ReadyPlanet.com
dot dot
bulletประชาธิปไตยเท่านั้นภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletสารบาญโหราศาสตร์
bulletหน้าที่เก็บไว้
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ




รวมบทศึกษาการเมืองไทยช่วง16พ.ย.- 10 ธ.ค.2551 หลายบทความจากหลายนามปากกา
 
 
 
รวมบทศึกษาการเมืองไทยช่วง16พ.ย.- 10 ธ.ค.2551 หลายบทความจากหลายนามปากกา
 
 
 
 
 
ประเทศไทยน่าสงสารและไร้เกียรติลงไปในสายตาต่างประเทศหากแต่คนในประเทศไทยไม่รู้สึก
จะไปรู้สึกเอาเมื่อถูกนานาชาติรังแกเอารัดเอาเปรียบ เขามองว่าชาติที่ขี้ขลาดงมงาย และไร้สติปัญญา

                  (โอลิมปิกลอนดอนจบลงแล้วเมื่อ12 ส.ค.2555  
                  ไทยไม่ได้เหรียญทองสักเหรียญ หวังได้จากมวยแต่ถูกกรรมการรังแก 
                  ได้แค่เหรียญเงิน)
 
ภาพที่เห็นมานานจนถึงทุกวันนี้ บ่งบอกถึงความด้อยพัฒนาการในระบอบประชาธิปไตย อย่างค่อนข้างสิ้นเชิง หมายความว่าสังคมไทยทั้งหมดยังเป็นสังคมที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ในระบอบประชาธิปไตย เลย   ไม่เข้าใจหลักการของประชาธิปไตยที่แท้จริง   นั่นหมายถึงไม่เข้าใจวิถีทาง ที่พัฒนาไปของระบอบประชาธิปไตยอย่างไร อะไรเป็นประเด็นหลักของการพัฒนาของระบอบนี้  ในประเทศของเราที่เริ่มขึ้นด้วยความอ่อนแอ   และความเขลา   แม้ว่าในระยะหลัง ๆ นี้ ได้มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และระดับปริญญา ถึงปริญญาเอกมากจนดูเกลื่อนกล่นไปในสังคมไทยแล้ว แต่มหาวิทยาลัยและระดับการศึกษาชั้นสูงกลับไม่ได้มีบทบาทที่ถูกต้อง ในการที่จะพัฒนาวิถีทางประชาธิปไตยของประเทศให้ก้าวหน้าไปอย่างไรเลย    ประชาธิปไตยไทยมีแต่การสั่งสมแนวคิดที่ผิด ๆ และหลงทางประชาธิปไตยมาโดยตลอด และครั้นเกิดปัญหาทางการเมืองขึ้นในระยะนี้ ก็เป็นการเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจผิด หรือหลงทางประชาธิปไตย  ทำไทยกลายเป็นประเทศที่ชุลมุน สับสน ไม่รู้ทางเหมือนเดินไปในสายประชาธิปไตยมืดเลยทีเดียว นั่นก็คือ ไม่ได้มีการคิดนำวิธีการประชาธิปไตย และความมีเสรี(อย่างที่นายบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกากล่าวต่อประชาชนอเมริกา) มาใช้เป็นเครื่องมือของชัยชนะของประเทศแล้ว แต่หลงทางประชาธิปไตยไปอย่างสุด ๆ  
 
เริ่มแต่ภาพที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เข้ายึดรัฐสภา เข้ายึดสถานีโทรทัศน์ เข้ายึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และบังอาจแม้กระทั่งปิดกั้นเส้นทางพระราชดำเนินขององค์พระมหากษัตริย์ องค์ปัจจุบัน ซึ่งทรงเป็นมหาราชของชาติเป็นที่รักของประชาชนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นพฤติกรรมโจรแท้ ๆ แต่เมื่อเขาอ้างว่าเขาเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นการแอบอ้างหรือเอาประชาธิปไตยบังหน้าทำการก่อการร้ายดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่ามีคนไทย เข้าใจว่านั่นมิใช่วิถีทางประชาธิปไตยเลย   เป็นแต่เพียงการแอบอ้าง เอาสถาบันบังหน้าทำการก่อการร้าย นั่นคือการหลอกลวงประชาชนโดยซึ่งหน้า     โดยเฉพาะนักวิชาการในมหาวิทยาลัย และสื่อมวลชนไทย ก็เรียกชื่อโจรกลุ่มนี้ว่าเป้นกลุ่มประชาธิปไตย มาอยู่จนถึงทุกวันนี้   แสดงว่าคนไทยไม่เข้าใจหลักการของประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย กระทั่งแยกไม่ออกว่าอะไรใช่ อะไรไม่ใช่ประชาธิปไตย     ผลเสียหายก็คือทำให้ประชาชนสับสนในหลักการของประชาธิปไตย  และฉุดสถาบันประชาธิปไตยไทยให้ตกต่ำ เสื่อมเสีย และมัวหมอง
 
นักวิชาการในมหาวิทยาลัย ผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ถึงศาสตราจารย์ ผู้มีหน้าที่สอนเรื่องราวเหล่านี้ กลับไม่กล้ายืนยันความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ว่าโดยประชาธิปไตยนี้ จักทำให้ไทยเราชนะ และนำหน้าประเทศอื่นที่มิใช่ประชาธิปไตย มีบุคคลเหล่านี้ถึงขนาดหลงผิดไปก็มี   เช่นมีคณะบดี หรือหัวหน้าสถาบันการศึกษาคนหนึ่ง ที่เคยเข้าร่วมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่เลื่องชื่อของเยาวชนนิสิตนักศึกษาไทยในกรณี 14 ต.ค. 2516 ในฐานะผู้นำนิสิตนักศึกษาด้วยซ้ำ ได้ตำแหน่งเป็นถึงศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็กลับไปสนับสนุนให้เลือกคณะรัฐบาลตามแบบเผด็จการ โดยการชี้นำของทหาร ด้วยซ้ำ  ในวงการความมั่นคงของชาติคือเหล่าทหาร 3 เหล่า ต่างไม่เข้าใจหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย ปฏิบัติไปอย่างไร้ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาการของประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ประชาธิปไตยไทยวันนี้จึงตกต่ำ แต่คนไทยทั้งหลาย แม้เพียงได้ยินชื่อว่าประชาธิปไตยมีเพียงความเลื่อมใสความเชื่อจากชื่อของประชาธิปไตยเท่านั้น   ก็ยังคงยืนยันกันเป็นส่วนใหญ่อยู่ว่าประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย    
 
ภาพที่เห็นจากการพิพากษายุบพรรคการเมือง 3 พรรค บ่งไปถึง ความกะปริดกะปรอยของภูมิปัญญาที่นำมาใช้ในการวินิจฉัยปัญหา กล่าวคือ เรื่องพรรคการเมืองของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยไม่ควรที่จะถูกตัดสินโดยภูมิปัญญาสาขากฎหมายเพียงสาขาเดียว เพราะพรรคการเมืองมีความใหญ่เกินกว่าจะมองเพียงด้านเดียว อุปมาเหมือนตาบอดคลำช้าง มองไม่เห็นช้างทั้งตัว จะตัดสินได้อย่างไรว่าช้างมีรูปร่างอย่างไร   มีพฤติกรรมมาอย่างไรบ้าง ถูกและผิดของช้างมีอะไรบ้าง

ฉะนั้น จะต้องมีการปรับปรุงประชาธิปไตยไทยกันอย่างขนานใหญ่ โดยเริ่มกันแต่บทต้น ๆ ทางวิชาการประชาธิปไตยกันเลยทีเดียว

และเราเห็นว่า ควรมาเริ่มที่นักการเมืองกันเลย  เราได้เห็นภาพถ่ายของนักการเมืองระดับผู้นำ คนหนึ่ง ในช่วงปี 2549 มานี้ เห็นเขาเปลี่ยนพรรคอยู่ตลอดเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ คือออกจากพรรคนี้ ไปอยู่พรรคนั้น แล้วออกจากพรรคนั้นไปอยู่พรรคนู้น และแม้ขณะนี้เขาก็ละจากขั้วหนึ่งไปยืนถ่ายรูปร่วมอยู่กับอีกขั้วหนึ่ง   และยังมีนักการเมืองอีกคนหนึ่ง ถึงขนาดกล่าวว่า แม้จะทรยศต่อเพื่อน ต่อพรรค และต่อนาย ก็ต้องทำ เพื่อย้ายตนไปเข้ากับฝ่ายที่เคยเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ยอมเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่     นี่เป็นภาพที่เห็นล่าสุดในระยะปัจจุบัน ซึ่งคนไทยก็ไม่เห็นว่า พฤติกรรมอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นสมบัติของนักการเมืองเลย คนในระบอบประชาธิปไตยจะต้องประณามเขาอย่างรุนแรง และไล่เขาออกจากความเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไปเสียทันที   แต่การที่คนเช่นนี้ ยังคงอยู่ในวงการเมืองไทยได้นั้นก็แสดงให้เห็นว่าวงการนักการเมืองไทยไม่มีการพัฒนาการทางความคิดประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าเลย โดยเหตุผลก็คือ คนในสังคมไทยวันนี้ ไม่มีความเข้าใจประชาธิปไตยและวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยเลย   นั่นเอง  
 
และนี่ เป็นบทต้นที่สุดและมีความสำคัญที่สุด ก็คือเราจะต้องเรียนรู้ศึกษาให้เข้าใจว่า   พรรคการเมืองและนักการเมืองนั้น เป็นสถาบัน พรรคการเมืองต้องมีความเป็นสถาบัน และนักการเมืองก็ต้องมีความเป็น หรือพยายามสร้างตนให้เป็นสถาบัน เช่นเดียวกัน จึงจะไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ทรงคุณค่าประโยชน์แก่ปวงชนได้   ถ้าเราไม่เข้าใจความสำคัญของสถาบันนี้แล้ว พรรคการเมือง และนักการเมือง จะมีการพัฒนาการไปในทางที่เป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ได้อย่างไร     
 
และต้นบทที่สุดก็คือ คนไทยเราเข้าใจคำว่า สถาบัน ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร? 
 
คำว่าสถาบัน ( institution ) นิยามเบื้องต้นให้ความหมายในทางนามธรรม มิใช่รูปธรรม กล่าวคือ institution ไม่ได้หมายถึงวัตถุ คืออาคารสูง ใหญ่โต มีชื่อว่า สถาบัน นั้นนี้ แต่หากเป็นการจัดระเบียบ จัดวินัย จัดข้อบังคับ (รวมเรียกว่า Discipline) ในองค์การนั้น ๆ ในบุคคลนั้น ๆ   เมื่อมองจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนาแล้ว จะเห็นความสำคัญของคำว่า institution นี้   ในฐานะ พระธรรมวินัย หรือ Discipline สำหรับหมู่สงฆ์ นับแต่หมู่สงฆ์ธรรมดาไปถึง พระอริยบุคคล  ความสำคัญของพระธรรมวินัยสำหรับหมู่สงฆ์มีเพียงไหน ความสำคัญของ ความเป็นสถาบัน ก็มีสำหรับนักการเมืองเพียงนั้น พอ ๆ กัน   ในทางสงฆ์ มีอาบัตินับแต่อาบัติขนาดหนักคือ ปาราชิก (ต้องพ้นจากความเป็นสงฆ์) ไปจนถึง ลหุกาบัติ ฉันใด นักการเมืองก็ต้องมีบทลงโทษ ขนาดหนัก-เบา เหมือนหมู่สงฆ์ เช่นนั้น  
 
และสถาบันนี้ ก็เหมือน พระธรรมวินัย ที่มีไว้เพื่อปฏิบัติสืบเนื่องไปตราบกาลนาน จนกว่าจะบรรลุมรรคผล   พรรคการเมือง และนักการเมือง ก็เช่นเดียวกัน ที่จะต้องมีธรรมวินัย  คือกฎระเบียบอันสูงสุดที่คุมความประพฤติตนเองที่นำไปสู่ความมั่นคงและความเลื่อมใสขององค์การหรือสถาบัน และต้องมีสัจจะในการถือปฏิบัติไปอย่างไม่ละเลิกเสียจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของทางการเมือง  แล้วพรรคการเมือง และนักการเมืองก็จะเป็นเครื่องมือที่ดีของประชาชน ของประเทศ อย่างแน่นอน
 
 
นี่เป็นข้อเสนอทางพัฒนาความเป็นสถาบันในพรรคการเมือง และนักการเมืองไทยในระดับต้น ๆ ที่ต้องเริ่มกันเลยเดี๋ยวนี้


 
  • บานไม่รู้โรย
    10 ธ.ค.2551
 
 
สนับสนุนรัฐบาลแห่งชาติ
 
เรียน บก.นสพ.ดี(อินเทอเนท)

อยากขอร้องทุก ๆ ฝ่าย ทั้งฝ่ายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และฝ่ายรัฐบาลเก่า   รวมทั้งทหาร ตำรวจ หัวหน้าพรรคการเมือง  อยากจะขอร้องให้พิจารณา เมื่อเดิมรัฐบาลเก่าว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็แก้ไม่ได้เพราะมีฝ่ายเสื้อเหลืองออกมาเดินขบวนตั้งป้อมคัดค้าน เมื่อนายอภิสิทธิ จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับนายเนวิน ชิดชอบ ก็จะมีเสื้อแดง ออกมาตั้งป้อมคัดค้านอีก     อยากเรียนว่า เอานายกแห่งชาติ รวมทุกพรรค ทุกฝ่าย ทั้งทหารตำรวจก็มารวมกันเป็นรัฐบาลเดียวกันจะไม่ดีกว่าหรือ ทุกวันนี้ประเทศเดือดร้อนมาก ประชาชนลำบากไปอย่างสุด ๆ ในสายตาต่างประเทศ เขามองเราตกต่ำไม่น่าเชื่อถือ  ไม่อยากให้ห่วงแต่เก้าอี่ อย่าอยากนั่งเลย เก้าอี้ตัวนี้ใครนั่งก็ร้อน อยู่ได้ไม่นานหรอก มั่นใจได้เลย   อยากขอร้องให้รีบช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง บ้านเมืองและประชาชนกำลังแย่มาก ๆ เราควรเรียกเศรษฐกิจกลับมาโดยเร็ว ให้ต่างประเทศเชื่อว่าเราทำได้   การที่เราทะเลาะเบาะแว้ง แย่งเก้าอี้กัน แล้วเป็นเหตุให้ปั่นป่วนไปทั่วประเทศ ไม่สงสารพ่อหลวงบ้างหรือ ท่านไม่สบาย เราจะให้พ่อเราถือไม้เรียวเฆี่ยนสั่งสอนเราไปตลอดปีตลอดชาติเหรอ แม้ขณะนี้ท่านก็ไม่มีแรงแขนจะถือไม้เรียวอีกแล้ว และเราก็ตัวโต ๆ กันแล้ว ล้วนเรียนจบ ดร. การศึกษาสูง ๆ ก็ยังต้องให้พ่อเฆี่ยนตีสั่งสอนอยู๋อีก   ตีคนโต ๆ ไม่ใช่ตีเด็ก ๆ   จะไม่คิดดูหรือ ในเมื่อท่านจบ ดร.มาก็คงคิดได้ดีกว่าเด็ก ๆ ป.3 ป.4   จึงขอร้องมายังคุณอภิสิทธิ์ และทุก ๆ คน ให้มาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันจะดีกว่า เสียเวลาเพราะอย่างไร ๆ ถ้านายอภิสิทธิเป้นนายกรัฐมนตรี ก็คงไปไม่รอดถึง 2 เดือนแน่ จะเสียเวลาเปล่า ๆ สงสารเศรษฐกิจประเทศไทยจะทรุดลงไปกว่าเก่า และประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำจะลำบากไปอีก ถ้าตั้งรัฐบาลแห่งชาติแล้ว ก็จะได้มีคนเก่ง ๆ หลาย ๆ คนมาร่วมกันทำงาน เพราะเก่งคนเดียวไปไม่รอด     ในเมื่อพวกเสื้อเหลืองออกมา ท่านก็กลัวเขาจะแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าคุณอภิสิทธิ์ กับคุณเนวิน จะแก้รัฐธรรมนูญ อะไรจะเกิดขึ้น
 
  • จาก สาวน้อยชนบท 
    10 ธ.ค.2551
 
 
 


 
 
 
 
ประชาธิปไตยเป็นระบอบของความเป็นธรรม 2
ว่าด้วยนักการเมือง.


เพราะประชาธิปไตย บนพื้นฐานของพลเมือง ที่มีความมีคุณค่าของคนเท่ากันทุกคน ๆ มีความเป็นมนุษย์เท่ากันทุกคน ไม่มีทาสในระบอบนี้ ไม่มีสีผิวในระบอบนี้ ไม่มีศาสนาในระบอบนี้  นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ย่อมมีคุณค่าเท่าที่เขารับผิดชอบในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนของประชาชน   นักการเมืองทำหน้าที่เป็นผู้รับรู้ความต้องการของประชาชนแล้วใช้นโยบายที่ตนเสนอประชาชนไปแก้ไขให้ลุล่วงไปให้จนได้ นักการเมืองจะต้องมีอุดมการณ์ คือความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ตนแถลงต่อหน้าประชาชน นักการเมืองจึงต้องมีความรับผิดชอบต่อนโยบาย คือข้อสัญญาที่ให้ไว้แด่ประชาชนว่าตนจะแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างไร  กรณีเช่นนี้ สำหรับประเทศที่มีศาสนา จะบอกไปถึงธรรมชั้นสูงของนักการเมืองตามหลักการของศาสนาในประเทศนั้น   นักการเมืองจึงย่อมมีวาจาสัตย์ มีความละอายในการกระทำสิ่งที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและประชาชนอย่างสูง ต้องมีอุดมการณ์ที่แน่นอน จึงจะเกิดความเป็นธรรมและความมั่นคงทางการเมืองขึ้นมาได้เพราะได้สร้างความเลื่อมใสแด่ประชาชน   แต่ในประเทศที่ยังไม่มีลักษณะคุณธรรมทางการเมืองที่สูงพอเทียบเท่าอเมริกา อังกฤษ หรือฝรั่งเศส นักการเมืองจะไม่เข้าใจหลักการประชาธิปไตยดีพอ หรือไม่เข้าใจเลย กล่าวคือไม่เข้าใจว่านักการเมือง จะต้องมีเหตุมีผล มีคุณธรรม และจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติธรรม มิต่างจากนักบวชเลย เป็นต้นว่า นักการเมืองจะต้องถือความสัตย์ จะต้องรักษาคำพูดหรือความปฏิญญาณที่ให้ไว้แด่ประชาชน และความละอายใจ
 
สถานการณ์นักการเมืองไทยเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ได้มีลักษณะที่ไม่สอดคล้องต่อคุณสมบัตินักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ได้เป็นมานานแล้วโดยไม่มีการทำความเข้าใจคุณธรรมของนักการเมืองเช่นนี้   พวกเขาไร้คุณธรรม จึงเป็นเหตุให้วงการเมืองไทยตกต่ำ ไม่มีความน่าเชื่อถือ พวกเขาทำลายตนเองลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้คำนึงคุณธรรมว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นของระบอบประชาธิปไตย ความเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีคุณค่าอย่างไร มีความสนใจแต่เพียงว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์อย่างไร คำพูดของนักการเมืองจึงมีอยู่เพียงประโยคเดียวคือ ทิศทางลม   และเขาก็สอนทายาทของเขาไปเช่นนั้น คือ ทิศทางลม  ซึ่งแท้ที่จริงเป็นทฤษฎีของคนกลับกลอก ไม่มีค่าคุณสมบัติพอจะเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ได้
 
การพัฒนาการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยจึงต้องเป็นเรื่องคุณธรรม จงดูคุณธรรมคือความมีจิตใจสูงของคนอเมริกัน คนอังกฤษเป็นตัวอย่างเถิด นักการเมืองต้องสำนึกว่าคุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจะขาดคุณธรรมไม่ได้ และผลของคุณธรรม คือความมีจิตใจที่สูง เลิศประเสริฐ ที่นักการเมืองจะต้องประพฤติปฏิบัติให้ได้ นี่เป็นหลักการแห่งความเป็นธรรม ที่ทำให้สังคมประชาธิปไตย มีความก้าวหน้า และได้พบความสงบสุขกันทุกฝ่าย ไม่ว่านักการเมืองเองและประชาชน        
 
  • บานไม่รู้โรย
    7 ธ.ค.2551
     
 
 
 
 
 
 
ประชาธิปไตยเป็นระบอบของความเป็นธรรม
 
ท่านลองคิดดู ประสบการณ์ที่สอนเรา ดังปรากฏว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ที่อ้างตัวเป็นประชาธิปไตย เพราะอ้างว่าเป็น “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”   แต่กลับก่อเหตุร้ายแรงขึ้นต่อประเทศชาติด้วยความเข้าใจผิดในหลักการว่าด้วยความเป็นธรรมของประชาธิปไตย นั่นคือเข้าใจว่าเมื่อมีประชาธิปไตยคนก็มีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ จึงได้อ้างสิทธิไปก่อเหตุการณ์อันร้ายแรงขึ้นดังต่อไปนี้  

1.    พาพวกปิดกั้นถนนหนทาง แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ก็ต้องเสด็จเลี่ยงไปทั้ง 6 วันแห่งพระราชพิธีสำคัญนั้น
2.     ยกพวกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ไล่คณะรัฐมนตรีออกไปจากทำเนียบและยึดทำเนียบไว้เป็นเวลากว่า 5 เดือน
3.     ยกพวกไปปิดล้อมรัฐสภา
2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายทำให้คณะรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภาออกไม่ได้ ต้องปีนบันไดฉุกเฉินออกทางหลังรัฐสภา
4.     ยกพวกปิดล้อมและยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ไล่เจ้าหน้าที่ออกไปเพื่อทำการใช้งานเอง
5.     ยกพวกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง อันเป็นสนามบินนานาชาติ  อันเป้ฯเหตุให้คนต่างชาติหลายหมื่นคนเดือดร้อน และประเทศไทยเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
6.     กล่าวหาคนอื่น ด้วยวาจาหยาบคาย ใช้แต่คำดุด่า บริภาษคนทั้งหลายอย่างเต็มที่
 
คนเหล่านี้ไม่เข้าใจว่าระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่คำนึงถึงความเป็นธรรมในสังคม และมองคนในระบอบล้วนมีคุณค่า และทุกคนมีความสำคัญ ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกัน ในเรื่องสิทธิ ทุกคนในระบอบประชาธิปไตยต่างก็มีสิทธิเท่าเทียมกัน และเมื่อคำนึงความเป็นธรรมแล้วคนในระบอบประชาธิปไตยจึงต้องรู้จักการเอาใจเขาไปใส่ใจเรา มีความเห็นอกเห็นใจกันอย่างลึกซึ้ง รู้ในทุกข์และสุขของตนเองพอ ๆ กับของคนอื่น ๆ  สิทธินั้นเปรียบเสมือนทรัพย์ หากบุคคลละเมิดสิทธิคนอื่นก็เสมือนละเมิดทรัพย์สินของคนอื่นนั่นเอง ย่อมไม่เป็นธรรม ระบอบประชาธิปไตยจึงกำหนดว่า หากคนหนึ่งคนใดไปละเมิดสิทธิของคนอื่นเข้า ย่อมเป็นการไม่ชอบธรรม เพราะการทำเช่นนั้นก็เสมือนการลักขโมยข้าวของของคนอื่น   ย่อมไม่เป็นธรรม  แต่ กรณีการกระทำทั้ง 6 ประการดังกล่าว เช่นการบุกเข้ายึดครองสนามบินสุวรรณภูมิ ย่อมเห็นได้โดยชัดเจนว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมหรือไม่ เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปิดเส้นทางพระราชดำเนิน หมายถึงการละเมิดสิทธิของพระมหากษัตริย์ก็เสมือนละเมิดทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์
 
ฉะนั้น เพื่อความเป็นธรรมเมื่อประชาธิปไตยให้สิทธิแล้ว คนก็ต้องระวังว่าคนอื่นก็มีสิทธิเหมือนกัน ซึ่งบุคคลจะใช้สิทธิของตนให้ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นไม่ได้ ประชาธิปไตยจึงกำหนดว่า สิทธิของเราเท่ากับสิทธิของผู้อื่น เรามีสิทธิที่จะกระทำอะไรได้เท่าที่ไม่ไปล่วงล้ำหรือละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นเท่านั้น หากปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิได้อย่างเช่นที่พวกม็อบฯกลุ่มดังกล่าวกระทำไป แผ่นดินก็ไม่เป็นธรรม เพราะสิทธิคือของหวงของคนทั้งหลาย สิทธิคือทรัพย์ของคนทั้งหลาย  เมื่อบุคคลอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเข้าใจ และมีจิตใจสูงพอที่จะยอมรับทั้งสิทธิของเราเองและสิทธิของผู้อื่น จึงจะเกิดแผ่นดินที่เป็นธรรมขึ้น และระบอบประชาธิปไตยมีคุณค่าก็เพราะเป็นระบอบของความชอบธรรม ที่รักษาบ้านเมืองให้สงบให้ตั้งอยู่ด้วยความเป็นธรรมขึ้นมาได้นั่นเอง 
 
  • บานไม่รู้โรย
    5 ธ.ค.2551
 
 
 
 
 
ทำไมประเทศไทยวันนี้ จึงเรียกร้องหาสันติภาพต่อต้านความรุนแรง ?
 
แม้ดั้งเดิมจริง ๆ ประชาชนไทยมีความสันติ เพราะหลักธรรมในประพุทธศาสนาสอนให้ปรานี และไทยก็เป้นเช่นนั้นมาตลอด โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่รวมจิตใจอันยิ่งใหญ่ คนไทยมีแต่ความเป็นมิตร และรักความสงบ ไม่เคยมีการใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชนในชาติเลย ไทยยังคงเป็นเอกราชและเป็นอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก  
 
นั่นก็เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่เคารพในกฎกติกาของระบอบประชาธิปไตยไทยขณะนั้น ได้ทำการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ 19 กันยายน 2549 นำประเทศไทยไปสู่ระบอบเผด็จการทหาร ครั้นทนทานต่อการเรียกร้องของประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่ได้ จึงได้มีการเลือกตั้งและจัดการให้กลับคืนไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง ในเดือนธันวาคม 2550 และได้มีการจัดตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยขึ้นมา จนถึงปัจจุบันนี้ แล้วมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่แอบอ้างเรียกตนว่า “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ทำการก่อกวนรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยไม่ให้ทำงาน โดยยกพวกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภา และบัดนี้ ยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ไว้   ตั้งแต่มีคนกลุ่มนี้ขึ้นมา ก็เกิดการแตกแยกระส่ำระสายขึ้นในหมู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะการรวมตัวเพื่อเป้าหมายของการชุมนุมเป็นเผด็จการล้วน ๆ   และเมื่อมีคนกลุ่มนี้ ก็มีสื่อคือ เอเอสทีวี ที่ทำการโฆษณายุยงส่งเสริมให้คนไทยแตกกันเอง อาจเอื้อมดึงฟ้าลงมาต่ำ   ทำหินแตก และแยก แยกแผ่นดิน บ้านเมืองจึงวุ่นวายมาจนขณะนี้ คนที่เป็นอันตรายต่อความสามัคคีของคนในชาติ ที่ทำแผ่นดินให้แตก ที่แยกแผ่นดินไทยวันนี้ก็คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นั่นเอง   เขาเป็นบ่างช่าวยุ ตัวอันตรายที่สุด ในหมู่บรวิวารบ่างช่างยุทั้งหลาย ของคนกลุ่มนี้   ทุกวันนี้ เอเออสทีวีก็ยังคงทำหน้าที่แยกแผ่นดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง   ถ้าไม่หยุดยั้งสื่อร้ายนี้เสีย จะเรียกร้องสามัคคี เรียกร้องสันติภาพอย่างไรก็ไม่เกิดผลดีเลย  เปรียบเสมือนภาชนะรั่วน้ำ จะขนน้ำใส่ลงไปเท่าไร ๆ ก็หาเต็มไม่ จึงควรที่จะยุติบทบาทของเอเอสทีวีเสีย และตัวบุคคลที่พาพวกยึดสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ขณะนี้ จะเป็นอะไรได้นอกจากโจรตัวร้ายที่อันตรายโดยแท้จริง นั่นเอง จึงจะเป็นสาเหตุที่แท้จริงของสันติภาพ        
 
  • ผู้รู้ดี
    1 ธ.ค.2551
 
 
ทำไมประเทศไทยวันนี้ จึงเรียกร้องหาความสามัคคี 2 ?

คนไทยรู้เรื่องความแตกแยกแตกสามัคคีภายในของชนในชาติดีจากนิทานชาดกเรื่อง กษัตริย์ลิจฉวีวงศ์ ดังมีพระราชนิพนธ์ของ สมเด็จพระมหาธีราชเจ้า รัชกาลที่ 6 นิพนธ์ไว้ว่า
 
พรหมณ์ผู้เดียวรับใช้ไปยุแหย่
สาระแนยุแยกให้แตกฉาน
ครั้นถึงคราวศัตรูจู่ไปราน
มัวเกี่ยงกันเสียการเสียนคร

ฉะนั้นไซร้ขอไทยจงร่วมรัก
ร่วมสมัครสโมสร
 
สิ่งที่คนไทยจะต้องสามัคคีกันในขณะนี้ก็คือ เราจะต้องช่วยกันเรียกร้องความสามัคคีของชนในชาติทุกหมู่เหล่า ทุกอาชีพ ให้กลับคืนมาโดยเร็ว   ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องรีบเร่งขจัดตัวเหตุ ตัวบ่างช่างยุไปเสียโดยเร็วที่สุด และต้องมองรูปธรรมให้ชัดเจน นั่นคือ เอเอสทีวี กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล บ่างช่างยุ อันเป็นตัวอันตรายอย่างยิ่งยวดของความสามัคคีของชนในชาติ
 
  • ผู้รู้ดี
    2 ธ.ค.2551
 
 
 
  
 
 
มุมที่นักวิชาการ-นักวิเคราะห์ควรมองด้วย 
 
 
ควรมองว่า ม็อบนี้เป็นม็อบที่มีพื้นฐานความเชื่ออย่างไรด้วยเพราะพฤติกรรมหลัก ๆ พื้นฐานที่แสดงออกล้วนบ่งไปถึงความเชื่อพื้นฐานของม็อบ นักวิชาการไม่ควรจะมองเลยพิธีกรรมประหลาด ๆ ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล พาพวกม็อบทำ เหมือน ๆ เจ้าลัทธิ ๆ หนึ่ง ที่กระเดียดไปทางไสยศาสตร์ มีการจุดธูปบูชาพระภูมิเจ้าที่ เทวดา ว่าคาถาต่าง ๆ ก่อนการเคลื่อนกำลังทุกครั้ง รวมทั้งครั้งหลังสุดไปเสาะหากางเกงในสตรีเปื้อนระดู ไปทำพิธีรอบ ๆ พระบรมรูปทรงม้า อ้างว่ามีนักไสยศาสตร์ปล่อยของมาเข้าตน จึงต้องทำพิธีแก้ ทำให้คนทั้งหลายสงสัยว่าเขามีสติสัมปชัญญะดีอยู่หรือเปล่า ?   ส่วนจำลอง ศรีเมือง ก็เป็นศิษย์ของโพธิรักษ์ และนักวิชาการในมหาวิทยาลัยคงจะไม่กระดิกเมื่อเขาพูดกันล้วนเรื่องสูง ๆ เช่น มรรคผล นิพพาน พระอริยบุคคล โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ และโพธิสัตว์ เป็นต้น รวมทั้งคำว่า อารยะขัดขืนในความหมายของโพธิรักษ์เอง ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร   ในระดับสามัญ ๆ ก็พอเห็นได้ว่าเคร่งครัดในศีลและธรรมเกินคนธรรมดา คนกลุ่มนี้เชื่อว่าตนเองวิเศษ เพราะได้กระทำความดี นับแต่บาปแม้เล็กน้อยก็ไม่ทำ การทำอันตรายแด่ชีวิตไม่ทำ มีเมตตาอันสูงสุด โดยเมตตาถึงสัตว์ทั้งหลาย   จนกระทั่งการกินเนื้อสัตว์ก็ไม่ทำ เพราะย่อมเป็นการคร่าชีวิต เป็นบาป ซึ่งนั่นย่อมหมายถึงทิฏฐิที่มิใช่ธรรมดาตามไปด้วย แต่ขณะนี้พวกลัทธินี้ได้ก่อโทษทุกข์มหันต์แด่ประชาชนไทยและชาวต่างประเทศ อย่างไร้จิตเมตตา นับแต่ก่อกวนรัฐบาลของประชาชนไม่ให้ทำงาน ยึดทำเนียบรัฐบาล ยึดรัฐสภา และบัดนี้เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ ทำโทษทุกข์แก่ชาวไทย ชาวต่างประเทศ อย่างหน้าตาเฉย ไร้ความรู้สึก ละม้ายคล้ายพวกลัทธิ โอมชิรินเกียว ในญี่ปุ่น เมื่อ 4-5ปีมานี้ ที่อ้างสิทธิต่าง ๆ ที่รัฐบาลเอาเรื่องเอาราวไม่ได้ จนกระทั่งไปก่อการวิปริตรมควันพิษในสถานีรถไฟใต้ดิน คนตายไปกว่า 200 คน จึงสามารถจับกุมตัวเจ้าลัทธิไปลงโทษได้ ฉะนั้น นี่จึงเป็นอีกมุมหนึ่งที่นักวิชาการควรมองและหาข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อน หากมิฉะนั้น ก็จะเป็นว่ามองเรื่องราวไม่ครบถ้วน และหากยังไม่มอง ยังไม่ทำความเข้าใจประเด็นให้ครบถ้วนให้พ้นสงสัยดังกล่าวเสียก่อน ก็ไม่ควรจะยึดมั่นถือมั่น ว่าความคิดหรือข้อเสนอแนะของตนจะต้องถูกต้อง หรืออย่างแรงที่เห็นอยู่ในเวลานี้ก็คือ ถึงขนาดดึงดันว่าความคิดของตนเท่านั้นถูกต้องและรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตาม ดังนี้ย่อมไม่ถูกหลักการประชาธิปไตย เพราะเหตุว่า การเสนอความคิดนั้นเป็นสิทธิ แต่การเลือกนั้นเป็นสิทธิของรัฐบาลเพราะเขาเป็นผู้ปฏิบัติงาน และโดยกติกาของระบอบประชาธิปไตย เขาเป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำหรือการตัดสินใจทุกอย่าง    ส่วนนักวิชาการไทย-นักวิเคราะห์ไทย ไม่ได้รับผิดชอบอะไร พูดไปได้เรื่อย ๆ โดยไร้สำนึกของความรับผิดชอบ และทั้งไม่เคยบันทึกข้อมูลใดใดไว้ เพื่อประโยชน์ทางการวิจัยเลย   ฉะนั้น ขอให้นักวิชาการ-นักวิเคราะห์ทุกฝ่าย มีน้ำใจเป็นประชาธิปไตย เสนอความคิดอย่างมีน้ำใจเป็นประชาธิปไตยคืออย่าไปยึดมั่นถือมั่นเช่นนั้น หรือแท้ที่จริงถ้าเป็นชาวพุทธมีการศึกษาธรรมมาสักหน่อยก็จะเข้าใจว่า นี่แหละที่เรียกว่า เล่นการเมืองด้วยจิตว่างก็จะไม่สับสนวุ่นวายเพราะรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย



·         สุไหงปาดี
            28 พ.ย. 2551
 
 
 
แด่ จำลอง ศรีเมือง


 พ่อท่านมีข้อคิดมาว่า “ถาม : รู้ว่าบาปแต่ยังทำบาปอยู่    ความรู้ความเข้าใจก็มีอยู่ แต่ทำไมยังทำบาปอยู่ ?   พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ ตอบว่า   เพราะประสิทธิภาพในญาณในการกลัวบาปยังมีไม่มากพอ ศรัทธายังมีน้อย คนที่มีญาณสูง จะเห็นว่าแม้ทุกข์นิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะไม่ก่อเหตุแห่งทุกข์นั้น
 
จำลอง ศรีเมือง ทำบาปในสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้คนไทย และคนทั่วโลกเป็นทุกข์อย่างยิ่งใหญ่ มหาศาล ประเทศไทยก็เสียประโยชน์มากมาย   จำลอง ศรีเมือง ยังมองไม่เห็น ตาบอดสนิท   แล้วยังยังยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานอยู่ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเอาคำเตือนของพ่อท่านมาให้อ่าน พ่อท่านตำหนิว่า เป็นอลัชชี พวกหน้าด้าน พวกทำชั่วแล้วทำแป้นแป้น ....เราทำผิดก็ต้องสังวรตัว ถ่อมตัว เพราะเราผิด
 
·         จาก ดอกบัวน้อย
 อันดับที่ 128 ฉบับบ้ารักประเทศไทยไปกู้ชาติ หน้า12
 
 
 
 
 
พ่อท่านกล่าวอีกว่า   “......สมณะแปลว่าผู้สงบ ...... เพราะงั้น บอกว่าสมณะมาทำไม ? ก็มาช่วยให้เกิดความสงบ    ฟังตรงนี้ให้ชัด ๆ   อาตมาขอบอกอย่างเปิดเผยเลยว่า อาตมาเห็นด้วยกับฝ่ายพันธมิตร ฝ่ายประชาชน ว่าอยู่ในฝ่ายถูกต้อง   เห็นด้วยกับฝ่ายประชาชนนี่อยู่ในฝ่ายถูกต้อง อีกฝ่ายหนึ่งผิด อาตมาเห็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะฉะนั้นอาตมาเข้าข้างฝ่ายประชาชน เมื่อเข้าข้างฝ่ายนี้แล้ว หน้าที่หลักของพระคือมาทำให้เกิดความสงบ เราเคยได้มาทำให้เกิดความสงบ ก่อน 19 กันยา 49 แล้ว...     จาก สารอโสก ฉบับกองทัพธรรม อันดับ108 เม.ย.-พ.ค.2551 หน้า 23
 
พ่อท่านฝากมาอีกว่า “ ตื่นเถิด....พุทธเอย    สว่างเถิด......พุทธเอย ยอดนักรบแห่งกองทัพธรรมจะไปและไปเพื่อทำผู้มืดอยู่ให้สว่าง .... นั่นแลพุทธ! เพื่อทำผู้หลับใหล หลงใหล เมามายอยู่ในฤทธิ์โลกียะให้ตื่น ... นั่นแลพุทธ! “    เล่มเดียวกัน หน้า 1
 
จำลอง ศรีเมือง และชาวอโศกทั้งหลาย คงไม่นึกว่า “..... พ่อท่านต่างหากที่ยังหลับอยู่    พ่อท่านต่างหากที่ยังมืดอยู่ พ่อท่านช่างเขลาไม่รู้อะไรเป็นอะไรเสียเลย ไม่รู้หรือว่ากองทัพธรรมของพ่อท่าน ไปบุกรุกสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมือง คนทั้งโลกเดือดร้อน สหรัฐอเมริกามหาอำนาจเตือนมาแล้วว่าทำไม่ถูกหลักประชาธิปไตย   พ่อท่านก็ยังไม่ยอมตื่น พ่อท่านก็ยังไม่ยอมสว่าง... พ่อท่านสอนคนอื่นได้แต่ตัวเองสอนตัวเองไม่ได้ ....เช่นนี้ น่าอับอายขายหย้าชาวพาราโลก หนีไปโดดเหวตายเสียดีกว่านะพ่อท่านนะ......
 
·         จาก สารอโศก ฉบับกองทัพธรรม
อันดับ108 เม.ย.-พ.ค.2551 หน้า 23,1
 
 
 
 
 
 
ทางออกของประเทศไทยวันนี้
ระวัง เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย


 
ประเด็นปัญหาของประเทศไทยในวันนี้ก็คือ ประชาชนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศ เจ้าของประชาธิปไตยไทย  ยังมองกลุ่มคนที่เข้ายึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยสายตาพร่ามัวอยู่  เราจะมีวิธีการมองอย่างไร ถ้าไม่มองจากพฤติกรรมของบุคคล คือสิ่งที่เขาแสดงออกทั้งทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม  เมื่อลำดับพฤติกรรมของม็อบฯกลุ่มนี้แล้ว ก็จะมีสายตาสว่างขึ้น ดังนี้  
 
1.    ถามตัวเองว่าพวกเขาเป็นใคร พวกเขาเป็นใคร มาจากไหน พวกเขาเป็นตัวแทนของสถาบันใด  มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรนอกเหนือบทบัญญัติของกฎหมายได้หรือ?   ก็จะพบว่า ตัวแกนนำทั้ง6 คนนั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนเลื่อนลอยไร้หลักฐาน และเป็นผู้ต้องหาหลายคดี จนนับไม่ถ้วน
 
(1)   นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นบุคคลล้มละลาย ทั้งโดยนิตินัย และโดยพฤตินัย  และประกอบกรรมที่เอาตัวเองไม่รอดเรื่องแล้วเรื่องเล่า   เขาหนีคดีอยู่ถึงกว่า 60 คดี ครั้นมาโฆษณาขึ้นว่า จะนำกอบกู้ประเทศไทย ท่านคิดว่าจะเชื่อถือได้อย่างไร?

(2)   จำลอง ศรีเมือง เป็นลูกศิษย์สำนักสันติอโศก เป็นคณะบุคคลที่แอบอ้างพระพุทธศาสนา และอยู่นอกพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา และอยู่นอกคณะสงฆ์ไทย ได้ทำการหลอกลวงประชาชนมาแรมปี โดยอ้างการปฏิบัติธรรมที่แสนอุกฤตว่าก็เพื่อบรรลุมรรคผล แต่เมื่อมานำการต่อสู้เพื่อความเป็นใหญ่ทางการเมืองเช่นนี้ แม้ชาวสันติอโศกเองก็ควรจะเข้าใจว่า นั่นเป็นการหลอกลวง หลอกประชาชนมาอย่างยาวนานเพื่อทำการมักใหญ่ใฝ่สูงทางการเมือง เช่นนี้ จะนับว่าเป็นคนดีได้อย่างไร? 

(3)    คนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ล้วนเป็นผู้ที่หาประวัติดี และประวัติความสำเร็จในชีวิตไม่ได้ เช่นนายสุริยะใส กะตะศิลา เป็นคนที่หาหลักฐานไม่ได้เลย ไม่ว่าด้านใด แต่ก็สามาถมาพูดหลอกลวงประชาชนได้เนิ่นนานมาจนถึงบัดนี้ จึงค่อยจับความเท็จของเขาได้ จนไม่มีลิ้นที่จะโกหกพกลม ปลิ้นปล้อนได้ต่อไปอีกแล้ว
 
2.    พวกเขาทำกรรมอะไรไว้  ซึ่งคำตอบข้อนี้ค่อนข้างชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ด้วยตาอยู่แล้ว ทำกรรมชั่วผิดทั้งไตรทวารคือ กาย วจี ใจ  ที่ใหญ่ ๆ ก็คือ

(1)   การโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชน หวังปลุกระดมใช้แรงงานประชาชนผู้หลงเชื่อ ทำการล้างสมองประชาชน และชักจูงไปในทางร้าย
    
(2)   ยึดทำเนียบรัฐบาล และครอบครองมาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2551 ถึงไม่ได้มองด้วยกฎหมายแต่มองด้วยสามัญสำนึกของคน ๆ หนึ่ง ก็ย่อมจะมีคำถามว่า นี่เป็นการชอบธรรมอย่างไร?

(3)   ยกขบวนม็อบปิดล้อมรัฐสภา เพื่อกีดกันมิให้รัฐบาลแถลงนโยบาย เมื่อ 7 พ.ย.2551 จนกระทั่งรัฐมนตรีและสมาชิกสภาต้องปีนบันไดหลังสภาหนีไป   นี่เป็นความชอบธรรมอย่างไร

(4)    ยกขบวนม็อบปิดล้อมรัฐสภาครั้งที่ 2 จนไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ เมื่อ 24 พ.ย.2551 และเป็นเหตุให้เรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ที่เร่งด่วนค้างมาจนถึงบัดนี้ นั่นคือเรื่องที่ไทยต้องเป็นประธานและเจ้าภาพการประชุมเอเซียน ในเดือนธันวาคม 2551 นี้   นี่เป็นความชอบธรรมอย่างไร

(5)   ความละเมิดต่อกษัตริย์ ที่บังอาจปิดกั้นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา ระหว่าง 14-19 พ.ย.2551 จนต้องทรงหลีกไปเสด็จทางถนนลูกหลวงแทนถนนราชดำเนิน

(6)     นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำทั้ง 5 และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกวาทะทางเอเอสทีวี ลบหลู่พระบรมศาสดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าเป้นศาสดามหาโจร เป็นพระชินมุนีศรีมหาโจร
เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2551 เวลา 21.45 น. เพื่อปลุกใจพวกของเขาก่อน เคลื่อนขบวนไปปิดล้อมรัฐสภา เขาเป้นคนอย่างไร?

ประชาชนไทยคนใด ยังสงสัยอยู่ว่านี่มิใช่การก่อการร้าย ?
ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว จินตนาการเราก็จะสว่างโพลงขึ้นมา ว่า ผู้ก่อการร้าย ก็ย่อมคิดอย่างผู้ก่อการร้าย พูดอย่างผู้ก่อการร้าย และทำอย่างผู้ก่อการร้าย การปราบปราม ก็ต้องทำเหมือนปราบปรามผู้ก่อการร้าย จึงจะประสบความสำเร็จ 

3.    รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีความผิดตามที่พวกเขากล่าวหา   อย่างไร ?   ประชาชนเห็นว่าการกล่าวหาและการตัดสินด้วยตนเองว่าเขาเป็นไปตามข้อกล่าวหาของตนนั้น เป็นการชอบธรรมหรือ? 
 
ขอให้พิจารณาอย่างคนในระบอบประชาธิปไตยว่า โดยระบอบการเมืองที่เป็นธรรมแล้ว วิธีการยุติธรรมเช่นนี้จะไม่มีสถาบันใดนำมาใช้แล้ว และเป็นข้อต้องห้าม จึงไม่มีระบอบใดนำมาใช้อย่างเด็ดขาด เคยเป็นหลักการมาในอดีตเท่านั้นโดยระบอบเผด็จการป่าเถื่อนและโง่เขลาในอดีต ซึ่งบัดนี้ นักรัฐศาสตร์เห็นว่า ไม่เป็นธรรมทางกระบวนการยุติธรรมเลย ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยพากันมองว่าเป้นวิธีการยุติธรรมที่ล้าหลังและไม่ชอบธรรมอย่างแน่นอน และนี่สะท้อนไปถึงแนวคิดการเมืองใหม่ของฝ่ายนั้น ว่าแท้จริงหมายถึงอะไร? น่าที่จะดีกว่าประชาธิปไตยหรือ?  
 
4.     การยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.2551 เป็นการกระทำอย่างโจร มีความชอบธรรมอย่างไร ประชาชนเห็นว่าการที่เกิดความเสียหายไปแล้วถึง วันละ 10,000 ล้านบาท นั้นพวกเขากล่าวว่า ยังน้อยไปกว่าความเสียหายที่รัฐบาลสมัคร-สมชาย เป็นรัฐบาลอยู่ เพราะรัฐบาลสมัคร-สมชาย เป็นรัฐบาลโจร ซึ่งประชาชนแกนนำแห่งประชาธิปไตยที่แท้จริง ย่อมเข้าใจดีว่านี่เป้นข้อกล่าวหา และคำพิพากษาแบบเผด็จการ อนารยชนป่าเถื่อน เพราะระบบการยุติธรรมที่มีการกล่าวหาเอง แล้วทำการตัดสินเอง เช่นนี้ ไม่มีในโลกยุคปัจจุบัน ไม่มีในประเทศใดในโลกอีกแล้ว เพราะประเทศที่เจริญจะต้อต้าน และขจัดให้สิ้นไปจากกระบวนการยุติธรรม
 
 
 
5.     และเมื่อ 26 พ.ย.2551 เวลา 22.45 น. ศาลแพ่งได้ตัดสิน และสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ ม็อบกลุ่มนี้ ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยทันที   ซึ่งคำสั่งนี้ เป็นคำสั่งที่คล้ายคำสั่งให้ความคุ้มครองแด่ทำเนียบรัฐบาลคราวก่อน แต่พวกม็อบเหล่านี้หาเคารพในคำสั่งศาลไม่ 
 
ฉะนี้แล้ว จะยังมีผู้ร้ายใด ที่อาจกระทำการร้ายแรงได้เท่าพวกเขา   และการยกพวกบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เป้นเหตุให้ต้องปิดสนามบิน อันเป้นท่าอากาศยานนานาชาติที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียแห่งนี้ ลง   แต่ในทันทีทางตำรวจฟ้องศาลแพ่ง และศาลแพ่งได้พิพากษาทันทีในวันที่ 26 พ.ย.2551 เวลา 22.20 น.ว่า พวกม็อบ ที่เรียกตนเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในทันที  [ข่าวต่างประเทศเช่น CNA ใช้คำว่า  immediately]
 
อันเป็นการก่อความเสียหายให้ครบถ้วนทุกสถาบันคือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 
 
 
เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชน จึงควรจะได้เห็นความจริง และด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วนี้ จึงน่าที่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ว่า คนกลุ่มนี้เป็นอย่างไร  และพวกเขาจะเป็นอะไรได้นอกจากผู้ก่อการร้ายอย่างเต็มตัว นั่นเอง และขณะนี้ เขาได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติชั้นหนึ่งในเอเชีย ที่คนไทยภาคภูมิใจ  และประชาชนผู้ถูกปลุกปั่นฝังหัวด้วยข้อมูลที่ผิด ๆ มาตลอดที่มีการชุมนุมมาแต่เดือนมกราคม ต้นปี 2551 แล้ว  ล้วนเป็นเพียงโล่กำบัง พร้อมที่จะฟังคำสั่ง   ของเขาโดยไม่รู้ผิดรู้ถูก เสมือนงูใหญ่มีหัวเล็ก ปากกว้าง ไร้ปัญญา   แต่เมื่อตัดหัวงูเสียแล้ว ร่างยาว ใหญ่โตมโหฬารก็สิ้นฤทธิ์ลงโดยสิ้นเชิง
 
ขอให้จัดการแกนนำเก่าทั้ง 5 และแกนนำรุ่นใหม่ 3-4 คนเสียเท่านั้น ก็จะเหมือนงู ที่ถูกตัดหัวนั้นแล   เพราะประชาชนที่มาแวดล้อมนั้น ล้วนถูกปลุกปั้นปั่นปลุกเติมข่าวสารด้านเดียวให้จึงไร้ความรู้สึก สุดแต่ฝ่ายไหนจะมานำไปที่ใด
 
และประชาชนให้อยู่ในความสงบในด้านการใช้กำลังจะดีกว่า หากมีความสามารถก็ควรช่วยในด้านนอก และเป็นหูเป็นตาแก่เจ้าหน้าที่  การอยู่ในความสงบจะเป้นการช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างดียิ่ง   แต่อย่าลืมว่าเป็นสงครามข่าวสาร ควรพูดในเรื่องที่เป็นความจริงออกไปมาก ๆ และช่วยกันแก้ข่าวที่ผิด ๆ เสีย อย่าหุบปาก 

และสำหรับฝ่ายความมั่นคง ท่านต้องรำลึกสุภาษิตว่า เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย ให้จงดี (ท่านเข้าใจสุภาษิต ป.4 นี้ไหม?)

 
  • รื่น ฤดีรมย์
    27 พ.ย.2551


 
 
 
 
 
สมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
1ใน5 แกนนำม็อบยึดทำเนียบรัฐบาล
ดูหมิ่นพระบรมศาสดาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของชาวพุทธ


นายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 1ใน5แกนนำม็อบยึดทำเนียบรัฐบาล  ได้กระทำการทุจริตครั้งยิ่งใหญ่ทางวาจา โดยกระทำการลบหลู่ หมิ่นแคลนพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวพุทธทั้งหลาย ในการปราศรัยบนเวทีในทำเนียบรัฐบาล แล้ว เอเอสทีวี ถ่ายทอดออกไปทั่วโลก ในวันที่ 23 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2551 เวลา 21.45 น.
 
เขากล่าวครั้งนี้เนื่องในโอกาสที่ฝ่ายม็อบทำเนียบรัฐบาล จำลอง-สนธิ-ประชาธิปัตย์ กำลังระดมพลครั้งใหญ่ เพื่อทำการล้มล้างรัฐบาล ว่าฝ่ายเขาจะต้องชนะ  ถ้าม็อบประสบความพ่ายแพ้ในการสงครามในพรุ่งนี้ ที่นัดหมายทำสงครามครั้งสุดท้ายแบบม้วนเดียวจบ ใน 24 พ.ย.2551 แล้ว ต้องเลิกนับถือศาสนาพุทธ เพราะศาสนาพุทธสอนว่า ธรรมะย่อมชนะอธรรม เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายธรรมจึงต้องชนะ หากไม่ชนะ ก็หมายความว่าคำสอนข้อนี้เชื่อถือไม่ได้ ไร้สัจธรรม เราจึงต้องเลิกนับถือศาสนาพุทธ
 
นายสมเกียรติ์ กล่าวต่อไปอีกว่า จะต้องเปลี่ยนศาสนาด้วย จากศาสนาพุทธเป็นศาสนาชินโจร  ”...เป็นศาสนา พระชินมุนีศรีมหาโจร เป็นศาสนาชินโจร มี พระชินมุนีศรีมหาโจรเป็นศาสดา ..”
เขาเน้นว่า เป็นศาสนาชินโจร มีพระชินมุนีศรีมหาโจรเป็นศาสดา
 
และมีหมู่ม็อบจำนวนมากปรบมือทั้งมือเปล่าและมือถือชอบอกชอบใจในคำพูดของเขา
 
การที่นายสมเกียรติ์ ได้กล่าวถ้อยคำเหล่านี้ ออกอากาศไปทั่วโลก เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะคำว่า “พระชินมุนี” นั้นเป็นชื่อหนึ่งขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หมายถึงพระมุนีผู้ทรงชนะกิเลส ทรงเป็นพระอรหันต์ 
 
โดยคำว่า ชิน  หรือ ชิโน  ในรากศัพท์ทั้งบาลี และสันสกฤต หมายถึง ผู้ชนะ และหมายถึง พระพุทธเจ้า โดยตรง  มีความหมายทางภาษาอังกฤษดังนี้  E. Jino – Jina = victorious ; a Buddha(โปรดดู ปทานุกรม บาลี ไทย อังกฤษ สันสกฤต หน้า 314)
 
คำว่า มุนิ มุนี มุนินโท มีความหมายถึง นักปราชญ์ ผู้รู้ ผู้นิ่ง   จอมนักปราชญ์ พระพุทธเจ้า E.= a sage, an inspired man , a holy ascetic, a saint, a wise man,   chief of sages,   an epithet of the Buddha.(โปรดดู เล่มที่อ้าง หน้า 622)
 
และความหมายของพระมุนีผู้ทรงชัยชนะ ก็คือทรงชนะกิเลส ตามที่ชาวพุทธทั่วโลกเข้าใจ ว่านั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และทั้งพระสาวกทั้งหลาย  จึงมีคำสรรเสริญของชาวพุทธทั้งหลาย ว่า
 
 
      อะระหัง ,                                       เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ ,                       เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน ,               เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต ,                                 เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู                             เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ ,                 เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้
                                           อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง ,                    เป็นครูผู้สอน ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ ,                                  เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวา ,                                เป็นผู้มีความจำเริญจำแนกธรรมสั่ง
                                                สั่งสอนสัตว์ (จาก ธชคฺคปริตตํ ธชคฺคสุตฺตํ)

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยนาม พระชินมุนี หรือ พระชินสีห์ จึงเป็นบุคคลผู้ที่สูงสุดของชาวพุทธ และชาวไทย ซึ่งเพียงเอ่ยพระนามเท่านั้นเอง หรือเพียงเห็นพระพุทธรูป พระพุทธฉายา เท่านั้น คนทั้งแผ่นดินก็ก้มกราบ น้อมเศียรลงคารวะ ( และเมื่อมีภูตผีมารังควาญ หรือมาหลอกหลอน เพียงเอ่ยคำว่า พุทโธ หรือบริกรรมพระคาถา ชินบัญชร เท่านั้น ผีก็จะไปหมด เป็นที่รู้ดีของชาวพุทธ )  เมื่อนายสมเกียรตินำมากล่าวนามอย่างไม่สมควรที่คน ๆ บนแผ่นดินไทยคนหนึ่งจะพึงกล่าว เช่นนี้ จึงถือว่า ได้กระทำบาป - มหาบาป โทษ - มหันตโทษ และย่อมสมควรแก่นรกชั้นลึกที่สุด คือชั้นอเวจีมหานรกนรก ใต้มหาเถรเทวทัต ผู้ทำผิดต่อพระพุทธองค์ด้วยห้อพระโลหิตที่พระนิ้วของพระองค์   ส่วนนายสมเกียรติ์ ได้กระทำละเมิดทางวาจา เพราะเขาได้กล่าวว่า
  พระชินมุนีศรีมหาโจร    ศาสนาชินโจร       ”..เป็นศาสนา พระชินมุนีศรีมหาโจร เป็นศาสนาชินโจร มี พระชินมุนีศรีมหาโจรเป็นศาสดา “

 
ซึ่งคำว่า โจร ย่อมหมายถึงผู้ร้ายที่ลักขโมยหรือปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่น เมื่อมีคำว่า มหาโจร ก็ย่อมหมายถึงโจรที่มิใช่ธรรมดา แต่เป็น ขนาดใหญ่ ยิ่งใหญ่ ที่ย่อมประกอบโจรกรรมขนาดยิ่งใหญ่  มีความชั่วร้าย เหี้ยมโหด อย่างยิ่งใหญ่ ฯลฯ 
 
และนายสมเกียรติ์ ได้กล่าวว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเป็นศาสดามหาโจร ผู้ยิ่งใหญ่ (คำว่า พระชินมุนีศรีมหาโจรเป็นศาสดา)
 
 
จึงเป็นการลบหลู่ ดูหมิ่น อย่างไม่สมควรอย่างยิ่ง  ความหมายของถ้อยคำของเขาบ่งบอกไปถึงตัวของเขาเองว่าเขาเป็นยิ่งกว่าอนารยชน ผู้ป่าเถื่อน ไร้ภูมิปัญญาทางศาสนาโดยสิ้นเชิง   ซึ่งถ้าเขามีภูมิปัญญาพอที่จะรู้ผิดรู้ถูกแล้ว บัดนี้เขาควรจะได้รีบเร่งขอขมา เพราะพระรัตนตรัย นี้จะละเมิดไม่ได้ แม้แต่เพียงความคิด ซึ่งคนที่เป้นชาวพุทธย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ว่าแม้เพียงคิดมิดีต่อพระรัตนตรัย ก็ถือว่ามีความผิด และชาวพุทธจะมีปกติขอขมาโทษที่ได้ละเมิดโดยกระทำกรรมน่าติเตียน ฐานละเมิดพระรัตนตรัย ต่อพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์
 
ดังที่ญาติโยมพุทธบริษัทชาววัด ชาวพุทธผู้ถือศีล รักษาอุโบสถ พากันกล่าวไว้ก่อนเสมอไป เพื่อลุแก่โทษที่อาจทำบาป ตั้งแต่ยังไม่กระทำบาปด้วยซ้ำ  โดยกล่าวในปุรพกิจทุกกิจกรรมก่อนเสมอว่า 
 
          กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา ,
            ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
            พุทเธ (ธัมเม-สังเฆ) กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง ,   
            กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้า(พระธรรม-พระสงฆ์)
            พุทโธ (ธัมโม-สังโฆ)  ปะฏิคัณหะตุ อัจจะยันตัง ,
            ขอพระพุทธเจ้า (พระธรรม-พระสงฆ์) จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
            กาลันตะเร สังวะริตุง วะ   พุทเธ (ธัมเม-สังเฆ),
            เพื่อการสำรวมระวัง ในพระพุทธเจ้า (พระธรรม-พระสงฆ์)ในกาลต่อไป
 
และกล่าวขอขมาในปัจฉิมกิจภาคจบ อำลาพระรัตนตรัยว่า
 
 
          อุกาสะ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต มะยากะตัง ปุญญัง
          สามินา อะนุโมทิตัพพัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ 
 
 
ซึ่งแสดงถึงความระมัดระวังของชาวพุทธ ที่เกี่ยวกับการละเมิดต่อองค์พระรัตนตรัย ทางกาย วาจา  และใจ   และแม้มีการละมิดทางความคิดจิตใจ ชาวพุทธก็ถือว่าเป็นบาปมากแล้ว และทางวาจา ใจหรือความคิด ก็เช่นเดียวกัน 
 
แต่นายสมเกียรติ์ ได้กล่าววาจาว่า พระชินมุนีศรีมหาโจร นี้ ถือว่าเป็นการกระทำบาปทางวาจาอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องด้วยเป็นการกล่าวนามที่มีความหมายอันไม่ตรงต่อข้อเท็จจริงเชิงข้อมูล และเชิงสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นายสมเกียรติ์ ในฐานะที่เป็น ส.ส. และมีอดีตพื้นฐานการศึกษาในสถาบันชั้นสูง และ มีตำแหน่งงานในสถาบันชั้นสูงมาก่อน โดยได้ตำแหน่งของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มา น่าที่จะเข้าใจเรื่องราวของศาสนาพุทธ รู้สิ่งที่เป็นความเชื่อ ข้อที่ควรละเว้นกระทำ ข้อควรพูด ไม่พูดอย่างไร และรู้เรื่องการละเมิดแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาผู้ทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่างไร ทำให้พิจารณาได้ว่านี่เป็นการเจตนาดูหมิ่นแคลนสิ่งที่เป้นที่เคารพสักการะสูงสุดของประชาชนไทยทั้งประเทศ และศาสดาของชาวพุทธทั่วโลก ที่เอ่ยถ้อยคำมีความหมายต่ำทราม โดยให้ความหมายว่า พระพุทธเจ้าเป็นมหาโจร  ศาสนาพุทธเป็นศสนาของมหาโจร และย่อมเป็นการทำร้ายจิตใจบรรดาชนผู้เลื่อมใส คือชาวพุทธทั่วโลก
 
 
เราจึงขอเสนอข้อมูลเบื้องต้นนี้มายังชาวพุทธทั้งหลาย และขอร้องว่า ท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งเชื่อเรา แต่ขอให้ ได้ทบทวน พิเคราะห์ดูด้วยสติปัญญาของชาวพุทธ ด้วยเหตุและผลอย่างชาวพุทธ เพื่อให้รู้ความจริง   และขอให้วัด อารามทุกแห่งในประเทศไทย ภายใต้พระพุทธศาสนาทุกลัทธิ นิกาย ได้ทบทวนเรื่องนี้ ที่มีวาทะว่า เขาจะเปลี่ยนศาสนาไป ”..เป็นศาสนา พระชินมุนีศรีมหาโจร เป็นศาสนาชินโจร มี พระชินมุนีศรีมหาโจรเป็นศาสดา ซึ่งได้โฆษณาออกไปบนเวทีม็อบ ที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เข้ายึดทำเนียบรัฐบาลอยู่ขณะนี้ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.2551 เวลาประมาณ 21.45 น.หากพิจารณาเห็นสมควรตามเหตุผลที่เสนอมานี้แล้ว  ควรจะได้ป่าวประกาศออกไปว่านายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้นี้ เป็นคนผู้ทรยศต่อพระพุทธศาสนา ควรที่ชาวพุทธทั้วโลกจะคว่ำบาตรเขาเสีย
 
และนี่เป็นความผิดทางกฎหมาย จึงเสนอให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการต่อไปอีกสถานหนึ่ง
 
และชาวพุทธ ผู้ที่ได้ชื่อว่าชาวพุทธ ขอให้ไตร่ตรองดู ว่าการละเมิดของนายสมเกียรติ์ครั้งนี้ สมควรแก่โทษสถานใด ?
 
 
 
 
  • อรบุศป์ ละอองธรรม
            25 พ.ย. 2551
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บันทึกประเทศไทย
พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
 
พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีทั้งสิ้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน พุทธศักราช  2551 ดังนี้     

     -วันศุกร์ที่ 14 พ.ย.2551  บำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
               
     -วันเสาร์ที่ 15 พ.ย.2551 พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

     -วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.2551 พระราชพิธีเก็บพระอัฐิ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง

     -วันจันทร์ที่ 17 พ.ย.2551     บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระอัฐิฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

     -วันอังคารที่ 18 พ.ย.2551 เชิญพระอัฐิประดิษฐานบนพระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

     -วันพุธที่ 19 พ.ย.2551   ทรงบรรจุพระสรีรางคาร ณ อนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

              
มีเหตุการณ์พิเศษที่ต้องบันทึกเอาไว้ก็คือ ในการเสด็จพระราชดำเนินไปโดยปกติของพระมหากษัติย์ไทยในอดีตสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ จะทรงเสด็จโดยถนนที่หรูหราสมพระเกียรติยศ และมีถนนสำหรับกษัตริย์ทรงเสด็จไปโดยเฉพาะวิสัยกษัตริย์ทุกพระองค์ ๆ  นั่นคือ ถนนราชดำเนิน  
 
ถนนราชดำเนิน หรือ Ratchadamnern Avenue  ซึ่งโดยภาษาอังกฤษหมายถึงถนนสายกว้างใหญ่ ร่มรื่น มีความสำคัญสำหรับบุคคลระดับสูงของชาติ  แต่ภาษาไทยถนนราชดำเนินบอกความหมายตรงตามภาษา ให้ความหมายโดยชัดเจนชัดแจ้งว่าเป็นเส้นทางพระราชดำเนินของกษัตริย์ ซึ่งหมายถึงทรงมีพระราชอำนาจและความสง่างามที่จะทรงเสด็จไปพร้อมพระเกียรติยศอันสูงสุดที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้
 
แต่ในระหว่างเวลา 6 วันที่เสด็จไปประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ฯ  นั้น กษัตริย์ไทยพร้อมขบวนพระราชอิสริยยศ ซึ่งประกอบด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารทั้งสิ้น รวมทั้งคณะรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญในสามสถาบันสูงสุดของชาติ ต้องหลีกชนกลุ่มหนึ่ง ที่ยึดครองบริเวณถนนราชดำเนินไว้ ทรงอ้อมไปทางถนนลูกหลวง ซึ่งเป็นถนนชั้นรอง เพื่อเสด็จไปประกอบพระราชพิธีสำคัญของพระราชวงศ์ คือ พิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงเป็นที่รักของประชาชนไทยอย่างหาที่สุดมิได้อีกพระองค์หนึ่ง ตลอดเวลา 6 วันที่ทรงเสด็จไปประกอบพระราชพิธีในแต่ละวันแต่ละพิธี นั้น 
 
เป็นเหตุให้คนไทยทั้งประเทศตกตะลึงพรึงเพริศ คนไทยทั้งประเทศต่างก็ถามกันว่า ชนกลุ่มใดที่บังอาจขวางเส้นทางพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์  ชนกลุ่มใดที่บังอาจปิดกั้นถนนราชดำเนิน มิยอมให้องค์พระมหากษัตริยเสด็จไปประกอบพระราชพิธีอันสำคัญยิ่งส่วนพระองค์คราวนั้น ซึ่งเป็นการกระทำที่ยะโสโอหัง ที่ละเมิดเบื้องพระยุคลบาท ต่อพระพักร์เช่นนี้

ที่บัดนี้มีคำถามว่า ประชาชนไทยทุกหมู่เหล่า ที่ล้วนจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ จะสามารถให้อภัยพวกเขาได้ละหรือ ? ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่อาจจะให้อภัยได้เลย

และด้วยบันทึกนี้ เราขอให้ประชาชนไทย หรือที่ได้ชื่อว่าคนไทยทุกหมู่เหล่า ทุกชนชั้น คนไทยทุกคน ทุกเพศทุกวัย อย่าได้ลืมเสียเป็นอันขาด เพราะมันเหมือนเสี้ยนหนามอันแหลมคมที่ระคายระเคืองในจิตใจของเราทั้งหลายอยู่ตลอดเวลา จะไม่ถอนออกมาทำลายเสียได้อย่างไร?.

 
  • หนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนท)
    20 พ.ย.2551
 
 
 
 
 
 
 
 
สิ่งที่ควรคิดสำหรับพลเสื้อแดง
 
ชุมนุมพลเสื้อแดงรวมเหล่าอุดมการณ์แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ คราที่มีม็อบอันธพาลมาเผชิญคือม็อบทำเนียบจำลอง-สนธิ-ประชาธิปัตย์   เราคิดว่าชุมนุมพลเสื้อแดง และ แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติทุกแนวร่วม ควรดำรงสัญลักษณ์ที่สะท้อนระบอบประชาธิปไตยและการตั้งใจตรงต่อการพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตยโดยสุจริต การชุมนุมในวันพรุ่งนี้ 23 พ.ย. 2551ของพลเสื้อแดง และ นปช. จึงต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อความสงบ และสมกับการชุมนุมในวัดที่สงบ ตามที่มีกำหนดไว้แต่เดิมแล้ว
 
ฉะนั้น แม้ว่าจะมีการประกาศสงครามของม็อบกบฏที่ยึดทำเนียบรัฐบาล หรือ ม็อบจำลอง สนธิ ประชาธิปัตย์ เจ้าเก่าที่ดื้อด้านไร้เหตุผล  ว่าจะชุมนุมพลครั้งใหญ่ และเคลื่อนกำลังพล ไปล้อมรัฐสภา  และอาจจะยึดรัฐสภาอีกแห่งหนึ่ง เพื่อกดดันให้รัฐบาลลาออก หรือเพื่อวัตถุประสงค์ลับ ๆ ที่ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผย   โดยประกาศว่า “....การระดมมวลชนครั้งนี้จะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดและเป็นครั้งสุดท้ายของสุดท้าย..” ตามที่นายจำลอง ศรีเมือง(เราขอถอดยศ พลตรีจำลองออกมาเป็นนายจำลองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป) ประกาศว่า “....จะเป็นการเคลื่อนประชาชนไปขับไล่รัฐบาลในวันที่ 23 พ.ย.เรียกว่าเป็นวันเผด็จศึก จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้รัฐบาลหยุดการใช้อำนาจและยุติการบริหารประเทศให้ได้แบบม้วนเดียวจบ...”    ก็ตาม เราก็เห็นว่า พลเสื้อแดง หรือความหมายของเลือดไทยทั้งสิ้น ควรจะชุมนุมอยู่อย่างสงบ ทำกิจกรรมของเราไปภายในวัดสวนแก้วนั้น ปล่อยให้พวกลัทธิไสย-สันติอโศกเคลิ้มไปตามวิปริตของอวิชชา-โมหะ-อหังการของตน ฝ่ายเดียวก็พอแล้ว
 
ควรเน้นวินัยของพลเสื้อแดงทั่วประเทศว่า ถึงจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น รุนแรงหรือไม่รุนแรงขนาดไหนก็ตาม ก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด แม้ว่าจักเป็นผลให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยุบตัวเองไปก็ตาม    เพราะเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องหัดช่วยเหลือตนเองบ้าง หากแก้ปัญหาไม่ได้ก็คงจะลาออกไปเอง ก็ตั้งรัฐบาลใหม่ แล้วปรับปรุงระบบความมั่นคงของชาติเสียใหม่ เหตุการณ์ก็จะสงบลง
 
เราจะเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ที่กระทบประชาธิปไตย อย่างรุนแรงจนมีเค้าส่อว่าจะมีการล้มระบอบ   ตอนนั้นแหละเป็นคราวที่พลเสื้อแดงต้องแดงอย่างเข้มข้น
 
จริงหรือไม่ ?
 
 
  • นสพ.ดี(อินเทอเนท)
    22 พ.ย.2551
 
 
 
 
จดหมายถึงอดีตนายกรัฐมนตรี


ขอเรียน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ
 
อยากขอร้องให้กลับมาประเทศไทย ไม่อยากให้ท่านหนีหัวซุกหัวซุนเช่นนี้ เพราะท่านเป็นคนสำคัญของประชาชนไทย  และประชาชนยังคิดถึงท่านอยู่ ถ้ากลับมา ท่านมาเมื่อไรก็จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีอีก อย่าให้นักข่าวเขาออกข่าวว่าท่านเหมือนเสืออยู่ในกรง และประชาชนสับสน ไม่รู้จบ  ท่านว่า ไม่มีแผ่นดินไหนน่าอยู่เท่าเมืองไทย แล้วทำไมไม่กลับมา ท่านน่าจะมาต่อสู้ด้วยตัวของท่านเอง   เพื่อความสง่างาม หนูขอให้ท่านกลับมาต่อสู้ นำประเทศไทยก้าวหน้า ถ้าท่านว่ารักประเทศไทย ก็กลับมาเดินบนแผ่นดินไทยอย่างสง่างาม กลับมาเถอะมาเล่นการเมือง   มาแก้ปัญหาที่ว่าจริงหรือไม่จริงเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านเอง เรื่องพันธมิตรก็ไม่น่าหวั่น เพราะเขาทำหน้าที่ของเขา ท่านก็มาทำหน้าที่ของท่าน กลับมาเถิดประชาชนรอท่านอยู่   ประชาชนได้เงินหมู่บ้านละล้านบาท เป็นความคิดของท่านที่ประชาชนพอใจ   แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครดูแล ติดตามให้เลย ไม่ทราบว่านายกสมชายจะทำได้หรือเปล่า ท่านต้องกลับมาดูแลเอง มั่นใจว่าท่านเก่ง ฉลาด มีปัญญาความรู้สูง มั่นใจว่าท่านต่อสู้ได้ มั่นใจว่าท่านทำได้ ท่านเป็นเพียงเซไปหน่อยเท่านั้น
 
ไม่อยากให้หย่าร้าง เพราะเป็นภาพพจน์ไม่ดี นักข่าวจะเอาไปเขียนว่า นายกรัฐมนตรีจนตรอกขนาดต้องอย่าร้าง เพื่อให้เมียมาอยู่ในประเทศไทย สงสารลูกๆจะมีปมด้อยฝังใจ   เหมือนแรงเกินไป แต่เชื่อไม่เป็นแบบนั้นหรอก ท่านอยู่ที่ไหนก็สบาย   อย่าเดินวกวนเลย ให้หันมาสู่ประเทศไทยเถิด   การพูดจาซุบซิบของคน นักข่าว นักวิพากษ์วิจารณ์ มันใจได้ว่าไม่ใช่ความจริงทั้งหมด อดีตนายกทักษิณต้องไม่ติดคุกอย่างแน่นอน เชื่อได้เลย
 
อย่าให้เรื่องเสื้อเหลืองเสื้อแดง ต่อสู้กันเลย เห็นแก่ในหลวงของเราเถิด สงสารท่าน ท่านชราภาพมากแล้ว อยากให้ท่านมีความสุขวัยชราภาพ อยากให้ท่านอยู่สบายใจ และประชาชนรักท่านเท่าชีวิต  หากรักท่านประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกสถาบันทุกระดับชั้นทุกหน่วยงานก็ต้องกลมเกลียวสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันให้ได้ ต้องหยุดทำสิ่งที่จะให้ท่านไม่สบายใจทันที ต้องทำให้สำเร็จวันนี้ ไม่ใช่วันหน้า พันธมิตรก็ต้องหยุด เสื้อแดงก็ต้องหยุด
 
 
  • สาวน้อยบ้านนา
           17 พ.ย.2551
 
 
 
 

สัจธรรมวันละข้อ
ข้อที่ 5 ธรรม ธรรมชาติ


 
1.    ทำไมท่านจึงบอกเขาว่า ให้ไปมีความหวังเอาในสวรรค์ชั้นฟ้า ในโลกหน้า ภายหลังตายไปแล้ว   ในเมื่อชั่วกัปชั่วกัลป์ที่ผ่านมา หรือชั่วร้อย-พันล้านปีของวิวัฒนาการของมนุษย์ ไม่มีใครได้เห็นสวรรค์เลย   เรารู้เรื่องเหล่านี้จากนิทานหรือเรื่องเล่าจากจินตนาการทั้งสิ้น

๒.    คนที่ตายไป ก็ไม่เคยกลับมาบอกเราว่าเขาไปอยู่ที่ไหน เขาได้ไปสู่สวรรค์หรือไม่   คนที่เราคิดว่าเขาได้ไปสวรรค์แล้ว ก็ไม่เคยปรากฏว่าเขาได้กลับมาบอกเราเลย คนในแผ่นดินไทยตายไปแล้วกี่ร้อย-พันล้านคนเล่า แต่มีสักคนหรือ ที่เขากลับมาบอกเรา มาออกรายการโทรทัศน์ให้ประชาชนเห็น?

๓.    แต่เราก็ชอบบอกคนเป็นส่วนมากว่าให้ทำความดีเพื่อที่จะได้ไปสวรรค์ เพื่อที่ได้ไปโลกหน้าอยู่สุขสบายในโลกหน้า ชีวิตข้างหน้า ซึ่งไปเน้นกันเกินไปอย่างไม่ระวัง

๔.     ทำไมเราจึงไม่บอกสอนคนส่วนมากให้รู้ความจริงที่พิศูจน์ได้ ด้วยตัวเขาเอง   ว่าไม่ต้องโลกหน้า แต่โลกนี้ ไม่ต้องแผ่นดินสวรรค์หรอก แต่เป็นแผ่นดินนี้   ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้

๕.     ไม่ใช่ชีวิตหลังความตายของเรา แต่เป็นที่นี่และเดี๋ยวนี้ เวทีนี้ ชีวิตนี้ ที่เราเป็นอยู่ปัจจุบันนี้ ที่เราเผชิญทั้งทุกข์และสุขอยู่ขณะนี้ เพราะนี่คือชีวิตที่เรามองเห็นเหตุผลด้วยตาของเราเองทุกอย่าง ด้วยการพิศูจน์ของเราเองได้ทุกอย่าง

๖.     เราพิศูจน์ได้ว่า การที่เรามีข้าวกินพอ ก็เพราะเราได้ปักดำ ทำนา ที่พอ เราได้เก็บได้เกี่ยว และเราค้าขาย ได้ต้นทุนกลับมา พร้อมทั้งกำไร จากประเทศนั้นประเทศนี้

๗.     ในปีที่เราปักดำได้ ไม่พอ เราก็พิศูจน์ได้ว่า เพราะมีเหตุมาอย่างไรบ้าง   การค้าขายของเราที่ได้ผลกำไรน้อยนั้นเป็นเพราะอะไรเราก็พิศูจน์ได้ และเรารู้วิธีที่จะแก้ไข และทำการเกษตรนาข้าวของเราให้ได้ผลการเก็บเกี่ยวมากขึ้น เรารู้เหตุผลที่จะทำการค้าขาย ให้ได้กำไรมากขึ้น ด้วยตัวเราเอง ตาเรามองเห็น

๘.    ทำไม่ลูก ๆ จึงไม่บำรุงบิดามารดา ผู้แก่ชราเสียอย่างดี ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ท่านยังไม่ตายไป   ทำไมไม่อุทิศตนอย่างมากเพื่อบำรุงท่านในเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ มีใครสอนท่านหรือว่า เมื่อท่านตายไปแล้วจึงค่อยให้ทำบุญกับนักบวชให้มาก ๆ ท่านก็จะได้บุญนั้นอย่างมากมาย ?

๙.     ทำไมไม่อุทิศ ทรัพย์สินอันมากมาย หรือหากไม่มีทรัพย์สิน ก็อุทิศความกตัญญูทั้งสิ้นแด่ท่าน บำรุงท่านบิดามารดาเมื่อท่านมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่เวลาก่อนตายของท่าน ท่านรอเวลาหลังการตายของบิดามารดาเพื่ออะไรที่โง่เขลา เพราะเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เราบำรุงท่าน เราก็เห็นท่านมีความสุข สบาย เห็นท่านน้ำตาไหล และเราก็มีความสุขใจกับความสุขสบายของบิดามารดา เราสามารถเห็นผลบุญของเราเองชัดเจนเมื่อเราทำคุณความดีต่อบิดามารดาของเราเมื่อท่านมีชีวิตอยู่ ด้วยตาของเราเอง ชัดเจน ไม่พร่ามัว

1๐.    ถ้าท่านคิดว่าคอยตอบแทนบิดามารดา ภายหลังการตายของท่าน   นั่นเป็นความบกพร่องทางความคิด สติปัญญา และทั้งจริยธรรมอันสูงสุด  และนั่นเป็นคำสอนของผู้ที่เห็นแก่ตัว  และท่านเองก็จะไม่สามารถพิศูจน์ได้ เพราะท่านจะมองผลไม่เห็นประจักษ์ชัดเจนด้วยตาของตนเองเลย

11.    แม้ตัวท่านเอง คิดหวังความสำเร็จเอาในชาติหน้า โลกหน้า  นั่นก็เป็นความบกพร่อง เพราะแท้จริง ท่านพึงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ปรากฏในโลกนี้ ชาตินี้ ท่านต้องต่อสู้ในโลกนี้ ชาตินี้ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ก่อนการตาย ไม่ใช่หวังจากหลังความตายที่เลื่อนลอย งานหนักและงานสำคัญในชีวิตของท่านก็คือท่านต้องแก้ไขเส้นทางชีวิตให้ตรงและถูกต้อง ท่านจึงต้องต่อสู้ และดูผลของมัน พิศูจน์ผลของมันด้วยตาของตนเอง เมื่อท่านปรับเส้นทางให้ตรง เดินตรง ไปสู่เป้าหมายของความสุขจริงแท้ ท่านก็จักได้ผลอันนั้น ได้อย่างเห็นด้วยตาตนเอง   นี่แหละเป้นสิ่งที่ชัดเจนและพิศูจน์ได้ด้วยตนเอง ว่าความสุขที่เหนือกว่าสวรรค์ มิได้อยู่ที่สวรรค์ แต่อยู่ที่นี่  อยู่บนดิน ในธรณีนี้ อยู่ที่ชีวิตปัจจุบัน ก่อนการตายของเราเอง โดยแท้จริง  
 
  • อรบุศป์ ละอองธรรม
    1๖ พ.ย. 2551



รวมทุกความคิดเห็นทุกบทความจากเวบไซต์นี้

นสพ.ดี เล่มที่ 49
นสพ.ดี เล่มที่ 48
บทกวีการเมืองจากวัดพระโต
หลักธรรมและหลักโหราศาสตร์ ว่าด้วย ดวงกำเนิด และ ดวงฤกษ์
โหราศาสตร์ : หลักธรรมและหลักโหราศาสตร์ ว่าด้วยอำนาจอิทธิพลดาวพระเคราะห์ต่อชีวิตมนุษย์
ไม่ซื่อตรงต่อสถาบัน FB:Phayap Panyatharo
รัฐประหาร22พ.ค.2557 16.30น.
นามธรรมและประชาชนจะลงโทษองค์กรอิสระ
บันทึกมติปชป.ให้สส.ลาออก ถึง ยิ่งลักษณ์ยุบสภา
พล.อ.เปรม มีข้อสงสัยไม่จงรักต่อสถาบันกษัตริย์ FB Phayap Panyatharo
องค์กรอิสระตัดสินนายกปู 7-8 พ.ค.2557จาก FB Phayap Panyatharo
กรณีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ
นิติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่รับใช้(บทแทรกที่ 3 บทสรุป)
นิติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่รับใช้(บทแทรกที่ 1-2)
นิติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่รับใช้
วันแจ้งความแห่งชาติ 1 เม.ย. พุทธศักราช 2557
สรุปประเทศไทยวันนี้
คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ 20 พ.ย. 2556 ท่านจะต้องเรียนรู้ไปมากกว่านี้อีกเยอะเลย
ประเทศไทยวันนี้มีคำถาม ????
ข้อคิดจากการตัดสินของ ตุลาการรัฐธรรมนูญล้ม พรบ.กู้เงิน 2ล้านล. ของรัฐบาล
เวบไซต์ของเราถูกบลีอก
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปกราบสมีสุวิทย์ ๆปิดรีดวอยซ์ทีวีแสนบาทก่อนกลับ
ศาล เมื่อไม่สถิตยุติธรรม ก็เป็นปาราชิก
วันมาฆะบูชา ยุทธศาสตร์ในศาสนา
สมชัย ศรีสุทธิยากร คนเถื่อนแห่งองค์กรเถื่อนโดยรัฐธรรมนูญเถื่อน
รัฐบาลโดย ศอ.รส.เตรียมจับสุเทพ
ม็อบสุเทพ-ประชาธิปัตย์ เป็นกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัวสุด ๆ เอารัดเอาเปรียบสังคมไทยอย่างไร้ความละอายใจ โดยถูกครอบด้วยอวิชชาความโง่เขลาอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น
อย่าลืมพรรคปชป.ไม่มีฐานะที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตย
สุเทพ-อภิสิทธิ์ทำปชป.พังเรียบ ใครจะกอบกู้?
สถานการณ์เมืองไทยเป็นอย่างไร
บทวิเคราะห์สื่อไทย
บันทึกประเทศไทยวาระ ที่ 2 ในหลวงกับม.7
สดุดี 5 ธันวามหาราช พุทธศักราช 2556
บันทึกประเทศไทย 1-3 พ.ย.2556 กบฏสุเทพ เทือกสุบรรณ
คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ 20 พ.ย.2556
อะไรเป็นอะไร วันที่ 12 พ.ย.2556? ปัญหาโพธิรักษ์และ กองทัพธรรม
ระวังคิดล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยมีโทษถึงกบฎ เด็กศรีสะเกษหยาบคายไร้การสร้างสรรค์ตามแบบพรรคประชาธิปัตย์ การกลับมาของแดงทั้งแผ่นดิน
ร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฉ.วรชัย เหมะ ถูกแปรเป็นนิรโทษกรรมสุดซอย
ม็อบสามเสนแปรเป็นม็อบราชดำเนิน ต้องการอะไร?
ล้อมกรอบประชาธิปัตย์วันนี้...อ่านไทยป.4 บทบาทที่น่าเหมาะสมขององค์กรเถื่อน ม.30 กรรมต่างกันสุดขั้วเอามารวมได้อย่างไร นิรโทษฯ
อาลัยสายัณห์ สัญญา
ล้อมกรอบประชาธิปัตย์วันนี้นายธนาอภิปราย ดร.ฆิกเมฆ เฉลย (3)
ล้อมกรอบประชาธิปัตย์วันนี้ดูดี ๆ นายเชน เทือกสุบรรณ นักเลงโตในสภา (2)
ล้อมกรอบประชาธิปัตย์วันนี้ดูดี ๆ มาธาดอร์ปชป.- สิงห์ปชป.ตายไหมครับ?
[ทบทวน]ป่าเถื่อนตีโซ่ตรวนผู้ต้องหาได้อย่างไร ระบบศาลไทยล้าหลัง ป่าเถื่อน ยังไม่รู้แก้ไขเสียที
ล้อมกรอบประชาธิปัตย์วันนี้ ดูดีๆ ไม่เข้าใจฐานะตนเองต้องสั่งสอน- มาธาดอร์ปชป.-สิงห์ปชป.สิ้นชื่อ
สภาของประชาชนกับสมาชิกสภาฝ่ายค้านที่ไม่เข้าใจฐานะตนเองในระบอบประชาธิปไตย สุดถ่อยในรัฐสภาไทย
พรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านนิรโทษกรรมประชาชนผู้ถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลตนเอง
ประเด็นรัฐธรรมนูญโจร เพียงอ่านภาษาไทยให้ชัดเจนเท่านั้นเอง
ม.68 กับภาษาไทยระดับประถมศึกษา ตลก.รธน.ไร้วุฒิภาวะ
ผู้พิพากษาจิตป่วยมีด้วยหรือ? ม.68กับภาษาไทยระดับประถมศึกษา
พรรคที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงแก่ประชาชนไทยคือพรรคประชาธิปัตย์
หมอนี่ มาจากไหน ประชาชนรู้จักหรือเปล่า?
หน้ากากขาวในเฟสบุ๊ค นี่ชื่อจริง Narisa Jittapong
นโยบายชาวนาย่อมปรับเปลี่ยนได้ครับ อย่าไปสอนเขาผิด ๆ
หน้ากากขาวไชยวัฒน์ถึงอัญชัญบุตรถึงอรหันต์เก๊หลวงปู่เก๊วีรพลฉัตติโกรวมมาจากหน้า1
หน้ากากขาวไชยวัฒน์ สินสุวงษ์ ศิษย์โพธิรักษ์เจ้าลัทธิวิเศษเหนือมนุษย์
เอกยุทธ อัญชัญบุตรคนโกงแปดเหลี่ยมตายแน่แล้ว
สภารัฐธรรมนูญโลกเยือนไทยขอให้คืนสิทธิ์สส.แด่จตุพร พรหมพันธ์
ภาพที่อัปยศแด่วงการตุลาการไทย
ใครทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และควรจะรับผิดชอบอย่างไร?
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 3 มี.ค.2556
ปัญหามุสลิมโลก โรฮินยาถึงฉก.32 นราธิวาส ไสยบาบาถึงปัญหามุสลิมสามจว.ใต้
Muslim Rohingyas FB Phayap Panyatharo มุสลิมโรฮิงยา จากเฟสบุคพยับ ปัญญาธโร
แดงทั้งแผ่นดิน นปช.เคลื่อนไหววันรัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.2555
DSI แจ้งข้อหาอภิสิทธิ์-สุเทพออกคำสั่งฆ่าพัน คำกองแท๊กซี่เสื้อแดง
บันทึก24พ.ย.2555สิ่งที่เรียกว่าองค์การพิทักษ์สยามเริ่มต้นการแสดง ขณะที่กาซายุติการยิง
จากบันทึกในอดีตถึงพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์
สรุปประเทศไทย รัฐบาลคมช.พล.อ.สุรยุทธ จุฬานนท์
คอป.และคณิต ณ นคร ที่รัฐบาลไปฝากความหวังไว้ แต่ผมว่าก็อย่าเพิ่งวางใจ
บันทึกแดงชุมนุม 15 ก.ย.2555 ทบทวนรัฐประหาร 6 ปีฆาตกรยังลอยนวล
รายงานรัฐบาลทหารปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน เริ่ม 13 พ.ค.2553
มาทบทวนรายงานรัฐบาลทหารสลายการชุมนุมนองเลือดเรียกร้องประชาธิปไตย ราชประสงค์19พ.ค.2553
ตลกรัฐธรรมนูญตัดสินแล้ว ไม่ยุบพรรคเพื่อไทย
ศาสนากับประชาธิปไตย กรรมจะลงโทษเอกยุทธ อัญชัญบุตรให้คุณหรือ ?
แดงเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมแสดงพลัง 24มิ.ย.2555
ปัญหามุสลิมไทย (รีไวด์)
เรื่องที่น่าเบื่อหน่ายในรัฐสภาไทย
นโยบายทักษิณ เพื่อไทย บทวิเคราะห์ 48 บทนโยบายทักษิณ กับประชาธิปไตย (รีไวด์)
ทักษิณแถลงแนวนโยบายพรรคเพื่อไทย บทวิเคราะห์(รีไวด์)
Japan Tsunami 2011
เทศกาลวันมาฆบูชา Magha Puja
รายงานจากรัฐสภา พิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ศาสนากับประชาธิปไตย กรรมจะลงโทษเอกยุทธ อัญชัญบุตรให้คุณหรือ ?
นโบยทักษิณ นโยบายพรรคเพื่อไทย ญี่ปุ่นฟื้นตัวแล้ว หลังดุลการค้าเป็นบวก 71 ล้านเย
นโยบายทักษิณ เพื่อไทย ในที่สุดพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ก็มาร่วมกับคนเสื้อแดง
ศาสนาและประชาธิปไตย ปรัชญาชีวิต วัฒนธรรม เก่า ใหม่
ศาสนาและประชาธิปไตย ว่าโลกจะแตก 23 พ.ค.2554
ดูรัฐบาลอภิสิทธิ์ เนวิน ชิดชอบ บรรหาร ศิลปะอาชา อันธพาลในประชาธิปไตย
ดูรัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลเด็ก กรณีเรือบรรทุกน้ำตาลจมที่อยุธยา เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ปล่อยให้ประชาชนลำบากมาถึง 2 สัปดาห์แล้
วารสารต้านนิติราษฎร์ (หน้า 1)



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.