ReadyPlanet.com
dot dot
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletดี เล่มที่ 45
bulletดี เล่มที่ 46
bulletดี เล่มที่ 47
bulletดี เล่มที่ 48
bulletดี เล่มที่ 49
bulletดี เล่มที่ 50
bulletดี เล่มที่ 51
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletสารบาญโหราศาสตร์
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ




กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 7

 

ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 7

 

ความเห็นที่ 1

โปรดดูภาพนี้ครับ

 

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  สุไหงปาดี ชินะกุล
    19 ก.ย. 2561  10.10 น.
                            

 

ความเห็นที่ 2

ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ 
เอามาจาก facebook.com phayap panyatharo
 

  

Phayap Panyatharo ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของเขาเอง

19 กันยายน 2018 1:14

Phayap Panyatharo การเมืองไทย ยังเป็นการเมืองที่คนไทยไม่ยอมคิด อย่างที่มันเป็นสิ่งที่ดี แต่คิดแบบว่า ไม่ดี จริง ๆ แล้ว เราต้องมาคิดดี ๆ คิดให้ถูกตามความเป็นจริงของการเมือง การที่เราคิดไม่ถูกตามความเป็นจริงของการเมืองนั้นเอง เป็นเหตุให้การเมืองไทยเดินไปไม่ได้ มันเดินไปเป็นระยะ ๆ แล้วก็หยุด ถอยหลังกลับ แล้ว ก็พลิกกลับมาเดินใหม่อีกก้าวใหม่อีก บนทางเดิม แต่เดินไปแบบเดิม คือ เดินไปแบบ เป็นการเมืองที่คนไทยไม่ยอมคิด อย่างที่มันเป็นสิ่งที่ดี ที่ว่ามานั้น นั่นก็คือ เราทั้งหลาย ไม่ว่าประชาชน ไม่ว่าข้าราชการ ไม่ว่าพ่อค้า โดยเฉพาะนักการเมืองเอง ต้องคิดการเมืองอย่างที่มันเป็นสิ่งที่ดี อย่าคิดว่ามันไม่ดีเด็ดขาด นั่นคือ เราต้องคิดว่า การเมืองนั้น เราต้องคิดว่าเป็นสมบัติที่ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง......ไม่ใช่สมบัติของคนหนึ่งคนเดียว หรือของคนสกุลนั้นสกุลนี้ตลอดกาลไป ไม่คิดว่าเราจะไปเอามาเป็นของตนคนเดียวตลอดไป แต่เป็นของที่เอามาแบ่งปันกัน เขาให้เอาการเมืองมาแบ่งปันกัน เหมือนสมบัติของชาติ มาแบ่งปันกัน หากไม่คิดแบ่งปันการเมือง ก็คิดผิด และเรากำลังคิดผิดกันมานานเลย ที่คิดว่าการเมืองควรเป็นของเราคนเดียว เป็นของพรรคเราพรรคเดียว เป็นของพวกเราพวกเดียว หรือคิดไปว่ากองทัพต้องได้ครองการเมือง ตลอดไป...แต่ที่คิดผิดไปแบบระแวงระวังกันตลอดมาก็คือ คิดว่าคนใดคนหนึ่งจะเอาการเมืองไปคนเดียว คิดว่าพรรค พวกหนึ่ง จะเอาการเมืองไปคนเดียว เราก็เลยระแวง ไม่สบายใจกันตลอดไป เราต้องคิดแบบอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส หรือญี่ปุ่น อย่าคิดแบบที่เราคิดกันมา หรือคิดแบบคอมมิวนิสต์ เพราะคอมมิวนิสต์ ไม่คิดเอาการเมืองมาแบ่งปันกัน ......นั่นคือ การเมืองเราแบ่งปันกัน จึงไม่ให้คนใดคนหนึ่งครองอำนาจตลอดไป อย่างอเมริกา พอครบ 4 ปี เขาก็มีการเลือกตั้ง ก็ได้คนใหม่มา หรือ 8 ปี เก่งแค่ไหนเขาก็ให้ออกไป หรืออย่างอังกฤษ สมัยนายโทนี่ แบล เขาผ่านมาถึงสมัยที่ 2 แต่เขาคิดเรื่องการแบ่งปันกันนั่นเอง เขาจึงสละตำ-แหน่งก่อนครบวาระ 2 ปี ให้เพื่อนเขาขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯแทน นั่นไง ที่เรียกว่ามันเป็นการเมืองที่ดี ที่มีการแบ่งปันกัน แล้วเมื่อมีอย่างนี้ อย่างอเมริกา อังกฤษ นี้ ประเทศเขาก็มีคนที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในประเทศ ช่วยแก้ปัญหาในประเทศ หลายคน มีแต่คนเก่ง ๆ ที่รู้ปัญหาช่วยกันแก้ปัญหาและช่วยหาความร่ำรวยทางเศรษฐกิจให้ประเทศเขา แต่อย่างไทยเรา มีอย่างเขาหรือไม่?

 

Phayap Panyatharo ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของเขาเอง

นายกฯคนที่แล้ว ๆ ที่มีความรู้ หายไปหมด ไม่ได้อยู่ในประเทศ หนีไปต่างประเทศ หรือตายไปหมด ก็เพราะเราคิดกันไม่ถูกนั่นเอง ฉะนั้นจึงมาคิดกันให้ถูกเสียที คิดแบบอเมริกา และอังกฤษ คิดเรื่องการเมืองว่าเป็นสมบัติที่เราเอามาแบ่งปันกันทุก ๆ 4 ปี คิดแบบนี้

เราก็ไม่ต้องเดือดร้อนใจ ไม่มีการจองเวร  ไม่มีการพยาบาท เพราะพอครบ 4 ปี ก็เอามาแบ่งกันอีกทุก ๆ 4 ปี แล้วถึงคุณยังไม่ได้อำนาจการเมืองคราวนี้ คุณก็มีวันหน้ารออยู่ไง สิ่งที่นักการเมืองต้องทำก็คือทำตัวเอง สร้างตัวเองให้เป็นนักการเมืองที่พร้อมจะทำงานจริง ๆ ให้ได้ หากเรายังไม่พร้อมแต่หวังจะไปหารายได้ หาเงินเดือนจากการเป็นนักการเมืองนั้น มันน่าจะยังไม่พร้อมนะ ต้องพยายามพร้อมแบบ จอห์น ทรัมป์ ไง ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เงินเดือนมากมาย รายได้มหาศาลจากการเมือง เขากลับไม่ยอมเอาเงินเดือน ไม่คิดจะเข้ามาหารายได้อย่างนักการเมืองไทย ๆ เลย ซึ่งนี่เป็นประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกาก็ได้ ที่ทำงานฟรีแก่ประเทศชาติ ถ้านักการเมืองไทย คิดแบบตรงข้ามกับทรัมป์ ก็อย่าเพิ่งเข้าสู่การเมืองเลย คิดว่าจะไปหาเงินเดือน หารายได้ต่าง ๆ จากตำแหน่งการเมือง สส. รมต. คิดอยู่ในใจแบบนี้ แสดงว่ายังไม่พร้อม ไปสร้างตนเองก่อนเถอะ คุณยังสร้างตนเองไม่เป็น ไม่ได้ อย่างจอห์น ทรัมป์เลย คุณจะมาช่วยชาติช่วยประชาชนได้อย่างไร...อันนี้คิดเอาเองก็ได้ ตนก็รู้ตัวดี ถ้าไม่ได้วันนี้จึงอย่าไปคิดแค้น หรือแก้แค้นคนที่เขาได้ เพราะเขาก็จะไม่เอาอำนาจไปครองคนเดียวตลอดไป แต่ 4 ปีเขาก็ออกไป เขาก็ไปหากินทางอื่นต่อไป เราก็รอเวลา 4 ปี เท่านั้นเอง เสมอไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ขอให้เราคิดให้ถูก อย่างที่ว่ามาเถอะ ก็จะทำให้บรรยากาศการเมืองไทยสงบไปจากการผิดหวัง อย่างไม่เข้าใจ แล้วคอยแต่จะกล่าวหา ใส่ร้ายเขา คอยล้มล้างรัฐบาลเขา(มีแม้กระทั่งความหลงผิดที่ไร้สำนึกในหน้าที่ตนเอง ที่เป็น สส.อยู่แล้วทั้งพรรค มีหน้าที่อยู่แล้วในฐานะฝ่ายค้านในสภาที่จำเป็นต้องมีผู้ตรวจสอบรัฐบาล ไม่ให้โกง กลับไม่คิด คิดผิด คิดโง่ ๆ ลาออกจากตำแหน่ง สส.ที่ปวงชนเขามอบให้ โดยไม่คิดว่านั่นเป็นการทรยศต่อประชาชน ทรยศต่อระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว ทำได้อย่างไร?...แล้วร้ายไปกว่านั้น พอลาออกไปก็ ระดมประชาชนนับล้าน ไปยึดกระทรวงทบวงกรม...ถึง 7 กระทรวงหลัก ๆ ของประเทศ...ซึ่งกลายเป็นกบฏไปแล้วยังไม่รู้ตัว ...แล้วยังโง่ไปกว่าเดิมอีก 

 

Phayap Panyatharo ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของ Jo Tajima

19 กันยายน 2018 0:18

พาพวกสส.ที่ลาออกไปปลุกระดมมวลชน นับล้าน ไปตั้ง กปปส.ขึ้นตั้งตนเป็นรัฐบาล...โดยที่ไร้หลักการการเมืองโดยสิ้นเชิง นี่คือ มหาโจรการเมืองเราดี ๆ นี่เอง แล้วน่าตลกที่สั่งให้รัฐบาลเขาไปรายงานตัว นี่แหละมีมาแล้วในการเมืองไทยอย่างน่าละอายวงการเมืองโลก) แก่งแย่งกัน อย่างที่เป็นมา 86 ปีแล้ว ซึ่งมีเหตุมาจากการที่เราคิดกันไม่ถูก การเมืองดีแน่ครับ ดีเพราะอย่างที่ว่าเรื่องการแบ่งปันกัน เราต้องคิดให้ถูก ที่ว่า การเมืองไม่ใช่สมบัติของใครคนใดคนหนึ่ง หรือของพรรคใดพรรคหนึ่ง เวลาเราคิดเรื่องการเมือง อย่าคิดว่าเราจะได้อยู่ในตำแหน่ง อย่าคิดว่าจะไปทำมาหากินจากตำแหน่งการเมืองได้ตลอดไป เราต้องคิดแบ่งปันคนอื่นเขาเสมอไป คิดแบบนี้ วันหนึ่งข้างหน้าคนที่เขาได้อำนาจไว้ ก็ไม่เกิน 2 วาระ ไม่เกิน 8 ปี(แบบอเมริกา อังกฤษ และดูญี่ปุ่น ยิ่งมีการแบ่งกันบ่อยมาก...ญี่ปุ่นเปลี่ยนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างถี่มากในระยะ 10 ปีมานี้ จนญี่ปุ่นเต็มไปด้วยอดีตนายกรัฐมนตรีมากที่สุดในโลก..หมายความว่ามีคนเก่งร่วมกันสร้างชาติจนนำหน้าประเทศอื่นทั้งโลก เพราะมีคนฉลาดช่วยกันคิด แต่เมืองไทย อดีตนายกรัฐมนตรีแทบทุกคนเลยนับแต่จอมพลป.มาถึงทักษิณ ยิ่งลักษณ์...อยู่ไม่ได้ ต้องไปอยู่ต่างประเทศไปช่วยสร้างประเทศอื่นเขา นี่แหละ คิดกันผิดแบบโง่ ๆ ) เขาก็ต้องออกไป และต้องมอบให้คนอื่น นี่คือ การแบ่งปันกันอย่างไรล่ะ เป็นการเมืองที่ดี ถ้าไม่มีการแบ่งปันกันแบบนี้ ไม่คิดกันแบบนี้สิ เป็นการเมืองที่ไม่ดีและนั่นแหละการเมืองไทยก็ไปไม่รอด แต่เราทั้งหลายต้องการการเมืองที่ดี เพราะฉะนั้น มาคิดกันให้ถูกเถิด (หากคิดไม่เป็น ก็ดูอเมริกา อังกฤษเขา โดยเฉพาะดู นายโทนี่ แบล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ พรรคกรรมกร ที่แพ้แล้วแพ้อีก คอยเวลามานานร่วม20ปีเลย กว่าจะชนะพรรคอนุรักษ์นิยมอังกฤษ...และชนะติดต่อกัน 2 สมัยรวด ที่เขาลาออกก่อนกำหนด 2 ปี ให้เพื่อนเขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน) นี่คือสปิริตของนักการเมืองที่แท้จริง ที่เราต้องมองเอาแบบเอาอย่างเขา จึงจะเดินไปแบบประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชนได้  

  • ผู้แสดงความคิดเห็น : ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

        19 ก.ย.2561  10.50 น. 

 

ความเห็นที่ 3

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 

 

 

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่อาสาเข้าสู้ทางการเมืองหวังเป็นใหญ่และนำนโยบาย เช่นที่เขาพูดวันนี้ ไปบริหารประเทศไทย ในการเลือกตั้งปีหน้านี้ ...คน ๆ นี้ หากเกิดในประเทศจีนแดง ประเทศกำเนิดตระกูลอพยพของเขาสู่เมืองไทย เขาน่าจะไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่เขาเป็นอยู่วันนี้ ที่เขาได้เป็นอย่างที่เขาเป็นในวันนี้ ....ได้เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ได้การศึกษา ได้อาชีพการงานดีจนรวย .... และยังจะหวังได้ดิบได้ดีอีกหลายอย่างได้ เพราะเขาได้เกิดในประเทศนี้ ท่ามกลางประชาชนประเทศนี้ ที่ไม่ใช่ประเทศคอมมิวนิสต์ หรือ ลัทธิคาร์ลมาร์กซ์ แต่เป็นประเทศพุทธศาสนา(คือคนส่วนมากตั้ง 90 %เป็นคนที่ปฏิบัติตามแบบคำสอนของพระพุทธเจ้า ศาสดาเอกของโลก และคุณรู้ไหม เป็นประเทศเดียวในโลกยุคอาณานิคม ที่ไม่เคยเป็นขี้ข้าตะวันตก เหมือนมาเลเซีย อินโดเนเซีย ฟิลปปินส์ ฯลฯ) ...เอาละเอาย่อๆก่อน เขามีสิทธิละครับ....และ่สิ่งที่ดีที่ผมชอบก็คือผมคิดว่าเขาเป็นนักการเมือง ที่มีความใฝ่ทะเยอทะยานอย่างรุนแรงมาก ...และเราต้องการคนแบบนี้ครับ ในสถานการณ์สังคมไทยวันนี้ ....แต่เนื่องจากเงื่อนไขเรา เราต้องการวิถีทางการเมืองแบบประชาธิปไตย ...และคุณธนากร จึงต้องเข้าใจแต่ต้นเลยว่า ต้องเล่นการเมืองไปตามแบบวิถีทางประชาธิปไตย คือเอาประชาชนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ อำนาจมาแบ่งกันคนละ 1 สิทธิการเลือกตั้งไม่ว่าคนจนคนรวยได้เท่ากันหมด ...เข้าใจไหมล่ะครับ? ....เมื่อคุณเข้าใจ...ก็คือ ขอให้ได้ตั้งใจต่อสู้อย่างยาวนาน อาจจะตลอดชีวิต จึงจะประสบผลสำเร็จทางการเมืองที่หวัง ตามนโยบายที่พูดวันนี้ .... ในระบอบประชาธิปไตย  

 

Phayap Panyatharo ..ก็นี่แหละทัศนะของผม ชอบ แต่สิ่งที่อยากบอกก็คือ คุณพูดอะไรไปวันนี้ พูดผิดหมดเลย คุณพูดผิดในเรื่องศาสนาไปทั้งหมด แปลว่า คุณไม่รู้ว่าศาสนาคืออะไร แนวนโยบายเรื่องศาสนาของคุณจึงผิดไปหมด.... คุณไม่เคยเข้าใจปัญหาทางการปกครองประเทศเลย คุณไม่เข้าใจเลยว่า ที่เสนอให้ "รัฐควรถอยตัวออกมาจากเรื่องศาสนา" นั้น มันทำไม่ได้ ... ไม่มีประเทศไหนในโลก ที่จะทำอย่างนี้ได้.เพราะคำว่า การเมือง มันบอกอยู่แล้วว่า เป็นเรื่องของมนุษย์ ที่ผู้ปกครอง ที่นักการเมือง ต้องไปเกี่ยวข้องอยู่เองทุกเรื่องทุกราว จะไปตัดออกไม่ได้ ..ยิ่งจะต้องไปศึกษา ไปใกล้ชิดทำความเข้าใจให้ละเอียดลึกซึ้งไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องศาสนาที่คุณให้ถอยออกไปนี่แหละ... จึงมีศาสตร์ต่าง ๆ มากมายหลายศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาไงล่ะ ...และที่ว่า "รัฐไทยไม่ควรจะอุปถัมภ์ศา่สนาพุทธ เพราะมันทำให้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แก้กันไม่จบ" ...นี่ก็เป็นเรื่องที่คุณไม่เข้าใจการปกครอง และบอกถึง ความมีอวิชชาเต็มตัวในเรื่องศาสนาและการเมืองของคุณ ...คือที่ออกนโยบายมาวันนี้ คล้าย ๆว่าเรื่องของหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่พรรคนี้ เป็นคนไม่มีสติ(เหมือนคนบ้า)..ตัวจะออกไปหาเสียง แต่ไม่รู้จักสถานะของประชาชนเจ้าของอำนาจเลย .. ยิ่ง ที่ว่าทุกคนมีพระเจ้าของตัวเอง .....นี่ยิ่งบอกว่าไม่เข้าใจศาสนาไปใหญ่ ...ศาสนาพุทธที่คุณได้อยู่ได้ดิบได้ดีมานี่แหละ เขาไม่มีพระเจ้า ไม่มีคำว่า "ทุกคนมีพระเจ้าของตัวเอง" เอาละแม้เรื่องประชาธิปไตย คุณคนนี้ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วโผล่ออกมาแบบบ้า ๆ ไร้สติ(คือคนในประเทศที่จะให้คะแนนเสียงคุณได้เยอะ ๆ นั้นเป็นคนพุทธ 90% คุณต้องพูดตามหลักประชาธิปไตยว่า จะให้ประโยชน์อะไรแก่พวกเขา แก่คนกลุ่มใด อาชีพใด อย่างไร ไม่ใช่ไปพูดแบบที่พูดนี้ เขาจะได้ประโยชน์อะไรจากคุณ เมื่อคุณได้เป็นรัฐบาล .. แต่ที่ผมชอบวันนี้ก็คือ ความทะเยอทะยานของเขา แต่อยากให้เขารู้กฎกติกาประชาธิปไตย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย กลัวว่า แพ้เขาแล้วจะไปปลุกระดมมวลชน อย่างคราวที่ผ่าน ๆ มา ที่ตั้งกันขึ้นเป็น กปปส.นั่นแหละ ... ต้องให้เข้าใจตรงกันทุกนักการเมือง ทุกพรรคการเมือง ต้องทำกีฬาการเมือง เหมือนกติกาฟุตบอลไปเลยละ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แก้กันใหม่ 4 ปีสู้กันใหม่ เสมอไปเช่นนี้ พยายามสู้ไป แพ้วันนี้ อย่าถอย แก้ไข ปรับปรุงตัวเองไปเรื่อย ๆ จนคนเขาเห็นดีในนโยบายของเรา ๆก็ได้เป็นใหญ่ละคราวนั้น...แต่อีกนั่นแหละ ประชาธิปไตย ไม่มีคำว่า "เป็นใหญ่" หรือ "เป็นโต" ก็ต้องเข้าใจไว้ก่อนก่อนที่จะเข้าไปในสนามประชาธิปไตย .. เอาละ ผมก็ไม่ได้ว่าร้ายอะไรคุณ ผมทำไปตามสิทธิประชาชนประชาธิปไตยเข้าใจนะครับ.🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️ 

 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

          14 ต.ค.2561  16.30 น.

  

ความเห็นที่ 4 

ดูพรรคอนาคตใหม่ต่อนะครับ  อีกสักหน่อยเถอะ

 

 

  

 

เรื่องของเรื่องก็คือ มีการเปิดตัวของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  และหัวหน้าพรรคคนนี้ได้พูดถึงนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ออกมา  ปรากฎในคลิปของเขา   ว่า......

  

 ผมคิดว่าทุกคนมีพระเจ้าของตัวเอง

แล้วคุณก็คุยกับพระเจ้าของคุณเองได้

โดยไม่ต้องผ่านวัด โบสถ์ หรือมัสยิด

คุยกับพระเจ้าของคุณได้ 

คุณไม่ต้องไปตักบาตร ไปมิสสซา  หรือละหมาด  หรือจะคุยกับพระเจ้า 

สิ่งที่ผมเชื่อก็คือศรัทธาทางศาสนาควรเป็นศรัทธาที่เปิดกว้าง

และไม่ควรมีวัดหรือศาสนาหรือองค์กรใดมาบังคับ

หรือเชิดชูความเชื่อใดความเชื่อหนึ่งให้มากกว่าความเชื่ออื่น ๆ

เช่น  รัฐไทยไม่ควรจะอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ 

เพราะมันทำให้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แก้กันไม่จบ 

ผู้คนที่อยู่ใน 3 จังหวัดแง่หนึ่งก็เหมือนเป็นพลเมืองชั้นสอง

เพราะไม่มีที่ยืนที่เท่าเทียมกับคนที่นับถือศาสนาพุทธ 

ผมคิดว่ารัฐควรถอยตัวออกมาจากเรื่องศาสนา

ไม่ควรอุปถัมภ์ศาสนาอะไรเลย

ที่นี่คุณจะนับถือยูดาย  คุณจะนับถือเต๋า นับถือเซนก็ได้ 

เหมือนอย่างธรรมกาย  ต่อให้ไม่เห็นด้วยกับธรรมกาย รัฐก็ไม่ควรไปยุ่ง

ปัญหาคือถ้ารัฐไปยุ่งมันก็จะซับซ้อนวุ่นวายไปหมด.   

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล
    15 ต.ค. 2561, 
    08.20 น.

  

 

 ความเห็นที่ 5 

โปรดดูภาพต่อเรื่องของพรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง  เอามาให้คิดครับ 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น : ดร.ฆิกเมฆ  สุวรรณเมฆินทร์

            6 พ.ย. 2561 
         เวลา 06.45 น.
 

 

 

 ความเห็นที่ 6  

พอดีครบวาระการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา 

 

 

 เอพี – อเมริกาเปิดคูหาเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคาร (พ.ย.) ซึ่งจะชี้วัดว่า การเมืองสไตล์ดุดันโฉ่งฉ่างของทรัมป์ยังขายได้หรือไม่ หรือประชาชนจะเปิดโอกาสให้เดโมแครตได้ตรวจสอบและคานอำนาจผู้นำทำเนียบขาวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากชัยชนะเกินคาดของทรัมป์เมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำนายผลเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งมีแววสูสีอย่างยิ่ง 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆสุวรรณเมฆินทร์ 

         7 พ.ย.2561  
         08.55 น.

  

 ความเห็นที่ 7
ดูภาพต่อไปอีกสักภาพก่อนนะครับ  

 

 

 Not only the word Sadhu, Sathu, Sathu. To follow Buddha, the one has to get a large strength. The one has to establish the most strong strength in order to win the fight. The one has to know the truth of the fight, that is never or not to fail any fight, but onlyone to win every or all the fights. The route to Buddha is for only the one who could overcome all enemies, who always wait for anyone who enter the way to Buddha in order to kill the one not to let the one creep forward. So to follow, or to enter the way to Buddha, the one has to get a large strength, with the one has to sharpen the one's head or the one's intelligence to see through the enemies' plans. Only the winners who conquer all the enimies, could follow the way to Buddha to to NIRVANA WORLD where all Buddha live, where all trouble of lives vanish, all bad things destroyed and all the real lives live immortal with no form, no appearance, no body, no mind, no structure with no begin and with no-end.

  

รูปภาพของ Phayap Panyatharo
ไม่เพียงคำพูดว่า สาธุ สาธุ สาธุ นะ การตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น บุคคลจะต้องมีพลังยิ่งใหญ่มหาศาล ต้องสร้างสมพลังให้ได้อย่างสูงสุด เพื่อการเอาชนะในการต่อสู้ บุคคลจะต้องรู้สัจธรรมของการต่อสู้ นั่นก็คือ จะไม่มีคำว่าแพ้เลย มีเพียงคำเดียวคือคำว่าชนะทั้งหมดทุกการต่อสู้ เส้นทางไปสู่พระพุทธเจ้าเป็นเส้นทางสำหรับคนผู้ชนะข้าศึกศัตรูทุกชนิดเท่านั้น ข้าศึกศัตรูที่รอคอยใครก็ตามที่ลุเข้าสู่เส้นทางไปสู่พระพุทธเจ้า และทำการฆ่าทำลายผู้นั้นเสียไม่ให้คืบต่อไปตามทางสู่พระพุทธเจ้าได้ ฉะนั้น ในการเดินตามทางสู่พระพุทธเจ้านั้น บุคคลจะต้องเสริมสร้างพลังขึ้นมาอย่างมหาศาล พร้อมกับการลับให้คมเฉียบซึ่งมันสมอง หรือสติปัญญา เพื่อการสามารถมองทะลุเห็นแผนของฝ่ายข้าศึกศัตรูอย่างทะลุปรุโปร่งได้ เพียงผู้ชนะ ผู้อยู่เหนือหัวข้าศึกศัตรูทั้งปวงเท่านั้น จักสามารถเดินตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ นั่นก็คือการไปถึงโลกนิพพาน โลกที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงสถิตอยู่่ ซึ่งเป็นโลกที่ความทุกข์ทั้งหลายของชีวิตสูญสลายไปทั้งหมด สิ่งที่ชั่วเลวทรามทั้งหลายสลายหายไป และชีวิตที่แท้จริงกลายเป็นสิ่งอมตะ ไร้รูปแบบ ไร้ลักษณะอาการเป็นไป ไร้รูปขันธ์ทั้งปวง ไร้จิตใจ ไร้โครงสร้าง และไม่มีการเริ่มต้น ไม่มีการจบลง. .

   

รูปภาพของ Phayap Panyatharo
คือเรียนรู้พระพุทธศาสนาจากการเรียนรู้ประชาธิปไตย และการที่ไม่รู้ประชาธิปไตยนั้น แหละ ที่บอกว่า เราไม่ค่อยรู้พุทธศาสนา มันเริ่มมาตั้งแต่เราจะต้องเข้าใจเรื่องการทำบุญทำทานกันด้วยเอา อำนาจการเมืองมาแบ่งปันกัน ทำบุญทำทานด้วย อำนาจ นั่นเอง จึงได้มีการอยู่ในตำแหน่งกันแค่ 4 ปีแล้วให้คนอื่นเขามารับอำนาจต่อไป อย่าไปคิดรวบเอาอำนาจเป็ฯของตนเองตลอดไป นี่แหละพุทธธรรมละ แบบอเมริกา ญี่ปุ่น ยิ่งเห็นชัีดเจน เขาไม่หวงอำนาจาจกันเลย เห็นไหม? นั่นแปลว่าเขาเข้าใจธรรมะแบบพุทธอย่างไรล่ะ แม้เขาจะไม่ได้อ่านหนังสือธรรมพุทธ เขาก็เข้าใจจากการวิเคราะห์เหตุผล ของการที่ต้องเป็นประชาธิปไตยอย่างไร....และก็สืบต่อไปถึงวัฒนธรรมประชาธิปไตยต่อ ก็คือ เราอย่าไปด่าคนอื่น หรือที่ก้าวหน้าไปมาก ๆ ก็คิดวิธีด่าเขาแบบแสบ ๆ เช่นคิดเพลงด่าเขาทำอะไร ๆ อย่างเขาเป็นศัตรูตัวร้ายร่วมแผ่นดินกันไม่ได้ เป็นต้น ถ้าเราไม่ชอบเขา ก็ใช้สิทธิของเรา ไม่เลือกเขา หากเขาได้รับเลือก ก็แปลว่าคนอื่นเขาชอบมากกว่าเรา เราก็ต้องยอมรับ และโอกาสของเราก็ยังไม่หมด อีก 4 ปีต่อไปก็เลือกใหม่ เราไม่ต้องไปดูด่า ใช้วาจาผรุสวาทแด่คนที่เราไม่ชอบ แบบที่เป็นการเมืองเราอยู่ขณะนี้ ...คือเราไม่จำเป็นที่จะไปสร้างศัตรูเลย เพียงแต่มีความคิดด้านนโยบายการเมืองต่างกันเท่านั้น ซึ่งเราต้องใช้หลักพุทธธรรม คือ หลักเหตุผล จะไปแสดงอะไรต้องมีเหตุผลเสมอจึงจะเป็ฯคนพุทธ และพอเลือกตั้งเสร็จ ทั้งผู้ชนะ ผู้แพ้ ก็อยู่ด้วยกันได้ต่อไปอย่างมีความสุข ไม่มีการไล่ล่า ฆ่าฟันฝ่ายตรงข้ามเหมือนเผด็จการ นี่แหละธรรมะของพระพุทธเจ้า โดยเราเข้าใจเรื่องการแบ่งปันอำนาจ เราต้องเข้าใจยอมรับ โดยธรรมะการแบ่งปันทานกัน เป็นการทำบุญทำทานกัน แต่เอาอำนาจมาแบ่งกันทำบุญด้วยการทานอำนาจด้วยอำนาจ ว่า เราจะไม่อยู่ในอำนาจบริหาร การเมือง ตลอดไป รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยจึงกำหนดไว้เสมอถึงการเลือกตั้ง ต้องมีทุก ๆ 4 ปี นี่แหละมาจากธรรมะพุทธทั้งนั้น แม้กระทั่งสิทธิ 1 คน 1 เสียง ก็มาจากพุทธธรรม โดยเขาเข้าใจเรื่อง อนิจจัง อนัตตา จึงกำหนดให้คนละ 1 เสียง(ไม่ใช่แบบที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล และศาสตราจารย์นายหนึ่ง ให้ ดร.10เสียง ชาวนา 1 เสียง) ที่ว่าเข้าใจธรรมะก็คือแม้คนเป็นเศรษฐีวันนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่ อนิจจัง อย่างที่ไทยเราเคยมีกลุ่มเศรษฐีที่พังทางเศรษฐกิจมาเรียกว่า คนเคยรวย นั่นแหละ และคนเคยจน กลับเป็นเศรษฐีก็เยอะ นี่แหละเลยให้คนละ 1 เสียง(หมายถึงแบ่งอำนาจกันคนละ 1 อำนาจเท่ากันทุกคน ทั้งคนจนคนรวย เจ้านายและลูกน้อง โดยการมองเห็นเรื่องอนิจจังของชีวิตตามหลักพุทธธรรมนั่นเอง) นั้นแหละเป็นการยุติธรรม ตามหลักธรรมอนิจจังนี้ ...นี่แหละเราจึงต้องเรียนรู้พุทธธรรมจากการเมืองประชาธิปไตย และต้องเป็นประชาธิปไตย จึงจะเป็นพุทธที่สมบูรณ์ มั่นคง.และได้ประโยชน์ที่แท้จริงจากพุทธธรรม...เรื่องพุทธธรรมในส่วนของจุดสูงสุดของพุทธธรรม ที่โลกยังไม่รู้จัก รู้แต่หายไปหมดตามกาลเวลาที่พระอรหันต์ทั้งหลายหายไปจากโลก ...ก็คือแนวทางที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้ปูเอาไว้บ้างแล้ว ซึ่งนี่แหละจะต้องอธิบายขยายความต่อไป เป็นงานที่ต้องเข้าใจร่วมกันต่อไป
  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์
  •           9 พ.ย.2561  
  •           15.00 น.
  •  
  •  
  •  
  •  ความเห็นที่ 8
  •  
  •  
  • ก็ขอเพิ่มเติมไปสักหน่อยเกี่ยวกับภาพสุภาพสตรีผู้พนมมือสาธุอยู่นี้  พบในเฟสครับ  มีคำอธิบายว่าเธอใฝ่ใจในพระพุทธศาสนาปฏิบัติธรรม ต่อเนื่องมาหลายปีเลยทีเดียว  มุ่งหมายให้สำเร็จธรรมตามรอยพระพุทธเจ้า    ทางเราได้พบเข้า  จึงได้ออกความเห็นตามไป   ที่เอาลงไปนั่นแหละ  และแล้วก็ไปเกี่ยวข้องเข้ากับประชาธิปไตยและทั้งพุทธธรรม   ดูอีกทีนะครับ  
  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์
    10 พ.ย.2561  06.40 น.
     
  •  
  •  
  • ความคิดเห็นที่ 9
  • เราเอามาจากเฟสนะครับ  ไปเกี่ยวกับประชาธิปไตยอย่างไร? และทั้งเกี่ยวกับพุทธศาสนาด้วยอย่างไร?
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab  ช้างชนช้าง Trump vs Rouhani
  • วันนี้ ที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เป็นวันที่ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐ ประกาศลงดาบคว่ำบาตรอีหร่านครั้งที่ ๒ หลังจากได้เรียกร้องให้อิหร่าน ยกเลิกแผนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทังหมด ครั้งแรก ไม่เป็นผล มาตรการคว่ำบาตรครั้งที่ ๒ นับว่ารุนแรงกว่าครั้งแรก โดยครอบคลุมด้านพลังงาน (Energy)การเดินเรือ (Shipping) และ การธนาคาร(Banking)ทั้งนี้ โดยขอให้ประเทศต่างๆเลิก๙ื้อขายน้ำมันกับอีหร่าน (ซึ่งเป็นผู้ผลิดและผู้ส่งออกน้ำมัน ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นสมาชิกของโอเปกซ์ด้วย) ยกเว้น ๑๐ ประเทศ เช่น เกาหลี ญิ่ปุน ฯลฯ ยังอนุญาตให้ซิ้อขายได้เท่าที่จำเป็นจำ ในด้านธนาคารนั้น สหรัฐรัฐห้ามแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์กับอีหร่าน
  • อีหร่านได้ตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงด้านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศคู่เจรจา ๖ ประเทศ ประกอบด้วย รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน สหรัฐ และเยอรมันนี โดยมีผู้แทนสหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วมด้วย เมื่อปี ๒๕๕๘ (2015) แต่ข้อข้อตกลงจะผลบังคับ เมื่อหัวหน้ารัฐบาลของแต่ละประเทศทั้ง ๖ ได้ลงนามรับรองเรียบร้อยแล้ว มีเพียงสหรัฐประเทศเดียวเท่านั้น ที่ไม่ยอมลงนามรับรองข้อตกลงดังกล่าว โดยประธานาธิบดีทรัมป์ให้เหตุผลว่า ข้อตกลงดังกล่าว เป็นอันตรายต่อสันติภาพของโลก เนื่องจากอีหร่านไม่ได้ยกเลิกขบวนการพัฒนานิวเคลียร์ทั้งหมด จึงขอให้อีหร่านยอมยกเลิกการพัฒนาอาวุธนิวเคลีร์ทั้งระบบ มิฉะนั้น สหรัฐจะควำบาตรต่อไป
  • อีหร่านเองก็ได้ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามข้อตกลงร่วมกับ ๖ ประเทศแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำอะะไรอีก ช้างทั้ง ๒ เชือกจึงเดินทางมาถึงทางต้น ต้องลงสนามสู้รบกันในรอบ ๒ ใครจะแพ้ชนะก็ต้องดูกันต่อไป ทั่วโลกจะพลอยได้รับผลกรรมไปด้วยด้วย หากไม่มีข้อยุติในเรื่องนี้ เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป
  •  
  • Phayap Panyatharo
  • Phayap Panyatharo ธรรมะที่พระผู้รู้ พุทธะ ทรงแสดงบทแรกคือธัมมจักกัปปวัตนสูตรชาวพุทธมักไม่เข้าใจ ว่านี่แหละหลักวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ทราบว่าตรงไหนเป็นหลักวิทยาศาสตร์ แล้วพอคนพุทธไปพบคำของท่านอัสชิ ที่ว่า เย ธมฺมา เหตุ ปพฺพวา เตสํ เหตุง ตถาคโต เต สัญฺจโย นิโรโธ จะ เอวํวาที มหาสมโณ (ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณมีปกติทรงสั่งสอนอย่างนี้) ที่ตอบคำถามพระสารีบุตรตอนยังเป็นต่างลัทธิอยู่...นี่แหละเป็นที่ยอมรับของชาวพุทธทั้งหลาย ว่าพุทธศาสนาเป็นหลักวิทยาศาสตร์ แต่กระนั้น เรื่องทีเห็นได้ว่าเป็นหลักวิทยาศาสตร์ชัดเจนก็ กาลามสูตร ที่มิให้เชื่อ 10 ประการก่อน ๆ จะเชื่อต้องไปพิศูจน์ทดลอง(ซึ่งเป็นไปตามวิธีการของวิทยาศาสตร์จึงเชื่อกันอย่างจริงๆ แม้ท่าน อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ก็ได้พบ ได้พิศูจน์มาจึงยืนยันศาสนาพุทธเป็นศาสนาของจักรวาล โดยที่สอดคล้องให้ความเป็นไปแบบวิทยาศาสตร์ได้) เชื่อเช่นนี้ ......ตามหลักนี้แหละ เรื่อง ช้างชนช้าง Trump vs Rouhani ก็จะต้องเดิน หรือ เป็นไป ตามเหตุของมัน เหตุมันพอให้เป็นอะไร มันก็เป็นเช่นนั้น พอร้าย ก็ร้าย พอดี ก็ดี แม้พอรบราฆ่าฟันกัน เป็นสงครามโลก ก็ย่อมเป็นได้ อย่างมีเหตุมีผลคือเป็นธรรมดาอย่างนี้ จะต้องขึ้นอยู่กับเหตุ นี่แหละหลักการที่ชาวพุทธควรมอง ส่วนการรักสันติภาพนั้น รักความสงบนั้น เป็นสิ่งธรรมดาที่คนชอบคนอยากให้เป็น อยากได้อยู่แล้ว สิ่งที่ว่านี้ ก็เกิดจากการมีเหตุให้เกิด ถ้าไม่มีเหตุให้ได้สันติภาพ มันก็ไม่ได้สันติภาพ...คือ นี่เป็นหลักการพิจารณาเหตุการณ์นั่นเอง เมื่อเรายังไม่รู้เหตุของความเป็นไปของเรื่องราว เราก็ไม่ควรจะไปตัดสินใจทำอะไรก่อน ...แต่เราไม่รู้ว่า ทรัมป์ เขามีเหตุผลอย่างไรของเขา เราก็ยังมองเขาดีหรือร้ายยังไม่ออก ....แต่แน่นอน เขามีเหตุสำหรับการตัดสินใจของเขา ...อย่างไรก็ตาม สำหรับสหรัฐอเมริกา นั้น เราเห็นมาแต่เดิมว่า เป็นเช่นนี้ คือ เป็นไปในทางต่อต้านอาวุธนิวเคลียของอิหร่าน อิรัคมาแต่เดิม ทุก ๆรัฐบาลของสหรัฐ (ซึ่งสำหรับประเทศประชาธิปไตยสมบูรณ์อย่างสหรัฐนั้นก็หมายความว่าชาวอเมริกันเขาก็พอใจแบบนี้) เราก็เห็นมาอย่างนี้ ...แต่คราวนี้เป็นอย่างไร ทำไมจึงดูแรงกว่าเก่า แบบว่าครั้งแรกไม่ได้ ก็ต้องเอาครั้งที่ 2 ให้ได้ จึงมี คว่ำบาตรอิหร่านเป็นครั้งที่ 2ไปเลย ก็น่าติดตาม เพียงแต่ เราจะยังไม่ไปเกี่ยวข้อง เพราะเราไม่รู้ข้อมูลอะไร เกี่ยวกับต้นเหตุของเรื่องนี้ ...อย่างไรก็ตามเมื่อมองจากด้านศาสนาแล้ว เราเห็นด้วยกับทรัมพ์ หากปล่อยให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ เขาจะใช้มันทำลายโลกได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ตามคำสอนของพระเจ้าของเขาที่ไม่ให้อภัยคน 3 ประเภทอยู่แล้ว คือนัสรอนี(ชาวคริสต์) ยะฮูดี(ชาวอิสราเอล) และ กาฟิร(คนนอกศาสนาอิสลามทั้งหมดรวมทั้งไทยเราด้วย เขาสอนให้ฆ่า ให้บั่นคอศัตรูอย่างไม่มีการบาป คือพระเจ้าของอิสลามสั่งฆ่าคนที่ไม่ใช่มุสลิมได้ทั้งหมดโลก โดยไม่ต้องมีคำว่าบาปเพียงทำตามคำสั่งพระเจ้าเท่านั้น ซึ่งนี่แหละโลกเริ่มจะเข้าใจดี อย่างอเมริกาเข้าใจมากขึ้น 🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab เห็นด้วยกับชข้อสังเกตของท่าน แต่ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก สหรัฐจะทำตนเป็นตำรวจโลกอย่างในอดีตไม่ได้แล้ว แม้แต่การคว่ำบาตรอิหร่านครั้งนี้ ก็บอกให้ประเทศนั้นทำอย่างนั้น ประเทศนี้ทำอย่างอย่างนี้ เช่น ยอกเว้นให้ ๑๐ ประเทศรวมทั้งจีน ด้วยยังสามารถสั่งซื้อนำมันจากอีหร่านได้เป็นเวลา ๖ เดือน ประเทศสมาชิก EU ๒๗ ประเทศไม่พอใจในมาตรการที่สหัฐใช้คว่ำบาตรอิหร่านครั้งที่ ๒ เพราะะเขาเห็นว่าการที่อิหร่านยอมลดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ตามข้อตกลงที่สหประชาชาติให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะเป็นทางเเดียวที่จะนำประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ให้หันมาร่วมมือและเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อสันติภภาพของโลก อย่างได้ผลเป็นรูปะรรม แม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยอมออ่นข้อให้กับผู้นำเกาหลีเหนือ ยอมเจรจาเรื่องปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี เมือโดยผู้นำเกาหลีเหนือ ขู่ว่าหากทรัมป์ไม่ยอมเจรจาด้วย เกาหลีเหนือออาจปล่อยขีปนาวุธติดหัวรบเนิวเคลียร์ไปถล่มอเมริกเมื่อใดก็ได้ ดังนั้น บทบาทของสหรัฐในการทำตนเป็นตำรวจโลก ในยุดนี้ หมดไปแล้ว จึงน่าติดตามดูว่า นโยบายตำรวจโลกของทรัมป์จได้ผลแค่ไหน?
  •  
  • Phayap Panyatharo
  • Phayap Panyatharo ก็ดีนะท่านดร.นะที่มีข้อมูลออกมาให้ทราบเรื่อย ๆ เรื่องตำรวจโลกนั้น ก็ดูเหมือนคนที่พูดคนแรกคือ นายมหาเธ โมฮำมัด นรม.มาเลเซีย พูดขึ้นแล้วหัวเราะไปทั้งตะวันออกกลาง บางที ก็เป็นแนวคิดแบบเผด็จการ คนเผด็จการมองไปแบบนั้น แต่คนอเมริกันเขาไม่คิดอย่างนั้น เพราะเขามองแบบประชาธิปไตย ...... ฉะนั้นกรณีนี้ สิ่งที่น่าติดตามก็คือ คนอเมริกัน ว่าเขาจะมองนายทรัมป์ มองนโยบายนายทรัมป์ คือคว่ำบาตรอีหร่านครั้งที่ 2.คือเราคิดว่าคนอเมริกัน ก็คงไม่ปล่อยให้ทรัมป์ทำอะไรเกินสิ่งที่อเมริกันเขายอมให้ได้ เขาจะยอมในนโยบายของทรัมป์เรื่องคว่ำบาตรอีหร่านหรือไม่น่าคอยดูคนอเมริกันเอง ถ้าคนอเมริกันไม่ว่าอะไร ก็แปลว่าเห็นดีด้วยกับการคว่ำบาตอีหร่าน คอยดูต่อไป .ในลักษณะที่ท่าน ดร.ได้ข้อมูลมา โดยเฉพาะข้อที่ว่า ประเทศสมาชิก EU ๒๗ ประเทศไม่พอใจในมาตรการที่สหรัฐใช้คว่ำบาตรอิหร่านครั้งที่ ๒..จึงเป็นเรื่องที่ต้องคอยดูต่อไป......ที่อยากดูมากที่สุดก็คือ ทรัมป์ ตอนเข้ามาเป็นประธานาธิบดีใหม่ ๆ ได้บอกทหารสหรัฐเตรียมทำสงครามโลกครั้งที่ 3ไว้แล้ว ...เขาคงไม่คิดเล่น ๆ แต่ว่าเหตุผลของทรัมป์คืออะไร? ...อย่างไรก็ตาม เรื่องที่วิพากษ์กันมานี้ ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไรเลยนะท่านนะ 🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab ข้อบ่งชี้อีกประะกการหนึ่งที่น่าจะบ่งบอกว่าชาวอเมริกัน ชอบนโยบายทรัมป์หรือไม่ ได้แก่ผลการเลือกตั้งครึ่งเทอม (Midterm Election) ซึ่งชาวอเมริกันจะต้องเลือก สส.ทั้งสภา ๔๓๕ คน สว.๓๕ คน (จากทั้งหมด ๑๐๐ คน มาจากรัฐละ ๒ คน ทั้ง ๕๐ รัฐ) และผู้ว่าการมลรัฐ (Governor) อีก ๓๖ มลรัฐ ในปัจจุบัน พรรคริพับลิกัน ของประธานาธิบดีทรัมป์ครองเสียงข้างมากทั้ง ๒ สภา (สส.และสว) ผลการเลือกตั้งวันนี้ (ที่ ๖ พย.บ้านเรา ๗ พย.) จะชีวัดว่า พรรคริพับลิกัน ยังจะครองเสียงข้างมากอย่างเดิมอยู่หรือเปล่า เพื่อให้ทรัมป์เดินหน้านโยบายตามที่เขาได้สัญญาไว้ในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิดีเมื่อปี ๒๕๕๘ จนเขาได้ชัยชนะอย่างงดงาม Polls หลายสำนักทำนายวา พรรคเดโมเครต (ฝ่ายค้าน)จะได้ครองที่นั่ง สส. และพรรคริพับลิกัน (พรรครัฐบาล) จะได้ครองที่นั้ง สว. บ่ายวันนี้ ประมาณบ่าย ๒ โมง (ประเทศไทย)คงจะได้ทราบทั่วกัน จากสื่อต่างๆทั่วโลก แล้วเราจึงจะกลับมาเสวนาต่อต่อหลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกต่อไป
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ปรากฏว่า พรรคเดโมเแครต (ฝ่ายค้าน) ชนะการเลือกตั้งสภาล่าง (สส) และพรรคริพับลิกันได้ครองเสียงข้างมากในสภาสูง (สว) ดังนั้น ต่อแต่นี้ไปการเเมืองในสหรัฐจะเข้มข้นมากขึ้นตามลำดับ เมื่อวานนี้ รัฐมนตรียุติธรรม ก็ได้ยื่นใบลาออก หลังเลือกตั้งเพียงวันเดียว จึงน่าจะๆได้ช่วยกันวิเคราะห์การเมืองในอเมริกา ต่อไป
  •  
  • Phayap Panyatharo
  • Phayap Panyatharo คือ พอสรุปได้ จากข่าว ทีวี FRANCE ช่อง 219 เมื่อคืนนี้ รวมทั้งข่าวอื่น ๆ ผลการเลือกตั้งมิดเทอม ปรากฎโดยสรุปว่า Democratics control of House of Representatives Republic keeps control of Senate. นั่นก็คือ พรรคเดโมแครต ชนะ ในสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิก ของ ทรัมพ์ ชนะในสภาสูง ...... ซึ่งการที่ผลออกมาเช่นนี้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าวิตกเลย สำหรับการเมืองสหรัฐ โดยเฉพาะ ทรัมพ์เอง เขาบอกเลยว่า เป็น tremendous success,ชนะแบบมหิมา ยังไม่หยุดพูด ว่าไปอีกว่าเป็น big win ชัยชนะขนาดใหญ่ huge victory ชนะโต อะไรประมาณนั้น แค่ไม่แพ้ทั้ง 2 สภา ก็ถือว่าชนะใหญ่โตได้ โดยที่เมื่อมองย้อนไปดูการเลือกตั้ง Midterm ของอเมริกาสมัยก่อน ๆ นี้ ก็พบว่า ในสมัยที่ผ่านมา โอบามา แพ้ทั้ง 2 สภา คลินตั้น แพ้ 1 สภาชนะ 1 สภา บุช ก็เคยแพ้ทั้ง 2 สภา...... สำหรับทรัมพ์ ปรากฎว่าการข่าวไม่อาจจะคาดคะเนได้ว่า ทรัมพ์จะออกมาอย่างแย่มากตามที่เห็นอยู่ก่อนเลือกตั้งหรือไม่ ...เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผาดโผนโจนทะยาน คะเนได้ยากของคน ๆนี้ แต่แล้วผลก็ออกมาแบบนี้ แบบที่น่าจะสมกับที่ทรัมพ์พูดออกมาว่าชนะครั้งมหิมา ชนะใหญ่ ชนะโต นั่นแหละ...ส่วนนโยบาย ก็ดูเหมือนยืนยัน สร้างกำแพงกั้นผู้อพยพมุสลิม แม้มีหลายเรื่องที่ ไม่ได้รับการสอดคล้องจากเดโมแครต ข่าวก็แจ้งชัดว่า จะร่วมกับเดโมแครตได้ Trump hopeห to work with Democrats on infrastructure. คือในเรื่องการสร้างพื้นฐานการพัฒนาอะไรด้านใดไปนั้น ก็คงจะไม่มีใครคัดค้าน เหมือนที่ผ่านงบประมาณขนาดมหิมาไปก่อนการเลือกตั้งมิดเทอมนี้ ก็ยังผ่านไปได้ทั้ง 2 สภา สรุปแล้ว ทรัมพ์พอใจมากกับผลการเลือกตั้งมิดเทอม(แม้จะแพ้ไป1 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรก็ตาม) และเราก็คงคอยดูเรื่องบอยคอตอีหร่านต่อไป....แต่สิ่งที่คนไทย เราควรจะทราบก็คือ นี่แหละประเทศและประชาชนประชาธิปไตยอย่างค่อนข้างสมบูรณ์...ในการเลือกตั้งพร้อมกันนี้ ซึ่งพร้อมกันทุกครั้งนั่นแหละ เป็นการเลือกตั้ง สส. และ สว. ประชาชนเป็นคนลงคะแนนให้ทั้ง 2 สภา เป็นการเลือกตั้ง ผู้ว่าการรัฐทุกรัฐ โดยประชาชนเป็นผู้ลงคะแนนให้ทุกมลรัฐ....ไม่มีทหารหรือใครเข้ามาเกี่ยวเลย....เหตุผล ก็มาจากชนอเมริกัน เป้นเสรีชนอย่างสมบูรณ์นั้นเอง ไม่เหมือนคนไทย ที่ยังมีจำนวนมากมายที่เป็นทาสทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมอยู่ การสร้างพื้นฐาน ยกพื้นฐานประชาชน ไปสู่ความเป็นตัวของตัวเองเป็นเสรีทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางการศึกษา ไม่กินน้ำใต้ศอกใครได้ จึงจะต้องเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ มโหฬาร จึงจะเป็นประชาธิปไตยได้โดยสมบูรณ์ได้🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab เป็นเรื่องที่ประเทศไทยและคนไทจะต้องเรียนรู้ และนำประสบการณ์ที่เหมาะสมมาปรับใช้ในสังคมไทยต่อไป ต้องยออมรับว่า นับตั้งแต่สื่อสังคมอออนไลน์และสืออื่นเข้ามามีบทยาทสำคัญในวิถีชิวิตของสังคมไทยและะสังคมโลก ทำให้บทบาทวัฒนธรรมประชาธิปไตยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะในแอฟริกา ผู้นำทหารเป็นผู้นำประเทศ แต่เมื่อสู้ออิทธิพลสื่อไมไหว รวมทั้งผ
  •  
  • Nantasarn Seesalab
  • Nantasarn Seesalab ุ้นำประชาธิปไตย เช่น เมลสัน เมลเดลา ออกมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ผู้นำแออฟริกา ก็ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาประชาธิปไตย์ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทวีปอื่นๆ ก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน จึงน่าจะไได้ติดตามและเรียนรู้ต่อไป
  •  
  • Phayap Panyatharo
  • Phayap Panyatharo ที่น่าสังเกตุ เรียนรู้อีกประการหนึ่งเรื่องการเมืองประชาธิปไตยก็คือ การเลือกตั้งครั้งมิดเทอมนี้ ไม่มีพรรคอื่นนอกจาก 2 พรรคนี้ที่ได้รับเลือกตั้ง พรรคอื่นได้ 0 ที่นั่งหมด มีแค่พรรคเดโมแครต และ รีพับลิกสู้กันและ ซึ่งแสดงชัดว่าประชาชนอเมริกันพอใจอยู่ ให้มีแค่ 2 พรรค ในการบริหารประเทศสหรัฐอเมริกา .......อย่างไรก็ตาม เราก็ยังคงต้องมอง ทรัมพ์ต่อไปอีก ในตอนแรกดูเขาตื่นเต้น ที่ ไม่แพ้ทั้ง 2 สภา ยังชนะในสภาสูง ..... ซึ่งการที่ สภาล่าง(สภาผู้แทนราษฎร) เป็นของ เดโมแครตนี้ มีคนไทยวิจารณ์ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ การออกกฎหมายจะมีปัญหามากสำหรับรัฐบาลทรัมพ์ ..... แต่เรามองว่า อเมริกัน เขามองจากเหตุผล นะ ไม่ใช่แบบคนไทยมอง คือมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านขึ้นมา อะไรล่ะก็ยกมือค้านทุกเรื่อง แบบโง่ ๆ(อยากให้พรรคฝ่ายค้านยกมือให้ ต้องแอบไปพบลับในห้องน้ำ ฯลฯ) แต่อเมริกัน เขาไม่ใช่เข้าสภาไปยกมือ ไม่ใช่ไร้เหตุผล เขาไปเพื่อควบคุมการบริหารให้ถูกต้อง หากเขาเห็นว่าน่าสงสัยเขาก็ถาม และค้านไป....เขาไม่มีเรื่องขายมือเหมือนไทย เพราะเขาเป็นเสรีชนอย่างสมบูรณ์นั่นเอง และนั่นแหละเหตุผลของความเจริญเติบโตของประชาธิปไตย) ฉะนั้น ดังที่ปรากฎมา โอบามา ก็เคยแพ้มิดเทอมทั้ง 2 สภา บุชแพ้ทั้ง 2 สภา คลินตั้นแพ้ 1 ชนะ 1 เหมือนทรัมพ์นี่แหละ สหรัฐอเมริกาก็สามารถคุยเหตุผลกันได้ บริหารประเทศ...ให้ประเทศเขาได้ประโยชน์ต่อไปได้....สำหรับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม คืนนั้น ทรัมพ์ก็ได้ลงว่า เรื่องสำคัญที่เขายอมรับวันนี้คือเรื่อง Bipartisanship ...Trump calls for Bipartisanship.......ซึ่งอเมริกา ก็มักทำอย่างนี้เสมอแหละครับ สมัยโอบามา ยังเอาคนของพรรครีพับลิกไปเป็นรัฐมนตรี ...คนไทยเคยคิดแบบนี้ไหมล่ะเขาฉลาด มีเหตุ มีผล กันทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลครับ เขาจึงใหญ่ ...ไทยเราล่ะ พอตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ก็เอาแต่ด่า ๆ ๆ ๆ ๆ คิดพัฒนาอย่างเดียวคือวิธีด่า และ การโฆษณาชวนเชื่อ ทำตนเป็นศัตรูคนอื่น นักการเมืองคนอื่น พรรคการเมืองพรรคอื่น กันและกันตั้งแต่เริ่มเข้าส่วงการเมือง อย่างนี้เป็นสิ่งที่คนผู้รักประชาธิปไตยจะปล่อยให้เป็นไปไม่ได้ ที่ถูกเราต้องสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นระหว่างนักการเมือง พรรคการเมือง ฝ่ายค้านและรัฐบาล นักเรียนนิสิต นักศึกษา ที่มาสู่การเมือง ต้องมองในเรื่องของมิตรภาพ และเหตุผล และมาสู้กันแบบประชาธิปไตย คือ วิพากษ์กันได้ในเรื่องนโยบาย อย่างมีเหตุมีผล และอย่างแรงก็ได้เลย แต่รู้สิทธิเขารู้สิทธิเรา และที่สำคัญไทยเรา(รวมเขมร พม่า) ระยะแรก ๆ นี้ ต้องรักษากติกา กติกาบอลประชาธิปไตยไงล่ะครับ ยอม ที่จะรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยไปให้ได้ (ไม่ใช่แพ้เขาแล้ว ไปก่อกวนในรัฐสภา แบบคู่ศัตรูผู้ร้ายกาจ มาแต่ชาติปางก่อน แล้วลาออกจากตำแหน่งคนของประชาชน ไปตั้งตนเองเป็น กปปส. อย่างนี้ได้อย่างไร คนไทยต้องคิด ต้องมาคิดให้ถูกก่อน คือมิตร ไม่ใช่ศัตรู)🌶️🌶️🌶️🌶️🌶️
  •  ·      ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆสุวรรณเมฆินทร์
  •                 10 พ.ย.2561  
  •                  เวลา 08.30 น. 
  •  
  •  
  •  
  •  ความคิดเห็นที่ 10 
  • เอาบทกวีเรื่องนี้มาลงให้คิดกันดูก่อน นะครับ
  •  

  •  
  •  
  •  
  •  “ พระผู้ทำให้สงฆ์งาม 
  •  
  • วิญญูชนผู้เห็นแจ้งในชีวิต                                ต่างลองถูกลองผิดคิดเสาะหา
  • หวังพึ่งพิงอริยะสงฆ์เรืองปัญญา                       เพื่อปลดเปลื้องอวิชชาจากกมล
  • มีผู้รู้บอกทางไหมใครเห็นแจ้ง                         นำพาแสงสว่างไสวไปทุกหน
  • มุ่งตรงสู่พระนิพพานในบัดดล                          ต่างยินยลเที่ยวตามหาจนหมดแรง
  • ระบบสงฆ์พาหมู่พวกเดินสู่ลาภ                        ยศสรรเสริญสุขในกามกันทุกแห่ง
  • กิเลสร้ายกลายเป็นมิตรผิดสำแดง                    ล้วนวิ่งแข่งอวดวัดวาว่าใหญ่โต 
  • ศาสนวัตถุคือสุดยอดของการสร้าง                   มรรคผลร้างห่างหายไปไกลโข
  •          ทั้งระบบต่างเดินไปเพื่อใหญ่โต              กิเลสกามพาให้โง่จนตัวตาย
  • สงฆ์สมมุติจึงห่างหายไกลความสุข                  มัวเคล้าคลุกความเขลาท่านรู้ไหม
  • กินกามเกียรติพาเพลิดเพลินจนวอดวาย           มาบวชกายหลงลืมตามหาใจตน
  • วิ่งตามโลกตามกระแสแพ้กิเลส                       ทางแห่งเหตุเกิดทุกข์มักฉ้อฉล
  • เห็นธรรมดำเป็นธรรมขาวเฝ้าเปรอปรน             หนีไม่พ้นเงื้อมมือมารผลาญชีวี
  • จงมาตามหาพุทธะในใจเถิด                           จิตบรรเจิดละนิวรณ์ไม่หมองศรี
  • กินกามเกียรติทางของมารชาญโลกีย์              โลกุตตระนี้คือสุขอันนิรันดร์
  • อริยมรรคมีองค์แปดแสนประเสริฐ                    ทางล้ำเลิศเพื่อดับทุกข์หายโศกศัลย์
  • เดินทางนี้พระผู้งามในใจพลัน                         ได้สืบสานพระสัทธรรมให้มั่นคง
  • การศึกษาเพื่อดับทุกข์ทั้งระบบ                        มีจุดจบละอาสวะหน้าที่สงฆ์
  • มีดวงตาเห็นธรรมตามจำนง                            เลิกละหลงอุปาทานผลาญอัตตา
  • จงมาเถิดผองเพื่อนร่วมวัฏฏะ                          มาลดละอวิชชากันเถิดหนา 
  • ดับภพชาติตายก่อนตายด้วยปัญญา                 ใครเห็นค่าได้พานพบจบนิพพาน 
  •  
  • -พัชรา  กอปรทศธรรม
  •  
  • ผู้แสดงความคิดเห็น     ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์  
    10 ธ.ค.2561  
    21.50 น.
  •  

     
  • ความคิดเห็นที่ 11 
  • มาลองอ่านบทวิเคราะห์ต่อมา ที่ไปเกี่ยวข้องกับ ประชาธิปไตย เข้าจนได้   ส่วนท่านผู้อ่านคิดอย่างไรล่ะ? 
  •  
  • เมื่อเราได้อ่าน หรือ ได้ฟัง เรื่องราว หรือ หนังสือ หรือ คำพูด หรืออย่างเช่นบทกวีข้างต้น ที่พัชรา กอปรทศธรรม เอามาให้อ่าน เมื่ออ่านแล้วเราคิดอย่างไรบ้าง?....คือ คิดว่ามีอะไรบ้างที่น่าเชื่อถือที่น่ายอมรับเพียงไรหรือ มีถ้อยคำไหนน่าฟังไม่น่าฟังบ้าง?....บางบทบางคำก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน เพ้อเจ้อ หรือเปล่า? .... ที่ฟังแล้วเห็นว่าจริง...แล้วจะทำอย่างไรต่อไปเช่นบทว่า.... ระบบสงฆ์พาหมู่พวกเดินสู่ลาภ ยศสรรเสริญสุขในกามกันทุกแห่ง
  • กิเลสร้ายกลายเป็นมิตรผิดสำแดง ล้วนวิ่งแข่งอวดวัดวาว่าใหญ่โต 
  • ศาสนวัตถุคือสุดยอดของการสร้าง มรรคผลร้างห่างหายไปไกลโข..........แล้วพอมีคนคิดว่านี่เป็นคำพูดที่พูดถูกจริง ๆ ....แล้วคิดต่ออย่างไรคิดทำอย่างไรต่อหรือไม่?   ส่วนตรงนี้ ที่ว่า ......  หวังพึ่งพิงอริยะสงฆ์เรืองปัญญา   เพื่อปลดเปลื้องอวิชชาจากกมล........ก็เท่ากับเรื่องเพ้อเจ้อ......เพราะคนไม่รู้ว่า   อะไร  หรือ  ใคร  เป็นอริยสงฆ์   แล้วจะไปพึ่งอะไรกับอริยสงฆ์ ......หากไปแล้ว กลับมาไม่ถูกหวยสักตัว  นั่นก็ไม่น่าเป็นพระอริยสงฆ์  หรือ พระอนาคามี  อรหันต์   คิดเพ้อเจ้อไปนู้น   ...แต่คนเรานั้นไปแสวงบุญ   ไปทอดกฐิน   ไปทอดผ้าป่าสร้างวิหาร  สร้างโบสถ์ให้พระป่า  ได้พบพระอรหันต์  ก็ได้บุญ  ก็คิดไปแบบนั้น .....และบทที่ว่า   มีผู้รู้บอกทางไหมใครเห็นแจ้ง...........ผู้รู้      ก็น่าจะรู้เรื่องลาภ  รู้เลขจะออก บอกเบอร์ถูก   นั่นแหละ  ผู้รู้ละ......    ก็จึงกลายเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไปสิ....
  •  



  • บางทีเรื่องนามธรรม  มันยากและทำผิดกันไป     แต่แม้เรื่องรูปธรรม  คนเราก็ยังไม่เข้าใจเลย     ฉะนั้น  คนเรานี้  เอาเท่าที่ได้อย่างคน ๆ ที่มีกิเลสได้อย่างคนมีกิเลส   ก็น่าจะเพียงพอแล้วละ พูดอีกอย่างหนึ่ง  อย่างที่พวกหมู่หนอนในส้วม มันได้   อย่างนั้นมันก็ว่าดีแล้ว พอเทวดามาชวนให้มันไปเป็นเทวดาอย่างเพื่อนมันที่เคยเป็นหนอนมาก่อน    พวกหนอนพวกนั้นก็หัวเราะเยาะเอาว่า  กูจะไปกับมึงทำไม อยู่นี่กูมีกินสบาย   อยู่สบาย  ทุกเช้าทุกเย็น  อาหารก็ตกมาให้กินเอง      มันก็คิดอย่างนั้นแหละ....................ก็รูปธรรมของคนไทยขณะนี้  ก็เรื่องการเมืองนี่แหละ  ...........ปากก็พูดอยากเป็นประชาธิปไตย   แต่ไม่รู้จักว่าประชาธิปไตยคืออะไร ......86 ปีมาแล้ว  สร้างประชาธิปไตยไม่เสร็จ   เพราะไม่มีใครรู้ว่า  ประชาธิปไตยก็มีชีวิต  มันคือ  ต้นประชาธิปไตย   มันจะเติบโตได้อย่างไร  ในเมื่อปลูกมันลงดินแล้ว   ไม่กี่วันกี่ปี  ก็ถอนมันทิ้ง.....ปลูกแล้วถอน  ปลูกแล้วถอน  มา   86  ปีแล้ว  แล้วต้นประชาธิปไตยไทยจะเติบใหญ่ได้อย่างไร  ?   นี่คือคนที่คิดอย่างหนอนในส้วมเลยทีเดียว   ทางที่ถูก  จะอย่างไรก็ตาม  เราต้องเลี้ยงต้นประชาธิปไตยให้เติบโตไป  อย่าถอนมันทิ้ง มันใช้เวลาเติบโตเหมือนคนเรานี่แหละ  มีปัญหาอะไรค่อยแก้ไขไป   โดยต้องร่วมกันปลูก บำรุง พรวนดิน ต้นประชาธิปไตยให้มันเติบโตไปให้ได้   นั่นคือ   อย่างไร ๆ   ก็อย่าถอนมันเป็นอันขาด   เสร็จเลือกตั้งได้รัฐบาลแล้ว อย่าปฏิวัติ   อย่ารัฐประหารอีกเลย   และอย่าทำการคิดล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตย แบบพวก กปปส.อย่างเด็ดขาด.......ไม่งั้นต้นประชาธิปไตยเราก็เติบโตไปไม่ได้นะสิ  ...บางทีเรื่องนามธรรม  มันยากและทำผิดกันไป     แต่แม้เรื่องรูปธรรม  คนเราก็ยังไม่เข้าใจเลย     ฉะนั้น  คนเรานี้  เอาเท่าที่ได้อย่างคน ๆ ที่มีกิเลสได้อย่างคนมีกิเลส   ก็น่าจะเพียงพอแล้วละ พูดอีกอย่างหนึ่ง  อย่างที่พวกหมู่หนอนในส้วม มันได้   อย่างนั้นมันก็ว่าดีแล้ว พอเทวดามาชวนให้มันไปเป็นเทวดาอย่างเพื่อนมันที่เคยเป็นหนอนมาก่อน    พวกหนอนพวกนั้นก็หัวเราะเยาะเอาว่า  กูจะไปกับมึงทำไม อยู่นี่กูมีกินสบาย   อยู่สบาย  ทุกเช้าทุกเย็น  อาหารก็ตกมาให้กินเอง      มันก็คิดอย่างนั้นแหละ....................ก็รูปธรรมของคนไทยขณะนี้  ก็เรื่องการเมืองนี่แหละ  ...........ปากก็พูดอยากเป็นประชาธิปไตย   แต่ไม่รู้จักว่าประชาธิปไตยคืออะไร ......86 ปีมาแล้ว  สร้างประชาธิปไตยไม่เสร็จ   เพราะไม่มีใครรู้ว่า  ประชาธิปไตยก็มีชีวิต  มันคือ  ต้นประชาธิปไตย   มันจะเติบโตได้อย่างไร  ในเมื่อปลูกมันลงดินแล้ว   ไม่กี่วันกี่ปี  ก็ถอนมันทิ้ง.....ปลูกแล้วถอน  ปลูกแล้วถอน  มา   86  ปีแล้ว  แล้วต้นประชาธิปไตยไทยจะเติบใหญ่ได้อย่างไร  ?   นี่คือคนที่คิดอย่างหนอนในส้วมเลยทีเดียว   ทางที่ถูก  จะอย่างไรก็ตาม  เราต้องเลี้ยงต้นประชาธิปไตยให้เติบโตไป  อย่าถอนมันทิ้ง มันใช้เวลาเติบโตเหมือนคนเรานี่แหละ  มีปัญหาอะไรค่อยแก้ไขไป   โดยต้องร่วมกันปลูก บำรุง พรวนดิน ต้นประชาธิปไตยให้มันเติบโตไปให้ได้   นั่นคือ   อย่างไร ๆ   ก็อย่าถอนมันเป็นอันขาด   เสร็จเลือกตั้งได้รัฐบาลแล้ว อย่าปฏิวัติ   อย่ารัฐประหารอีกเลย   และอย่าทำการคิดล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตย แบบพวก กปปส.อย่างเด็ดขาด.......ไม่งั้นต้นประชาธิปไตยเราก็เติบโตไปไม่ได้นะสิ  ...
  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ 
  • 10 ธ.ค. 2561

 

 

 

 

 

 ความคิดเห็นที่ 12

ดูภาพนี้นะครับ  เอามาจากเฟสบุค วันนี้เอง

 

  

 

 แล้วมีความเห็นตามมาว่าอย่างนี้ครับ  

 

 Phayap Panyatharo  ในสภายุคนายคนนี้แหละ(กษิต ภิรมย์)นั้นแหละ มีสิ่งอัปรีย์จัญไรเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด ..มีเสียงชะนี(สส.หญิงพรรคฝ่ายค้าน: ประชาธิปัตย์)ร้องโหยหวล เป็นจังหวะดนตรีป่าเถื่อนกันท่วมสภา มีการลุกฮือขึ้นไปไล่ประธานรัฐสภาบนบัลลังก์ ลากเก้าอี้ประธานรัฐสภาลงไป มีสส.ฝ่ายค้าน น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทุ่มเก้าอี้ใส่ประธานสภา ถึง 2 ตัว จนเก้าอี้พังไป มีการโห่ฮาเหมือนพวกนักเลง คนกุ๊ยๆๆไม่มีผิดจนตำรวจเข้าไปห้ามเหมือนเข้าไปดูแลเด็กเกเรในโรงเรียน...แล้วมีการต่อยกันในสภา แล้วพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ พาสส.ลาออกไปจากความเป็นผู้แทนของราษฎร .... ไปตั้ง กปปส.นอกสภา ปลุกระดมมวลชนไปยึดกระทรวงทะบวงกรม 7 แห่ง ยึดประเทศด้วยพลังมวลชนแล้วสั่งให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปรายงานตัว ให้ตำรวจ ทหารไปรายงานตัว ตลก ตลกแบบโง่ ๆ ของโลกเขามองดูอยู่อย่างขบขันเลย และนี่แหละบอกเลยว่าคนพรรคประชาธิปัตย์นี้แหละไม่รู้เลยว่าประชาธิปไตยคืออะไร จะสร้างประชาธิปไตยอย่างไรก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง แล้วคราวนี้จะเลือกคนพรรคนี้ไปทำไม เขาไม่เคารพในความเป็นตัวแทนของประชาชนเลย(ก็พรรคนี้บอยคอตการเลือกตั้งถึง2ครั้งมาแล้ว อย่างที่ไม่มีใครเอาไปฟ้องร้องยุบพรรคฐานทำลายระบบประชาธิปไตย และการลาออกจากสส.นั้นคือการดูถูกประชาชนอย่างชัดเจน ชาวใต้น่าจะมองดูเสียที แล้วไปตั้งกปปส.ไปยึดกระทรวงทบวงกรมถึง 7 กระทรวงทบวงกรม นั้นก็กบฏชัด ๆ แต่รอดมาได้อย่างไร ไม่ทราบเหมือนกัน จึงทำให้ประชาธิปไตยไทยไร้ค่าไร้ความหมายไปหมด) แต่เวลาโฆษณาคุณภาพตัวเองโฆษณาได้ดีนะ หรือแท้จริงโกหกปั้นภาพเก่งเท่านั้นเอง ดังภาพครับ

 

 

 คือ คนที่พูดถึงเรื่องอะไร  โดยที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วเราจะไปไว้วางใจเขาได้อย่างไร ?  เช่น  พูดถึง ประชาธิปไตย โดยที่ตนเองไม่รู้ว่าประชาธิปไตยคืออะไร  เช่นที่นายอภิสิทธิ พูดนี้แหละ  เขาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่เขาไม่เข้าใจว่า  การไปบอยคอตการเลือกตั้ง มาถึง 2 ครั้ง  แม้ครั้งแรกพรรคก็ควรได้รับการลงโทษโดยกฎเกณฑ์ประชาธิปไตยไปแล้วด้วยโทษสูงสุดถึงยุบพรรคไปแล้ว  และมามีการบอยคอตไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็ไม่ได้รับโทษยุบพรรคไปอีกรอดไปเป็นครั้งที่ 2 โดยไม่มีใครตกใจเลยว่า รอดโทษประหารไปได้อย่างไร   ซึ่งที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะระบบสากลประชาธิปไตยในประเทศนี้ ยังอ่อนและโง่เง่าอยู่จนไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรเสีย  อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษต่อประชาธิปไตย นั่นเอง ...และต่อมานายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค  ก็ก่อเรื่องในสภา  ตามเรื่องที่ตั้งขึ้นวิจารณ์ข้างต้น (ความคิดเห็นนี้ที่ 12 นี่แหละครับ) การก่อเรื่องในสภาครั้งนั้น มีหลายครั้งเลย  ที่พรรคประชาธิปัตย์ทำตนเหมือนกุ๊ยข้างถนนจริงๆ  ตามที่มีบทวิจารณ์นั้นจริง ๆสส.หญิงพรรคประชาธิปัตย์ ทำตนเหมือนชะนีจริง ๆ  แต่เป็นชะนีเถื่อนที่ร้องโหยหวลอย่างพร้อมเพรียงกันจริง ๆ โดยมีจุดประสงค์ในการถล่มรัฐบาลเขา....แล้วพวกกุ๊ยการเมืองพรรคประชาธิปัตย์  ก็ก่อกวนการประชุม มีการยกเก้าอี้ทุ่มใส่ประธานสภา ถึง 2 ครั้ง 2 ตัว จนเก้าอี้พังไป  แล้วกรูกันขึ้นไปไล่ประธานสภา  ลากเก้าอี้ประธานสภาลงไป   จนตำรวจออกมาควบคุมสถานการณ์    ซึ่งบรรยายได้อย่างที่บรรยายไว้ข้างต้นเลย ....แต่ตรงที่บอกถึงความไม่เข้าใจประชาธิปไตย  ก็คือ  การที่พรรคประชาธิปัตย์พากันลาออกจาก สส. ตรงนี้แหละที่บอกว่าไม่มีความเคารพประชาชน ผู้ที่เป็นเจ้าของอำนาจ ที่เลือกตนมาแทนเขาเลย  และหมายถึงความไม่เคารพหลักการประชาธิปไตย  และเขาไปมองการปลุกระดมมวลชน เอามวลชนเป็นหลักการแห่งอำนาจ แทนหลักการการเลือกตั้ง ลาออกจากตำแหน่งที่ประชาชนมอบความไว้วางใจ ที่เป็น สส.นั้น ไปจัดตั้งพรรคการเมืองเถื่อน คือ กปปส.   นั้นแหละเป็นโทษที่ร้ายแรงควรแก่การยุบพรรคประชาธิปัตย์ไปอีกหนหนึ่ง  แต่ก็เห็นแล้วว่า  คนไทย คนประเทศนี้  ไม่คิดจะทำอะไรจริง ๆ มีแต่ทำเล่น ๆ ยิ้มย่องผ่องในเสมอไป  อ่อน ไม่เข้าใจหลักการประชาธิปไตยกัน เลยมองเรื่องที่ร้ายแรง  มองโทษประหารไม่เป็นโทษอะไรเลย ....ซึ่งหากเราปล่อยไปเช่นนี้แล้วประชาธิปไตยไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อประชาธิปไตยนั้นก็เสมือนต้นไม้ที่เราปลูก ต้องการเวลารดน้ำพรวนดินนานเป็นปี ๆ ไปกว่ามันจะเติบโตขึ้นมาได้  แต่นี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นโรคพืช  อะไรเป็นภัยแก่การเติบโตของพืชต้นไม้ประชาธิปไตยของเรา ก็ยังไม่รู้  แล้วจะเติบโตไปได้อย่างไร   ที่ต้องระวังก็คือโรคพืชประชาธิปไตยแบบพรรคประชาธิปัตย์นี่เอง    ที่เวลาพูด ๆ อย่างที่ตัวเอง ไม่รู้ว่าพูดอะไร  พูดเรื่องประชาธิปไตย แต่ไม่รู้จักประชาธิปไตยเลย แล้วจะเอาคนพวกนี้เข้าไปทำไมล่ะ ?  จะเป็นประโยชน์อะไรแก่ประชาธิปไตยไทย  ? 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น:  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์  

          28 ม.ค.2562

 

 

 

 ความคิดเห็นที่ 13 

ไม่มีภาพครับ  ภาพเขาลบทิ้งไปแล้ว 

 

   ประชาธิปไตย มีแต่มิตรนะ ไม่มีศัตรู มีพรรครัฐบาลมีพรรคฝ่ายค้าน แต่การต่อสู้กันต่อสู้แบบนักมวย แบบกีฬาฟุตบอล ไม่ใช่ต่อสู้แบบศัตรูคือหมายความว่าใช้อารมณ์ เอากันให้ตายไปเลยแบบไม่มีเหตุผล แบบคนที่โกรธแค้นกันมาแต่ชาติก่อน อย่างเช่นเราไปพูดอย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง เช่นนี้ ที่ว่า เขาโง่ยิ่งกว่าควาย อย่างนี้ เราน่าจะต่อสู้กันแบบมีวัฒนธรรม คือสู้กันอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ต้องแบบมิตรต่อมิตรสู้กัน แล้ว รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แบบนักมวยเขา แบบกีฬาฟุตบอลเขา เราเชียร์ก็ต้องเชียรแบบมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย ไม่งั้นก็จะกลายเป็นการสร้างศัตรูกันขึ้นเป็นพวก ๆ เราเองเลยกลายเป็นตัวปัญหาสังคมไปเอง เพราะไปยุแยง ให้คนในสังคมโกรธกันเป็นศัตรูกัน เกิดเป็นพรรคเป็นพวก ทำประเทศแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปเอง(นี่แหละโง่) ที่คอยแต่แก้แค้นกันไปไม่สิ้นสุดนั่นเองซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย และ ประชาธิปไตยที่เราอ้างนี้ก็กลายเป็นระบอบที่ร้ายไป จนที่สุดกลายเป็นสงครามกลางเมืองไป เพราะประชาธิปไตยไม่ถูกอย่างนี้เอง ...คือ เอานโยบายมาถกกันนั่นแหละประชาธิปไตย คุณต้องบอกว่า ของคุณจะช่วยประชาชนได้อย่างไร ช่วยชาติได้อย่างไร ให้มีเหตุผล และดำเนินการไปให้ถูกหลักเหตุผล หากผิดกฎหมายก็จัดการไปตามหลักกฎหมาย อย่างเช่นที่ว่า ขาดความยุติธรรมก็เอาหลักฐานมาพิศูจน์ วาจาสามหาว ถ่อย สถุนนี้ ก็คนเขาก็ฟังได้ยินเองก็เป็นผลร้ายต่อเขาเองอยู่แล้ว ขอแต่เราอย่าเอาอย่างคนเลวก็พอ ที่ว่ามาก็เพราะรู้สึกว่าการวิจารณ์การเมืองบ้านเราไร้วัฒนธรรม ไร้จิตใจจริง ๆ ขนาดที่เราเป็นชาวพุทธ แต่จิตใจไม่ได้ระดับ เหมือนคนอเมริกายุโรปเขาเลย(ซึ่งเขาไม่ใช่ชาวพุทธแต่เขาประพฤติทางจิต มีระดับจิตที่สูงส่งได้ดีกว่าคนพุทธ) โดยมีจิตใจที่สูงส่ง ประชาธิปไตยเขาจึงก้าวหน้าและประชาชนไม่ได้ต่อสู้กันแบบศัตรูแต่แบบมิตร ไม่ใช่เป็นศัตรูกันแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นศัตรูกันตลอดไป การหาเสียงนั้น บ้านเรายังทำไม่ถูก ที่หมายถึงหรือมีพฤติกรรมกันจริงๆ คือหาเรื่องราวมาเพื่อจะด่าเขา ว่าเขา พยายามพัฒนาการด่าไปเรื่อย ๆ อย่างนี้เท่านั้นเอง โดยที่เราเองไม่ละอายใจ กลายเป็นที่ด่าเขานั้นกลับจะเป็นการด่าเราเอง เช่น โง่ยิ่งกว่าควาย อย่างนี้ ก็จะกลับมาสู่เราเอง ดังที่พุทธองค์สอนไว่ ว่าหากเราถ่มน้ำลายรดฟ้า น้ำลายจะถูกฟ้าไหม ไม่...น้ำลายก็ตกลงมารดหน้าคนถ่มเอง เอาละขออภัยที่พูด ๆ เพื่อให้เข้าใจประชาธิปไตยกันนั่นเอง เพราะประเทศเราต้องเป็นประชาธิปไตย แต่การต่อสู้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยต้องต่อสู้แบบทุกฝ่ายต้องเป็นมิตรกัน เท่านั้น (เอามาจากเฟสบุค 20 นาทีนี้เองครับ...ความคิดเห็นท้ายคลิปหาเสียงพรรคเพื่อไทย)

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

            6 ก.พ.2562 09.25 น.

 

 

ความคิดเห็นที่ 14 

 

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไม่รู้ว่าศาสนาคืออะไร? ประกาศแต่วันเปิดตัวว่าจะไม่อุปถัมภ์พุทธศาสนา จะสนับสนุนให้กิจการอิสลามใต้เข้มแข็งขึ้น ...เขาพูดไปแบบไม่รู้จริงๆ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ...เป็นประเด็นสำคัญยิ่งกว่าประเด็นอื่น ของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งนักการเมืองจะไม่รู้ไม่ได้ ...เมื่อไม่รู้ไม่เข้าใจประเด็นนี้แล้ว คุณจะไปทำการเมืองไปเพื่อใคร ....ยังมีอีกนะ นักการเมืองที่เก่ง หาเงินหาทองเก่ง โกงเก่ง แต่ไม่รู้เรื่องศาสนาเลย 

ควรจะตรวจตัวเองเสียบ้างว่า จุดที่เราบกพร่องนั้น เป็นจุดนี้หรือเปล่า ? คนพุทธมีริมาณ 95 % นี้ จะไล่ออกไปเอง(เอามาจากเฟสบุ๊ค5นาทีนี้เองครับ  ความคิดเห็นท้ายคลิปหาเสียงพรรคอนาคตใหม่)

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ 

 

            6 ก.พ.2562  09.30 น.

 

 ความคิดเห็นที่ 14 

 

 

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไม่รู้ว่าศาสนาคืออะไร? ประกาศแต่วันเปิดตัวว่าจะไม่อุปถัมภ์พุทธศาสนา จะสนับสนุนให้กิจการอิสลามใต้เข้มแข็งขึ้น ...เขาพูดไปแบบไม่รู้จริงๆ แต่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ...เป็นประเด็นสำคัญยิ่งกว่าประเด็นอื่น ของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งนักการเมืองจะไม่รู้ไม่ได้ ...เมื่อไม่รู้ไม่เข้าใจประเด็นนี้แล้ว คุณจะไปทำการเมืองไปเพื่อใคร ....ยังมีอีกนะ นักการเมืองที่เก่ง หาเงินหาทองเก่ง โกงเก่ง แต่ไม่รู้เรื่องศาสนาเลย     

 

ควรจะตรวจตัวเองเสียบ้างว่า จุดที่เราบกพร่องนั้น เป็นจุดนี้หรือเปล่า ? คนพุทธมีริมาณ 95 % นี้ จะไล่ออกไปเอง(เอามาจากเฟสบุ๊ค5นาทีนี้เองครับ  ความคิดเห็นท้ายคลิปหาเสียงพรรคอนาคตใหม่)   

 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์    

 

            6 ก.พ.2562  09.30 น.

 

 

 

 

 

 ความคิดเห็นที่ 15 

 


การประกาศตนไม่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เท่ากับการสิ้นสภาวะแห่งชาวพุทธไปแล้ว  ...  เกิดจากปัญญาพื้นฐานต่ำต้อย  ...   ไม่อาจจะเข้าใจแม้ทางทฤษฎีของศาสนาพุทธ   ที่มีความประเสริฐในฐานะศาสนาแห่งนิพพาน  ศาสนาที่สอนให้โลกเป็นเสรีชน  ที่ปราศจากอัตตา  ไร้อัตตภาวะ คือความมีตัวมีตน  นั่นเป็นวิถีทางสู่โลกพระพุทธเจ้า ... ที่เป็นวิถีทางแห่งอิสรภาพเหนือความเป็นความตาย เหนือความเป็นทาสทุกประการ   และ  ประชาธิปไตยนี้เองมาจากหลักการของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น  ตั้งแต่หลักการว่าด้วย  ความเป็นมนุษย์(ความเป็นคน)  ประชาธิปไตยไม่ใช่สำหรับความเป็นทาส ที่ประเทศตะวันตก อเมริกา ประชาธิปไตยเขาเข้าใจดีกว่าคนตะวันออกจึงพัฒนาประชาธิปไตยมาเจริญไปได้  และขณะนี้ การเมืองไทยกำลังเข้าสู่สภาวะที่รุนแรงอย่างไร้เหตุผลทางหลักการประชาธิปไตย หรือหลักการพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น(ทั้ง ๆ ที่เป็นประเทศพุทธศาสนามานับร้อยพันปี...และมีนักปราชญ์..ที่จบเปรียญ9นับร้อยนับพันคนที่เป็น เป็นสมเด็จเป็นราชาคณะนับร้อย เช่นกัน  แต่ไม่เข้าใจหลักการพระพุทฅธศาสนากับการเมืองประชาธิปไตย) นั่นคือ หลักการต่อสู้(เวลาหาเสียงนั่นน่ะ)  ต้องต่อสู้แบบสันติ แบบคนเป็นมิตรกัน  ไม่ใช่มองคู่ต่อสู้เป็นศัตรูกัน...ไม่เช่นนี้อย่างเด็ดขาด ... ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อความหยาก อยากเป็นใหญ่เป็นโต  อยากได้เงินเดือน เงินตอบแทนสูง หรือแม้กระทั่งช่องทางที่จะได้ประโยชน์ต่าง ๆ ฯลฯ  จิตใจนักประชาธิปไตย ที่จะเจริญทางประชาธิปไตยไปได้ต้องสูงส่ง ไม่ใช่เพื่ออยาก

 

 

...ดูจอห์น ทรัมป์สิ  เขาได้เป็นประธานาธิบดีแล้ว เขายังไม่เอาเงินเดือนประธานาธิบดีเลย..มีใครในโลกใจเท่าเขา  แถมมีการประชุมอะไรไม่มีงบให้ เขาก็จ่ายเงินส่วนตัวให้ ดูสิ  นี่แหละ  ไม่มีความหยากหลักศาสนาพุทธนี่เอง ... มีการให้อภัย...พอเสร็จการต่อสู้ ทุกคน ทุกประชาชน ทุกฝ่ายการเมือง...ต้องถือธรรมะข้อให้อภัยนี้ นี่แหละใจสูงจึงทำได้   อย่าไปแค้น  ละวางความผูกโกรธไปหมด มาเป็นมิตรกันเหมือนเดิม(ไม่ใช่เสร็จเลือกตั้งแล้ว แพ้เขาต้องหนีไปต่างประเทศ  แบบนรม.ไทยแทบทุกคน)  และมีการยอมรับผลของการต่อสู้ และสุดยอดก็คือ ประชาธิปไตยไม่มีผู้แพ้ ไม่มีผู้ชนะ  อันเนื่องจากหลักจิตใจพื้นฐานแบบพุทธธรรมคำสอนให้ใจสูงนั่นเอง  อย่าต่ำ  หากใจต่ำแล้วเป็นประชาธิปไตยไม่ได้(ดู 86 ปีมาแล้ว คนไทยยังสู้กันด้วยจิตใจที่ต่ำต้อย ไม่เหมือนชาวพุทธเลย...ทำไมไม่เอาธรรมะมาใช้ในกิจการงาน กิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์  โดยเฉพาะการเมืองของประเทศขณะนี้เอง) ใจต่ำอยู่เหมือนเดิม  ดูคนอเมริกันประชาธิปไตยสิ ใจเขาสูง(ทั้ง ๆที่เขาไม่ใช่ชาวพุทธหรือทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีนักปราชญ์ทางพุทธคอยบอกคอยสอนเหมือนคนไทยใจต่ำ) เขาเลิกผิวสี มีสงครามผิวสีมาแล้ว แต่ยังไม่หมด เขาจะทำให้คนเป็นคนเสมอกันให้ได้ แม้ขณะนี้เขาก็ยังต่อสู้ให้เรื่องผิวสีในประเทศเขาหมดลงไปอย่างสิ้นเชิงเลย..ดูภาพยนต์สิ  พระเอกผิวดำเริ่มมีมาตั้งแต่เรื่อง  แด่คุณครูด้วยความรัก..TO TEACHER  WITH LOVE ... แต่เดิมมายังไม่มีพระเอกผิวดำได้เมียนางเอกผิวขาวเลย  แม้วันนี้  ก็ยังไม่มี  เพียงเริ่มจะมี  นั่นแหละ เขาก็ยังต่อสู้อยู่ เพื่อให้เสมอกันจริง ๆ ในความเป็นคน  เพราะหากไม่เสมอกันในความเป็นคนแล้ว  ก็ไปสู่จุดสูงสุดของประชาธิปไตยไม่ได้ นั่นแหละ จิตใจที่สูงส่งสะอาดแท้ ๆ จึงทำได้ เจริญในระบอบประชาธิปไตยไปได้สูงสุด...คุณรู้ไหม อเมริกามีมลรัฐเพิ่มเข้ามาตลอด  ไม่มีมลรัฐไหนอยากออกไปเหมือนรัสเซีย เหมืือนจีนแดง...เพราะเขาฉลาดบริหารประชาธิปไตยนั่นเอง  ต่อไปประเทศต่าง ๆ อาจจะขอร่วมประเทศเป็นมลรัฐหนึ่งกับสหรัฐอเมริกาก็ได้ รวมทั้งไทยเราด้วย  เพราะประชาธิปไตยมี่แหละ พุทธแท้  ทำให้การปกครองเป็นแบบคนที่เท่าเทียมกันจริง ๆ  และไม่มีการขัดแย้งทางการเมืองทุกคนเล่นกันแบบมีกติกา...และ  ไม่มีผู้แพ้  มีแต่ผู้ชนะเหมือนกันหมด) ... แต่ส่วนที่น่าเสียดายสำหรับคนที่ไม่เข้าใจศาสนาพุทธก็คือ  เรื่อง  มรรค ผล นิพพาน  นั้น เป็นอะไรที่สุดประเสริฐ เลิศไม่มีอะไรเท่าเทียมได้ และคนยุคนี้ ยิ่งมีสติปัญญาฉลาดปราชญ์เปรื่อง หากเข้าใจหลักการที่แท้จริง หลักการปฏิบัติที่แท้จริงที่ถูกต้องแล้ว ย่อมบรรลุ มรรคผล นิพพานได้จริง  ไม่มีวันล้าสมัย  เพียงแต่เราต้องเข้าใจให้ถูกต้องเท่านั้นเอง  แต่หากเราประกาศตน ถอนตนไปเสียก่อนแล้ว  นั้น  ก็หมดโอกาศไปเลย น่าสงสารจริง ๆ   ทำไมไม่ดูประวัติศาสตร์และรู้จักคิดเหตุผลบ้าง   อโศกมหาราช  เป็นใคร?  และ เก่งเพียงไหน?   ทำไมจึงมาสยบ  ยอมเป็นพุทธสาวกหลังจากปราบโลกทั้งโลกราบคาบลง?  ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาออกไปทั่วโลก. ทำไมคนมีปัญญายุคปัจจุบันนี้ 

 

นับแต่  นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่  ผู้ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับโลกและมนุษย์ คือ กาลิเลอี กาลิเลโอ, กาลิเลโอ  ทำกล้องส่องดูดวงดาวได้  รู้ว่าโลกไม่ได้แบนเหมือนที่มุฮำมัดกล่าวในคัมภีร์คริสต์-อิสลาม ที่พูดถึงเรื่องโลกนี้ เรื่องมนุษย์นี้อย่างตลกสำหรับคนยุคใหม่ เด็กยุคใหม่ (อย่างเช่นบอกว่าพระเจ้าอัลเลาะห์ทรงสร้างโลกได้อย่างมหัศจรรย์, สร้างมนุษย์ผู้หญิงได้อย่างอัศจรรย์เพราะทรงดึงเอาซี่โครงอาดัมออกมาสร้างเป็นอีวา(ไม่ใช่เกิดจากท้องแม่ จากการร่วมรักร่วมเพศกันแบบธรรมชาติ), แม้กระทั่งหลังคาที่มุงโลกเรา อัลเลาะห์ก็ทรงสร้างได้แบบไม่ต้องมีเสาค้ำยันเลย หลังคาโลกก็มุงโลกมาได้นับร้อย ๆปี ไม่เคยเก่า ไม่เคยพัง ไม่เคยซ่อม ฯลฯ  ตลกไหม?...แกคิดว่าท้องฟ้าเป็นหลังคามุงโลก)  และรู้ว่าดาวพระเคราะห์มีการจรของมันไปตามธรรมชาติ  และพากันจรรอบดวงอาทิตย์  ไม่ได้จรรอบโลกเหมือนในคัมภีร์คริสต์-อิสลาม)...และเร่ิมมองเห็นความจริง ...และต่อมา  รุ่นลูกศิษย์ของกาลิเลโอ   คือ  อัลเบิร์ต ไอสไตล์  นี่เอง ......ไปทำการศึกษาศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ   เข้า   จนถึงกล้าประกาศออกมาว่า  ศาสนาอื่น ๆ เป็นเรื่องโกหกหลอกลวงคนยุคใหม่ต่างรู้เท่าทันแล้ว  ศาสนาพุทธเป็นศาสนาสำหรับจักรวาล (ไม่ใช่เพียงคนไทยพุทธ  หรือเพียงคนในโลกเท่านั้น...แต่มีโลกไหนโลกนั้นก็ควรต้องเอาประโยชน์จากศาสนาพุทธ...นั่นแหละชาวพุทธเราจึงกล่าวกันว่า  พระพุทธเจ้านั้นทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย...เข้าใจไหมครับ ตรงกับความเข้าใจของ ไอสไตล์ละแต่ไอสไตล เขามองเทพเทวดา เป็นจักรวาล)  .....   ทั้งนี้ เมื่อเกิดความรู้แล้ว  จึงเข้าใจความสำคัญของพุทธศาสนา   

 

 

 

อย่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นี้  ที่ประกาศออกมาว่าไม่อุปถัมภ์พุทธศาสนานั้น  ก็เพราะยังไม่เข้าใจศาสนานั่นเอง   คือ  ศาสนาอะไร ๆก็ไม่เข้าใจ..ฮินดู  คริสต์  อิสลาม  ก็ไม่เข้าใจ  ยังอ่อนมาก ๆ จริง ๆ  และพุทธ  ที่ตนเกิดในแผ่นดินพุทธ ก็ยังไม่เข้าใจเลย  กลับประกาศตนเป็นคนเนรคุณต่อพุทธศาสนาเสียอีก   เท่ากับสร้างบาป(คือสร้างสิ่งกีดกั้นทางสู่มรรคผลนิพพาน)  สร้างมนทิลแก่ตนเองไปอย่างที่ยากจะลบล้าง ไม่เหมาะไม่ควรแก่ความเป็นคนอย่างยิ่ง ที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเกิดมายากที่ได้พบพระพพุทธศาสนาอยู่แล้วแต่ยังประกาศถอนตนไปจากพระพุทธศาสนาอีก  เช่นนี้  ...นับว่าเสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์  และชาวพุทธอื่นใด ควรพิจารณา  การเกิดมาเป็นมนุษย์ ยากที่จะได้พบพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว  เมื่อมาพบพระพุทธศาสนา ก็จงเอาประโยชน์จากพระพุทธศาสนาให้ได้  จะได้เป็นอย่างอโศกมหาราช และแม้ขณะนี้ รัสเซีย ปูติน   จีนที่ปกครองระบบคอมมิวนิสต์  ก็ได้หันกลับมาสู่พุทธศาสนา  เอาศาสนาพุทธออกมาสนับสนุนให้ในระบบใหม่  ที่เป็นระบบพุทธแท้  (ไม่ใช่ระบบพุทธพานิช แบบที่นักการเมืองใหญ่คนหนึ่งพาทำไป)  และยังขับไล่อิสลามไปจากประเทศอยู่เหมือนเดิม  

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  บัวระย้า ชบาบุญเสฏฐ์ 

            22 ก.พ. 2562  17.10 น. 

 

 

 

ความคิดเห็นที่ 16

เพื่อให้เกิดความเข้าใจประชาธิปไตย ในประเทศนี้ ที่น่าสงสาร  ที่หาคน หานักการเมือง ที่เข้าใจประชาธิปไตยแทบไม่มีเลย จึงไม่น่าสงสัยว่าทำไม 86 ปี ที่ประกาศตนเป้ฯประชาธิปไตย จึงไม่มีต้นประชาธิปไตยเติบโตไปเลย  มีแต่ปลูกแล้วถอน ปลูกแล้วถอน  มาถึงทุกวันนี้   เราคิดว่ามีตัวอย่างหนึ่งที่พอเอามาดู เป้นการศึกษาประชาธิปไตย  ตามที่ได้ลงไปแล้ว ในเฟสบุค  phayap Panyatharo 

1.  ประชาธิปไตย มีแต่มิตรนะ ไม่มีศัตรู มีพรรครัฐบาลมีพรรคฝ่ายค้าน แต่การต่อสู้กันต่อสู้แบบนักมวย แบบกีฬาฟุตบอล ไม่ใช่ต่อสู้แบบศัตรูคือหมายความว่าใช้อารมณ์ เอากันให้ตายไปเลยแบบไม่มีเหตุผล แบบคนที่โกรธแค้นกันมาแต่ชาติก่อน อย่างเช่นเราไปพูดอย่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง เช่นนี้ ที่ว่า เขาโง่ยิ่งกว่าควาย อย่างนี้ เราน่าจะต่อสู้กันแบบมีวัฒนธรรม คือสู้กันอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ต้องแบบมิตรต่อมิตรสู้กัน แล้ว รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย แบบนักมวยเขา แบบกีฬาฟุตบอลเขา เราเชียร์ก็ต้องเชียรแบบมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย ไม่งั้นก็จะกลายเป็นการสร้างศัตรูกันขึ้นเป็นพวก ๆ เราเองเลยกลายเป็นตัวปัญหาสังคมไปเอง เพราะไปยุแยง ให้คนในสังคมโกรธกันเป็นศัตรูกัน เกิดเป็นพรรคเป็นพวก ทำประเทศแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปเอง(นี่แหละโง่) ที่คอยแต่แก้แค้นกันไปไม่สิ้นสุดนั่นเองซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตย และ ประชาธิปไตยที่เราอ้างนี้ก็กลายเป็นระบอบที่ร้ายไป จนที่สุดกลายเป็นสงครามกลางเมืองไป เพราะประชาธิปไตยไม่ถูกอย่างนี้เอง ...คือ เอานโยบายมาถกกันนั่นแหละประชาธิปไตย คุณต้องบอกว่า ของคุณจะช่วยประชาชนได้อย่างไร ช่วยชาติได้อย่างไร ให้มีเหตุผล และดำเนินการไปให้ถูกหลักเหตุผล หากผิดกฎหมายก็จัดการไปตามหลักกฎหมาย อย่างเช่นที่ว่า ขาดความยุติธรรมก็เอาหลักฐานมาพิศูจน์ วาจาสามหาว ถ่อย สถุนนี้ ก็คนเขาก็ฟังได้ยินเองก็เป็นผลร้ายต่อเขาเองอยู่แล้ว ขอแต่เราอย่าเอาอย่างคนเลวก็พอ ที่ว่ามาก็เพราะรู้สึกว่าการวิจารณ์การเมืองบ้านเราไร้วัฒนธรรม ไร้จิตใจจริง ๆ ขนาดที่เราเป็นชาวพุทธ แต่จิตใจไม่ได้ระดับ เหมือนคนอเมริกายุโรปเขาเลย(ซึ่งเขาไม่ใช่ชาวพุทธแต่เขาประพฤติทางจิต มีระดับจิตที่สูงส่งได้ดีกว่าคนพุทธ) โดยมีจิตใจที่สูงส่ง ประชาธิปไตยเขาจึงก้าวหน้าและประชาชนไม่ได้ต่อสู้กันแบบศัตรูแต่แบบมิตร ไม่ใช่เป็นศัตรูกันแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นศัตรูกันตลอดไป การหาเสียงนั้น บ้านเรายังทำไม่ถูก ที่หมายถึงหรือมีพฤติกรรมกันจริงๆ คือหาเรื่องราวมาเพื่อจะด่าเขา ว่าเขา พยายามพัฒนาการด่าไปเรื่อย ๆอย่างนี้เท่านั้นเอง โดยที่เราเองไม่ละอายใจ กลายเป็นที่ด่าเขานั้นกลับจะเป็นการด่าเราเอง เช่น โง่ยิ่งกว่าควาย อย่างนี้ ก็จะกลับมาสู่เราเอง ดังที่พุทธองค์สอนไว่ ว่าหากเราถ่มน้ำลายรดฟ้า น้ำลายจะถูกฟ้าไหม ไม่...น้ำลายก็ตกลงมารดหน้าคนถ่มเอง เอาละขออภัยที่พูด ๆ เพื่อให้เข้าใจประชาธิปไตยกันนั่นเอง เพราะประเทศเราต้องเป็นประชาธิปไตย แต่การต่อสู้เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยต้องต ่อสู้แบบทุกฝ่ายต้องเป็นมิตรกัน เท่านั้น

 

2.  สรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ยังเหมือนเดิม คือ มีเท่าที่แกมี มันยิ่งพิศูจน์ว่าที่แกมีนั้น มันใช้ไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่แกมีนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการชัด ๆ คือบุคคลิกภาพออกมาแบบวัฒนธรรมเผด็จการชัด ๆ แต่ปากกลับพูดตนเองจะต้านเผด็จการ...ซึ่งนี่้ยิ่งบอกว่าคน ๆ นี้ไร้สติจริง ๆ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนพูดอะไร อะไรคือประชาธิปไตย อะไรคือเผด็จการก็ไม่รู้ แล้วจะเอาเข้าสภาไปทำไมล่ะ คนไทยต้องมองดี ๆ นะ นี่คือเหตุผลที่เห็นชัด ๆ อย่าหาว่าให้ร้ายนะ พูดตามข้อเท็จจริงและเหตุผลหลักการเสรีชนประชาธิปไตย เข้าใจไหม ?สรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ยังเหมือนเดิม คือ มีเท่าที่แกมี มันยิ่งพิศูจน์ว่าที่แกมีนั้น มันใช้ไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่แกมีนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการชัด ๆ คือบุคคลิกภาพออกมาแบบวัฒนธรรมเผด็จการชัด ๆ แต่ปากกลับพูดตนเองจะต้านเผด็จการ...ซึ่งนี่้ยิ่งบอกว่าคน ๆ นี้ไร้สติจริง ๆ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนพูดอะไร อะไรคือประชาธิปไตย อะไรคือเผด็จการก็ไม่รู้ แล้วจะเอาเข้าสภาไปทำไมล่ะ คนไทยต้องมองดี ๆ นะ นี่คือเหตุผลที่เห็นชัด ๆ อย่าหาว่าให้ร้ายนะ พูดตามข้อเท็จจริงและเหตุผลหลักการเสรีชนประชาธิปไตย เข้าใจไหม ?สรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ยังเหมือนเดิม คือ มีเท่าที่แกมี มันยิ่งพิศูจน์ว่าที่แกมีนั้น มันใช้ไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่แกมีนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการชัด ๆ คือบุคคลิกภาพออกมาแบบวัฒนธรรมเผด็จการชัด ๆ แต่ปากกลับพูดตนเองจะต้านเผด็จการ...ซึ่งนี่้ยิ่งบอกว่าคน ๆ นี้ไร้สติจริง ๆ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนพูดอะไร อะไรคือประชาธิปไตย อะไรคือเผด็จการก็ไม่รู้ แล้วจะเอาเข้าสภาไปทำไมล่ะ คนไทยต้องมองดี ๆ นะ นี่คือเหตุผลที่เห็นชัด ๆ อย่าหาว่าให้ร้ายนะ พูดตามข้อเท็จจริงและเหตุผลหลักการเสรีชนประชาธิปไตย เข้าใจไหม ?

 

 3.  เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวช ท่านคงคิดไม่ได้เลยว่า จะสร้างประชาธิปไตยได้อย่างไรในประเทศหนึ่งประเทศนี้ หรือประเทศไหนก็ตาม คำว่า อย่างไร HOW พูดถึงหน่อยว่าจะสร้างประชาธิปไตยในไทยเราได้อย่างไร ? ท่านไม่เคยรู้เลยหรือว่า มันสร้างไม่เสร็จในวันสองวันหรอก อย่างในไทยวันนี้เห็นได้เลยว่าคงต้องเป็นชั่วอายุนรุ่นหนึ่งขึ้นไป...มันไม่ใช่สร้างเสร็จเมื่อเขียนรัฐธรรมนูญเสร็จนะ ...คุณรู้ไหมล่ะ สร้างประชาธิปไตยสร้างอย่างไร ทำไมมันต้องใช่้เวลเป้ฯรุ่นคนไปเลย ช่วยอธิบายหน่อย ว่ารุ่นคุณนี้คงสร้างไม่เสร็จหรอก แต่อย่างไรก็ตามเราต้องเริ่มด้วยการปลูกต้นประชาธิปไตยขึ้น แล้วอย่าถอนทิ้งเป้ฯอันขาด ต้องช่วยกันบำรุงปรับปุ๋ย ปรับที่ดิน ไม่ใช่ไปถอนทิ้งแล้วทิ้งอีก ...แต่วันนี้ ประชาธิปไตยคืออะไรก็ยังไม่รู้กันเลยและ วัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนาย เป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญของประชาธิปไตย แต่อะไรคือวัฒนธรรมประชาธิปไตย ช่วยอธิบายให้ลูก ๆ หลาน ๆ ฟังหน่อยเถอะ โอเคนะเสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวช ท่านคงคิดไม่ได้เลยว่า จะสร้างประชาธิปไตยได้อย่างไรในประเทศหนึ่งประเทศนี้ หรือประเทศไหนก็ตาม คำว่า อย่างไร HOW พูดถึงหน่อยว่าจะสร้างประชาธิปไตยในไทยเราได้อย่างไร ? ท่านไม่เคยรู้เลยหรือว่า มันสร้างไม่เสร็จในวันสองวันหรอก อย่างในไทยวันนี้เห็นได้เลยว่าคงต้องเป็นชั่วอายุนรุ่นหนึ่งขึ้นไป...มันไม่ใช่สร้างเสร็จเมื่อเขียนรัฐธรรมนูญเสร็จนะ ...คุณรู้ไหมล่ะ สร้างประชาธิปไตยสร้างอย่างไร ทำไมมันต้องใช่้เวลเป้ฯรุ่นคนไปเลย ช่วยอธิบายหน่อย ว่ารุ่นคุณนี้คงสร้างไม่เสร็จหรอก แต่อย่างไรก็ตามเราต้องเริ่มด้วยการปลูกต้นประชาธิปไตยขึ้น แล้วอย่าถอนทิ้งเป้ฯอันขาด ต้องช่วยกันบำรุงปรับปุ๋ย ปรับที่ดิน ไม่ใช่ไปถอนทิ้งแล้วทิ้งอีก ...แต่วันนี้ ประชาธิปไตยคืออะไรก็ยังไม่รู้กันเลยและ วัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนาย เป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญของประชาธิปไตย แต่อะไรคือวัฒนธรรมประชาธิปไตย ช่วยอธิบายให้ลูก ๆ หลาน ๆ ฟังหน่อยเถอะ โอเคนะ

 

4.  คนแบบเดิม พอเถอะ ๆ คือแบบเดิมของคุณ คนขอทานข้างถนนก็ทำได้ไง ไม่ต้องถึง พลตำรวจเอก ผบ.อตร.หรอก หยุดเถอะ ๆ  ก็คุณปล่อยให้เขาร่างรัฐธรรมนูญ 60 มาอย่างนั้น ....มันต้องต่อสู้ตั้งแต่เขาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไปไหนไม่มาร่วมสู้ล่ะ โง่จนตามเขาไม่ทันมากกว่า เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ .. ซึ่้งตอนนี้ อะไรเป็นอะไรไปแล้ว ยังไม่รู้อีก คือ ประกบคู่มวยเรียบร้อยแล้ว...เข้าใจไหม? จะขึ้นเวทีแล้ว อ้าว เขาจะต่อยกันแล้ว ตามกติกาที่ร่าง ตามรธน.60 นั่นแหละ ที่คนโง่เพิ่งมารู้เอาบัดนี้ ตอนนั้นเขาสู้กันอย่างหนัก เรื่อง สว.250 นี่แหละ แล้วไปไหนไม่สู้กับเขา บัดนี้ เขาประกบคู่มวยแล้ว พรรคของคุณ พรรคเพื่อไทย นี่ก็ถูกประกบแล้วนี่ ทุกพรรคแหละ เตรียมขึ้นเวทีแล้วนี่ ก็เตรียมขึ้นต่อยก็แล้วกัน หรือหากว่า กติกามวยไม่เป็นที่พอใจหรือคิดว่าไม่เป็นธรรม ก็อย่าขึ้นเวที ไปไหนก่อนก็ได้ มารวนเขาไปทำไม มันผ่านวาระมาแล้ว ให้มันผ่านไปก่อน ยังไงก็ต้องแก้ รัฐธรรคมสนูญ 60 นี้ภายหลังให้ได้ ให้เป็นประชาธิปไตยกว่านี้ ตกลงไหม?

  • ผู้แสดงคงามคิดเห็น  ดร.ฆิอกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์  
  • 1 มี.ค. 2562  

 

 

 




หมวดที่ 4 การเมือง

กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 6
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 5
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 4
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 3
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 2
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 1
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 12
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 10
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 9
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 8
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 7
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 6
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 5
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 4
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 3
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 2
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
บันทึกข่าว SMS ปราบปราม ปชช. 19-27 พ.ค.2553



Copyright © 2010 All Rights Reserved.