชนมาไล่ เพราะเขากลัวประเทศเสียหายและกลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลหากประชาชนดูแคลนที่ทำงานใหญ่ไม่สำเร็จ  นี่แหละรัฐบาลอุ้มสม  หากมีความรู้ความสามารถจริงก็คงมาจากความนิยมชมชอบของเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-12-13 00:58:21


ความคิดเห็นที่ 14 (3276725)

ไม่แปลกใจเลยว่ากฎหมายไทยทำไมถึงอ่านไม่รู้เรื่อง  เพราะพวกนักกฎหมายล้าหลังชอบตีความสับบัดสำนวนนี่เอง และตีความเข้าข้างความคิดของตนเองที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง  แต่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม เพราะถ้าชาวบ้านอ่านแล้วเข้าใจง่ายๆตรงกันหมดการตัดสินแบบศรีธนญชัยคงไม่เกิดขึ้น คนไทย  ประเทศไทยเสียโอกาสดีๆมามากแล้วจากการมีนักกฎหมายฉ้อฉลคร่ำครึหลงตัวตนว่าตนเองฉลาด ถึงเวลาที่ประชาชนจะออกกฎหมายฉบัยบประชาชนได้แล้ว  ประเทศที่เจริญแล้วเขามีกฎหมายที่ตรงไปตรงมาจึงรักษาความยุติธรรมไว้ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น วิญญูชน วันที่ตอบ 2010-12-13 01:06:05


ความคิดเห็นที่ 15 (3276892)

ทำไมรัฐธรรมนูญจึงไม่ต้องแก้ไข   ก็เพราะคนเข้าใจตรงกันหมด  คนทั้งแผ่นดินเข้าใจตรงกันหมด  เช่นของอเมริกา    และถึงแม้ไม่เขียนเอาไว้  แต่เมื่อเป็นเรื่องของประชาธิปไตยแล้ว  คนเขาเข้าใจ  และหวงแหนอำนาจว่าเป็นของพวกเขา  พูดขึ้นมาก็เข้าใจตรงกันหมด  อยู่ในสายเลือดของเสรีชน  ๆ ทุกคนในประเทศ  เช่นชาวอังกฤษ   เขาก็ไม่จำเป็นด้วยซ้ำที่จะต้องเขียนลงเป็นลายลักษณ์อักษร  เพราะมันเขียนไว้ในใจของประชาชนอังกฤษทุกคนอยู่แล้ว .......................   สมเพช  ที่รัฐธรรมนูญไทยเขียนอย่างดี   แต่เป็นเพียงเรียงความเรื่องหนึ่ง  ที่อ่านกันไม่รู้เรื่อง ...................แล้วก็มาตีความกันเรื่องสำนวนของภาษาของรัฐธรรมนูญอยู่ตลอดเวลา    ไม่เคยเอาไปใช้อย่างจริง ๆ จัง ๆ  ก็เพราะไม่รู้จะใช้อย่างไร  อ่าน  ฟัง  ไม่รูเรื่อง    ....

 

ผมจะยกตัวอย่างก็ได้      เช่นนายอานันท์  ปัญญาระชุน   เป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ     ร่างเสร็จเรียบร้อย  เอามาใช้แล้ว   ยุบไปเรียบร้อย..............

วันหนึ่งผมเห็นแกออกรายการทางโทรทัศน์เรื่องรัฐธรรมนูญ    ผมเห็นแกหัวเราะเอิก ๆ  อาก ๆ  แล้วก็มีคนถามว่า   ทำไมกำหนดเอาไว้ให้คุณสมบัติ สส.ต้องมีคุณวุฒิปริญญาตรี.................   ผมเห็นแกหัวเราะเอิก ๆ อาก ๆ ไปกว่าเก่า  แล้วได้ยินแกพูดว่า ....... นั่นซีครับ  ความจริงผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดคุณวุฒิไว้เช่นนั้น   แต่มันออกมาอย่างนี้ได้อย่างไร  ???................

 

แสดงตัวว่าตนฉลาด ใจกว้างขวาง เป็นประชาธิปไตย   ประมาณนั้น.............แต่ที่จริง  ไม่รู้เรื่อง.....

 

  

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆีกเมฆ วันที่ตอบ 2010-12-13 22:01:27


ความคิดเห็นที่ 16 (3276897)

ถ้านายอานันท์ไม่เห็นด้วย  ทำไมแกไม่แก้ตั้งแต่ขณะนั้น  ที่แกเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญอยู่ล่ะ       ปล่อยมาถึงจนเขาเลิกใช้ไปแล้ว จึงค่อยพูดว่าตนไม่เห็นด้วย  แล้วไปโทษนั่นโทษนี่ไป       เข้าใจเลี่ยงไปเลี่ยงมาเหมือนพวกประชาธิปัตย์ไม่มีผิด.....

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ วันที่ตอบ 2010-12-13 22:25:43


ความคิดเห็นที่ 17 (3277289)

นี่ก็ศรีธนญชัยเราดี ๆ นี่เอง ผมจึงบอกว่าแท้ที่จริงคนระดับสูงของสังคมต่างหากที่เป็นตัวการกีดกั้นประชาธิปไตย  โดยเรื่องที่น่าละอาย คือโง่เขลา ไม่เข้าใจประชาธิปไตย ครับ  

ผู้แสดงความคิดเห็น กระวิน วันที่ตอบ 2010-12-16 15:11:48


ความคิดเห็นที่ 18 (3277304)

อย่างเช่นเรื่องแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ  ไปเขียนเอาไว้ทำไมตั้งเยอะแยะ ยืดยาว   แล้ว ยังไง ?.

 

อย่างเช่น.....แนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม  อุตส่าห์เขียนไว้อย่างดี  ............  แล้วยังไง.................  กลายเป็นตุลาการภิวัฒน์ไปได้อย่างไร    กลายเป็นสองมาตรฐานไปได้อย่างไร..........................และกลายเป็นกระบวนการยุติธรรมศรีธนญชัยไปได้อย่างไร  ?????

 

รู้เรื่องหรือเปล่านี่ ????

ผู้แสดงความคิดเห็น เมฆิน ฆิกเมฆ วันที่ตอบ 2010-12-16 15:33:45


ความคิดเห็นที่ 19 (3277306)

นโยบายทางการเมือง   เป็นเรื่องของพรรคการเมืองเขา..........................ให้เขาสู้กัน

 

และที่เป็นประเด็นคือ  เราจะไปจำกัด หรือกำหนดขอบเขตให้นโยบายไม่ได้...............

นโยบายย่อมต้องเป็นอิสระ............... เป็นเสรี...................เหมือนคน  เสรีชนนั่นแหละครับ.......

เพราะสิ่งที่กำหนดนโยบายนั้นย่อมมีส่วนของเทคนิก และเทคนิกย่อมเจริญพัฒนาไปไม่หยุด..........ถ้าเราไปกำหนดให้นโยบายเป้นสิ่งตายตัว ก็จะปิดกั้นโอกาสที่เราจะได้ใช้เทคนิกที่เจริญ....................................ก็จะเหมือนกฎหมายศรีธนญชัยที่ล้าหลังนั่นเอง   ก็จะทำอะไรไม่ได้  ก็จะได้แต่วนไปวนมา    .................. และไม่ส่งเสริมในด้านการศึกษาวิจัยสังคมและนโยบายของพรรคการเมือง  

 

นี่เป็นเรื่องนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องเข้าใจนะครับ  ไม่ใช่สอนนะครับ   แต่เราต้อง เข้าใจว่า  ยุคนี้ไปเร็ว  และต้องมีส่วนของเทคนิกประกอบนโยบายเสมอไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

แล้วคุณจะกำหนดนโยบายเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อกั้นตนเอง  กั้นพรรคการเมือง  ให้หยุดอยู่กับที่ทำไม   ???  และในระบอบประชาธิปไตยมีผู้เขียนนโยบายเก่ง รอบคอบพอเท่าพรรคการเมืองหรือ  ?

พรรคการเมืองกับนโยบายเป็นของคู่กัน  พรรคการเมืองมีหน้าที่อยู่ตลอดเวลาในเรื่องนี้ เพราะเกี่ยวกับความอยู่ดีกินดีของประชาชน  ผู้เป็นนาย

ทางที่ถูกจึงต้องปล่อย.......  ให้นักการเมืองและพรรคการเมืองทำการศึกษาวิจัยสังคมและเทคนิก เพื่อหานโยบายที่ทันสมัยมาใช้ได้  ปรับปรุงไปได้    ตามความฉลาด  ตามการมองกาลไกล ของนักการเมืองและพรรคการเมืองเอง   ......... อันเป็นการสอดคล้องกับหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จำเป็นและสำคัญยิ่ง  

พรรคฯไหนไม่ทัน  ก็ปล่อยให้งมโข่งไป (เช่นการเมืองใหม่  ภูมิใจไทย  และ  ประชาธิปัตย์  )    และประชาชนเขามองออกมองได้   ว่าพรรคไหนสามารถตามโลกได้ดีกว่า  ทำอะไรได้ดีกว่า  สนองกาลสมัยได้ดีกว่า..........

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-16 15:55:05


ความคิดเห็นที่ 20 (3277413)

       เห็นด้วย         อนุญาตให้พูดต่อได้........ฮิฮิ !!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาชนแดง วันที่ตอบ 2010-12-17 09:21:15


ความคิดเห็นที่ 21 (3277421)

อย่างประชาธิปัตย์นี่แย่มาก ๆ.....................  โอท๊อปเขาดี ๆ  กำลังเดินหน้าอยู่แท้ ๆ      ทำเขาพังหมด............

 

30 บาทรักษาทุกโรค ของทักษิณ       หมออภิสิทธิ์ใส่เกทับไปว่า   รักษาฟรีทุกโรค........................  แล้วอย่างไร......................พังไปอีก   พังทั้งหมด   ประชาชนรอวันตายเหมือนเดิม...........................

 

เพราะข้อเท็จจริงคือ    พวกรักษาฟรี  ก็ได้ยาราคาถูก ๆ ๆ      แบบคนไข้อนาถา  เท่านั้นเอง  ผู้มีสิทธิ์หายจากโรคก็ต้องมีเงินจ่ายค่ายาที่แพง  พวกเศรษฐีมีเงิน  เท่านั้น   ประชาชนธรรมดา ๆ ถูกหลอก   และรอวันตายเท่านั้นเอง .................  หมออภิสิทธิ์ นายกฯเด็ก  ไม่ได้รับรู้ว่าพอสั่งนโยบายไปแล้ว  ผลมันจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน ..................  มองแค่การโฆษณาชวนเชื่อไปวัน ๆ     ไม่มีความรักในประชาชนโดยแท้จริงใจ  อันเกิดจากจิตที่เมตตา        ไร้จิตใจของผู้เป็นใหญ่ 

 

(ผมหมายถึงแม้ในระบอบเผด็จการ ผู้เป็นใหญ่ก็ต้องมีคุณธรรมของเขาควบคุมส่วนของการปกครองประชาชนอยู่เสมอ.................   เช่นในเมืองพุทธ   ก็เอาหลักธรรมพุทธมาประกอบเป็นหลักเผด็จการเสมอ.......  ที่เลื่องชื่อก็คือ  ทศพิธราชธรรม  อย่างไร    แต่หมออภิสิทธิ์  แกไม่เข้าใจเลย    ไม่เข้าใจทั้งการปกครองระบอบเก่า และระบอบใหม่ของประชาชน....)   

 

นักลอกกากนโยบาย  อย่างไม่ละอายใจ       ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้  นั่นเอง

(โดยไม่เข้าใจว่า การกระทำเช่นนั้นถือว่า ไร้จรรยาบรรณ  ไร้ความเป็นผู้ดี  ในระบอบประชาธิปไตย   หรือแม้ระบอบไหน ๆ)

 

ก็เอาตัวเองยังไม่รอด   แล้วจะแบกภาระของประชาชนทั้งชาติไปได้อย่างไร................

 

ชาวไทย ขอให้คิดดูหน่อย    คิดให้สอดคล้องกับความคิดโลกเจริญรุดซีกประชาธิปไตย ....................  เช่น  ความคิดของ   สิทธิมนุษยชนเอเซีย  ที่ออกมาวิพากษ์รัฐบาลไทยเร็ว ๆ นี้..........(เรื่อง สองมาตรฐาน   และ  เลือกปฏิบัติต่อประชาชน.............และเผด็จการทหารโดยแท้จริง  ยิ่งกว่าพม่า.....)

 

 

 

เพราะนี่คือผลของการมีบุคคลากรล้วนนักกฎหมายหัวเก่า ๆ    อยู่เต็มพรรคไปหมด (ดูนายชวน หลีกภัยเป็นไร   พอสินามิ  แกก็อ้างว่าไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้าน  ทั้ง ๆ ที่ท่วมบ้านตัวเองทั้งหมด......นี่คือศรีธนญชัยตัวจริง)   และแน่นอน   เป็นที่มาของนโยบาย  และการบริหาร-การปกครองแบบศรีธนญชัย............

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชัย ชัยกำภู วันที่ตอบ 2010-12-17 09:47:42


ความคิดเห็นที่ 22 (3277426)

แล้วพอเขาปราบปรามยาเสพติด      แกก็เข้าข้างนักค้ายา     อ้างว่ารัฐบาลทักษิณละเมิดสิทธิมนุษยชน.........แกพูดอย่างกับว่าพวกก่อการร้ายค้ายาเป็นผู้ก่อการดีอย่างนั้น  .........   หัวหมอจริง ๆ .........       แล้วยังไง      ก็ยุคอภิสิทธิ์ - ปชป. ยาเต็มบ้านเต็มเมือง ..... วางขายเต็มตลาด   ทำอะไรได้บ้างล่ะ.......   ถ้ารัฐบาลไม่รีบทำ...............  คนจะคิดถึงทักษิณ และลบล้างคำพูดของคุณที่ว่าทักษิณละเมิดสิทธิมนุษยชน ฆ่าประชาชน.....ศพ.......(นายสุเทพว่าฆ่าตั้ง 2-3พันศพนู่น......  นี่คำพูดของมนุษย์วานร 1.8 ล้านปี โผล่มาอีกแล้ว)

 

มันไม่เหมือนเหตุการณ์ล้อมปราบประชาชน  19 พ.ค. 2553   นะครับ...........ขอให้ดูข้อเท็จจริงและใจกว้าง ใจนักเลงกันหน่อย..........................................

 

อย่าฟ้องผมนะครับ   ขอร้อง............

และอย่าปิดเวบเขาล๋ะ.............................ขอร้อง..............

(ผมทำมาหากิน  ใช้สิทธิวิพากวิจารณ์ตามหลักประชาธิปไตย  ....หากฟ้องร้อง  ไม่มีเวลาทำมาหากินนะครับ............ผมไม่ได้หากินตีนโรงตีนศาลเหมือนพวกคุณ)

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิชัย ชัยกำภู วันที่ตอบ 2010-12-17 10:11:48


ความคิดเห็นที่ 23 (3277431)

อย่าทำอย่างนั้นเลย..............เราทำอย่าง  fair  ที่สุด   เพราะช่องนี้ใครจะพูดอะไรก็ได้อยู่แล้ว   .................  คุณมีสิทธิ์ที่จะแทรก  ตอบโต้คารม โดยหลักวิชาการใด ๆ คุณมีอยู่ในหัวขมองของคุณ    แม้ในเรื่องกฎหมายคร่ำครึของพวกคุณ   ก็มีโอกาสตอบโต้ได้   ที่นี่......  ช่องนี้    ประชาธิปไตย......เสรีชนเป็นอย่างนี้......   นี่คือวิถีทางประชาธิปไตย....ไม่ใช่หรือ ????

ผู้แสดงความคิดเห็น บก. (newworldbelieve-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-12-17 11:12:52


ความคิดเห็นที่ 24 (3277520)

ไม่ต้องไปขอความปรานีจากรัฐบาลโจร ร๊อก.............เสียศัดิ์ศรีเสรีชน..............มันอยากทำอะไรให้ทำไป  ไม่กลัว   

ผู้แสดงความคิดเห็น ประชาชนแดง วันที่ตอบ 2010-12-17 21:50:56


ความคิดเห็นที่ 25 (3277532)

ไม่ได้ขอความปรานีจากรัฐ  และไม่ใช่เรื่องเสียศักดิ์ศรี  แต่เป็นการขอให้รัฐหรือนักวิชาการ  ประชานผู้สนใจทั่วไปได้แสดงเหตุผลทางวิชาการเพื่อเป็นการรับคมสติปัญญา เพราะจุดประสงค์ของเว็ปไซต์นี้เพื่อเป็นเวทีแสดงออกทางความคิดที่มีสปิริต ยึดหลักโยนิโสมนสิการ  โดยมีเป้าหมายสูงสุดไปสู่ความคิดที่ดีงามเป็นสัมมาทิฏฐิ   

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2010-12-18 01:23:16


ความคิดเห็นที่ 26 (3278091)

มาว่าเรื่องรัฐธรรมนูญต่อ    การจัดแบ่งอำนาจ 3 อำนาจ   ต้องให้เสมอกันครับ    มีศักดิ์และศรีเท่าเทียมกัน

คือ  นิติบัญญัติ  บริหาร  และตุลาการ

 

ในเรื่องค่าตอบแทนต้องให้เท่าเทียมกัน   กล่าวอย่างง่าย ๆ   เงินเดือนของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องพอ ๆ กับฝ่ายบริหาร   พอให้ตั้งตนเป็นอิสระได้  ไม่คิดน้อมตนลงไปเป็นข้ารับใช้ฝ่ายบริหาร   ......   นี่เป็นหลักการ     และ พอ ๆ กับฝ่ายตุลาการ

 

 

เราต้องสร้างมาตรการ  เพื่อให้อำนาจทั้งสามอำนาจ  มีภาวะเข็มแข็งพอที่จะคานกันเองได้   ..............

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-22 23:38:35


ความคิดเห็นที่ 27 (3278092)

สถานการณ์เมืองไทยทุกวันนี้   สส.มักไม่พอใจในตำแหน่ง สส.   อยากเป็นรัฐมนตรีทุกคน ๆ   ...  เช่นนี้ทำให้ระบบการคานอำนาจเสียหาย    ต้องแก้ไข   ...............  เราต้องชดเชยให้แด่ฝ่ายนิติบัญญัติ  จนเพียงพอที่จะอยู่อย่างอิสระและเป็นตัวของตัวเอง   ดำรงสถาบันของตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี  ..........  ไม่ใช่เพียงในนามว่า   เป็นตัวแทนของประชาชน   แต่ตีค่าเขาด้วยเงินเดือนและสิ่งตอบแทนให้คุ้ม   ให้เพียงพอ ไม่ด้อยกว่านายกรัฐมนตรี  รัฐมนตรี  และฝ่ายบริหาร ......

 

ในการนี้  จำเป็นต้องทำการศึกษา วิจัย  เอาข้อมูลบางเรื่องบางราวมาประกอบการ  ตัดสินใจ.........................   นั่นน่าเป็นหน้าที่ของนักวิชาการในมหาวิทยาลัย  ....    สถาบันการศึกษา  โดยตรง....

 

กล่าวคือ    จะให้เงินเดือน สส.ระดับใด จึงจะพอใจพอไม่โน้มเอียงไปสู่ฝ่ายบริหาร....ไปรับใช้ฝ่ายบริหาร   ใฝ่อยากเป็นรัฐมนตรี ฯลฯ  และการจะตัดจัดการแยกอำนาจระหว่าง 3 อำนาจออกมาเป็นอิสระอย่างแท้จริงให้ได้    ....

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆิน วันที่ตอบ 2010-12-22 23:47:48


ความคิดเห็นที่ 28 (3278127)

คุณต้องเข้าใจนะครับว่า   3  สถาบันนี้เป็นเสาหลักของประชาธิปไตย ที่แท้จริง     และนั่นหมายถึง  หน้าที่ของแต่ละสถาบันนั้นต้องตรงต่อประชาชน     ซื่อตรงต่อประชาชน   .....ต้องไม่เอนเอียงไปนอกหน้าที่ของตน  ทำหน้าทึ่ของตนอย่างถูกต้อง...............นั่นก็จะเป็นการคานอำนาจอย่างเป็นธรรมชาติ   และมีอายุยืนนาน........

 

และประชาชนเชื่อได้   วางใจได้    ไปทำมาหากินได้อย่างไม่พะวักพะวง ....... สิ้นห่วง...   และทำรายได้เพิ่ม    และเมื่อนั้นก็ขึ้นเงินเดือนให้พวกคุณได้.......

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆีกเมฆ วันที่ตอบ 2010-12-23 10:22:45


ความคิดเห็นที่ 29 (3278827)

ถ้า 3 เสาหลักนี้ปักขี้เลนล่ะ  จะเป็นอย่างไรตอนนี้ก็ห้ามสส.จตุพรพูดปราศรัยทางการเมืองหรือให้ข่าวใดๆที่เป็นความไม่ดีของรัฐบาลและ ศอฉ.เท่านั้น  เท่ากับบังคับให้ประชาชนยอมรับอำนาจเผด็จการ  ใครไปตรวจสอบโต้แย้งหรือขุดคุ้ยความไม่ดีมาตีแผ่ไม่ได้ ส่วนตัวเองกล่าวโทษผู้อื่นเป็นผู้ก่อการร้ายได้โดยไม่มีพยานหลักฐาน  แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนหรือ  องค์กรสิทธิมนุษยชนไทยอยู่ที่ไหนช่วยทำหน้าที่ด้วย หรือไม่สามารถก็ลาออกหรือยุบไปเสีย  เพราะองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลเขายังไม่ให้เครดิต ไม่มีประโยชน์และยังเปลืองภาษีประชาชนเปล่าๆ 

ผู้แสดงความคิดเห็น หิ่งห้อย วันที่ตอบ 2010-12-30 01:17:58


ความคิดเห็นที่ 30 (3279906)

เด็กๆที่หัวหน้าครอบครัวเขาถูกฆ่าตายโดยไม่มีความผิดจากการสลายการชุมนุม  องค์กรสิทธิมนุษยชนไทยเห็นหรือไม่ อมรา  พงศาพิชญ์และคณะมัวไปหลับหูหลับตาอยู่ที่ไหน  ออกมาช่วยด่วน  หากทำหน้าที่ไม่ได้ก็อย่ารับเงินเดือนเลย  ประชาชนเสียดาย เสียงบประมาณจากคนทีทำงานเอาหน้าเอาตามานานแล้วแต่ผลงานไม่โดนใจประชาชน  

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงกุดจี่ วันที่ตอบ 2011-01-10 16:22:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.