ReadyPlanet.com
dot dot
bulletประชาธิปไตยเท่านั้นภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletดี เล่มที่ 45
bulletดี เล่มที่ 46
bulletดี เล่มที่ 47
bulletดี เล่มที่ 48
bulletดี เล่มที่ 49
bulletดี เล่มที่ 50
bulletดี เล่มที่ 51
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ





นี่คือหนังสือพิมพ์ดี(อินเทอเนต) It's The Good Paper.  http://www.newworldbelieve.com  For All Good For All Thought 

 

 

วัดของฉัน

MY TEMPLE

 

 

 

วัดของฉัน

MY TEMPLE

 

 

 

วัดของฉัน

MY TEMPLE

 

 

 

.com

HTTP://WWW.NEWWORLDBELIEVE.NET
HTTP://WWW.NEWWORLDBELIEVE.COM 
HTTP://WWW.FACEBOOK.COM - Phayap Panyatharo 

เกี่ยวกับเวบไซต์ของเรา เราเป็นใคร ทำอะไรไปทำไม และอะไรคือความพอใจของเรา โปรดคลิกเข้าไปดูครับ 

 

 สารบาญโหราศาสตร์

  โปรดเข้าพบดีเล่มที่54โผล่ขอบฟ้ามาแล้ว

 ประวัติของผม 16 ตอน ากหนังสือพิมพ์ดี 16 เล่ม 

เตรียมพบ ดีเล่มที่55 เร็วๆนี้  

 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาเรียนรู้ประชาธิปไตยที่นี่ กับดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

 

 

 

 กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1  

  กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 2  

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 3

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 4

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 5

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 6

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 7

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 8

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 9

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 10

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11

กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 12

 

 

 

 ประชาธิปไตย 

ด่วน ! เร่งมาเรียนรู้เรื่อง  การเมืองระบอบประชาธิปไตย เพื่อก้าวตามโลกยุคใหม่ให้ทันเขา  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ สอนการเมืองประชาธิปไตย ที่นี่ โปรดตามศึกษาให้ได้ ไม่ว่าท่านเป็นใคร มาจากไหน  มาศึกษาเรื่องการเมืองที่นี่ 
*********************************************************************************

 

ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 7

 

 

 

 

 ความคิดเห็นที่ 17

 

เอามาจากเฟสบุ๊ค

วันนี้ เฟสบุ๊ค  เขาเอาเรื่องมาทบทวนให้อีก เรื่องประชาธิปไตย.......  3 ปีที่แล้ว

ดูความทรงจำของคุณ  chevron-right

 

 

 

 

 

Phayap Panyatharo

9 กันยายน 2016 · 

ความเห็นที่ 10 (3303181)

อะไร ๆ ๆ ก็ต้องเป็นประชาธิปไตยหรือครับ........?

 

• ผู้แสดงความคิดเห็น นร. วันที่ตอบ 2011-08-04 09:49:21

 

 

ความเห็นที่ 11 (3303255)

ก็ต้องอย่างนั้นสิครับ คุณหนู

 

ยังมีสิ่งที่จะต้องเข้าใจประชาธิปไตย อย่างกว้างขวาง........นั่นคือ พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ต้องต่อสู้กันอย่างเป็นประชาธิปไตย ทั้ง 2 ฝ่าย หรือทุก ๆ ฝ่าย ต้องต่อสู้อย่างเป็นประชาธิปไตย

 

ที่ผ่านมา พรรครัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นอมาตยาธิปไตยเผด็จการ ต่อสู้แบบเผด็จการ ไม่ได้ต่อสู้แบบประชาธิปไตย ................... ก็เลย***มโหด มีการล้อมฆ่าประชาชน นั่นแหละครับ เพราะใช้วิธีการประชาธิปไตยไม่เป็น ....... แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็นประชาธิปไตย การฆ่าประชาชนเช่นนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มี ....... และการเลือกตั้งจะไม่เนิ่นช้ามาถึงต้นปีนี้ .........หากนายอภิสิทธิ์....พรรคประชาธิปัตย์ และทหาร เข้าใจประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยก็จะไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ

 

 

ในวันนี้เป็นต้นไป ทุก ๆ สถาบันจึงต้องเป็นประชาธิปไตย ......... และเมื่อเป็นประชาธิปไตยกันแล้ว ก็เกิดความนิ่งสงบสุขของแผ่นดินขึ้นได้ เพราะถึงมีการต่อสู้กันก็ต่อสู้อย่างเป็นประชาธิปไตย .. และถึงมีผู้ชนะ และมีผู้แพ้ ในการต่อสู้ แต่ก็ไม่มีใครเสียชีวิต และไม่เสียประโยชน์อะไร ทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ ต่างก็ได้ประโยชน์เท่า ๆ กัน ความแตกแยกในความเป็นฝ่ายชนะ หรือฝ่ายที่แพ้ ก็ไม่มี เพราะเมื่อทุกฝ่ายเป็นประชาธิปไตยก็จะซาบซึ้งดีในหลักการที่ว่า mojority rule minority right คือฝ่ายที่แพ้ก็แพ้เพียงการเลือกตั้ง ไม่มีโทษอะไรที่จะมาแก้แค้นเหมือนในระบอบราชาธิราชเก่าก่อน แต่ก็ยังมีชีวิตไปได้เหมือนเดิม มีสิทธิ์ทุกอย่างในการรับผลของนโยบายของฝ่ายที่ชนะเท่าเทียมกับฝ่ายที่ชนะ ได้อะไร ๆ เท่าเทียมกันทั้งหมดทั้งแผ่นดิน ไม่เดือดร้อนอะไรจากการพ่ายแพ้ แท้ที่จริง...........หากเราเข้าใจว่าไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ในระบอบประชาธิปไตย มีแต่ผู้ชนะด้วยกันทั้งหมด ....... นั่นแหละเริ่มเป็นประชาธิปไตยแล้ว 

• ผู้แสดงความคิดเห็น บัวระย้า ชะบาบุญเสฏฐ์ วันที่ตอบ 2011-08-04 21:31:33

 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น   ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ 

             10 ก.ย.2562 09.20 น. 

 

 

ความคิดเห็นที่ 18

คนยังไม่ค่อยเข้าใจประชาธิปไตยแม้กระทั่งเป็นถึงศาสตราจารย์  อยู่ในวงการศึกษามาเป็นศาสตราจารย์ ยังไ-ม่เข้าใจประชาธิปไตยเลย   ยังมองว่าประชาธิปไตยอเมริกัน  ยุโรป  จีน  ญี่ปุ่น ....เมืองไทยด้อยพัฒนาการเมืองขนาดไหน อะไรจะขนาดนี้ ?มันถึงขัดแย้งกันไปแบบไร้ความเข้าใจพื้นฐานท่ี่แท้จริงว่าประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ? 

 

17:38 พยับ ปัญญาธโร ข้อเขียนของ เขียน ธีระวิทย์ (ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์) บอกอะไรหลายอย่าง ..บอกเรื่อง ประชาธิปไตย ในไทย ...บอกแม้เรื่องของท่านเอง ผู้เขียนประวัติตนเองมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ มาถึงวันนี้ที่ท่านผ่านชีวิตการศึกษามาอย่างสูงสุด ผ่านงานศาสตราจารย์ มา....

2019.03.21 วันพฤหัสบดี
04:11 พยับ ปัญญาธโร ถ้าเห็นด้วย โปรดส่งต่อให้มากๆ
ประชาธิปไตยที่เราลอกเลียนแบบมาจากตะวันตกจะกลายเป็นอดีตแล้ว
ในตะวันออก มีชาติใดบ้างที่ใช้
ประชาธิปไตยได้อย่างขาวสะอาด
นอกจากญี่ปุ่น จีนรุ่งเรืองขึ้นมาจน
ตะวันตกกลัวจนอุจาระขึ้นสมอง 
ก็ใช้ประชาธิปไตยแบบ 1/3 หรือ 1/4
ใบเท่านั้นมาปกครองประเทศ

 

 

 

                        

                                                          

   

 

   

 

   

 

   

 

   

 

 

 

 

 

 

 

แสดงว่า (ศ.ดร.เขียน ธีระวิทย์) ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย...ยิ่งไปเข้าใจว่าจีนเป็นประชาธิปไตย ยิ่งเข้าใจผิดไปอีก..... ประชาธิปไตยเป็นเรื่องการเมือง......สิ่งที่เป็นธรรมนั้นก็คือ อำนาจการเมืองนั้น ไม่ควรเป็นของคน ๆ เดียวไปตลอดชีวิตและสืบทอดไปสู่สกุลไปอย่างไม่หยุดยั้ง .ต้องเอามาแบ่งปันกัน.... ซึ่งก็คือระบบกษัตริย์ หรือราชาธิราชมาแต่เดิม นั่นเอง ..ซึ่งสืบทอดมาอย่างยาวนานเป็นศตวรรษ ...อย่างไทยเรา ก็มีกษัตริย์สืบราชวงษ์มาตลอด มาสิ้นสุดลงในรัชกาลที่ 7 ....จากนั้นมาแหละ อำนาจการเมืองไทยจึงหลุดลงมาจากระบอบกษัตริย์ .....(เดิมคำพูดของกษัตริย์คือกฎหมาย สั่งประหาร 7 ชั่วโคตร ก็ต้องทำ ...ซึ่งเรามองว่าไม่เป็นธรรม กฎหมายต้องสร้างจากประชาชน ประชาชนคือกฎหมาย จึงจะเป็นธรรม) โดยคณะบุคคลที่ยึดอำนาจมากจากกษัตริย์มองว่า อำนาจการเมืองนั้นไม่ควรเป็นของคนๆเดียวนั่นเอง และก็หวังกันว่า เป็นของประชาชน .....แต่ประชาชนไทยและประชาชนทั่วโลก เป็นประชาชนที่มีวัฒนธรรมทาสกันมาเนิ่นนาน การเมืองใหม่ ที่อำนาจเป็นของประชาชน..ต้องการประชาชนที่เป็น เสรีชน .....คนทั้งโลก คนไทยเรา ยากในเรื่องนี้แหละคือ ความเป็นเสรีชน ซึ่งหมายถึงมีความสามารถในการพึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ... ไม่คอยไปพึ่งนาย ไม่คอยไปพึ่งกษัตริย์ เหมือนเดิม .......ตะวันออกกลาง ยิ่งแย่กว่าเรา.....เพราะเป็นประเทศทาสจริง ๆ คือทุกคนเป็นทาสของพระเจ้าอัลเลาะห์ การเมืองไม่มี มีแต่ทำตามคำสั่งพระเจ้าอัลเลาะห์....แล้วต่อมามีคนที่รักเสรีภาพเป็นเสรีชนจึงคิดได้ คิดว่าแบบนั้นไม่เป็นธรรม อำนาจควรเป็นของประชาชน จึงได้ต่อสู้เพื่อเอาอำนาจมาให้ประชาชนคนละ 1 อำนาจ(1เสียง).....แต่ประชาชนนั้น เป็นประชาชนในระบบทาสมานาน จึงยังไม่คิดพึ่งตนเอง คิดพึ่งพระเจ้าต่อไป ..คิดพึ่งนาย...เจ้าขุนมูลนาย...นายจ้าง...ต่อไป จึงเกิดเป็นฝ่าย ๆ ขึ้น และแรงถึงขั้นรบกัน กลายเป็นสงครามกลางเมืองไป ...ก็เลยคล้าย ๆ กับไทย ยังมีปัญหาในประเด็น ความเป็นเสรีชน นั้นยังไม่บังเกิดขึ้น ยังอยู่ในฐานะทาสกันอยู่......ทาสในที่นี้ หมายถึงทาสทางการเมืองด้วยทางเศรษฐกิจด้วย แต่ที่ยิ่งกว่าคือทาสทางเศรษฐกิจ ..... เรื่องนี้แม้นักการเมืองเองก็ยังไม่เข้าใจ นโยบายที่จะสร้างประชาธิปไตยนั้นก็คือ นโยบาย ไม่ให้มีคนจนในประเทศไทย นั่นเอง (ทักษิณ ชินวัตร คิดทำมาและคิดว่ากำลังขจัดฐานะคนจนในประเทศไทยไปได้ภายใน 6 ปี...ก็จะทำให้ไม่มีทาสทางเศรษฐกิจ ..เวลาไปเลือกตั้งก็เลือกได้ด้วยตนเอง..และ ไม่มีการขายเสียง ขายอำนาจตนเองเพราะการตกต่ำทางเศรษฐกิจนั่นเอง)....นี่แหละ การประชาธิปไตยจึงไม่ใช่พอเขียนรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะเป็นได้ทันที (หมายความว่าเราจะให้เป็นประชาธิปไตยได้ 100%ทันทีนั้นมันทำไม่ได้) นั่นเป็นความเข้าใจผิดของคนในประเทศนี้มานานเลยทีเดียว....เป็นสิ่งที่จะต้องค่อย ๆ สร้างไป ค่อย ๆฝึกไป เช่นฝึกระดับท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. ...เทศบาล.. ไม่ใช่ว่าเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแล้วจะเป็นประชาธิปไตยได้ทันที ....แต่ที่ควรต้องเข้าใจเบื้องต้น ก็คืออย่างนี้แหละอย่างที่ว่ามา อำนาจต้องเป็นของประชาชน อันเนื่องจากความเป็นธรรมทางการเมืองทางการปกครอง หรือ ธรรมะทางการเมือง มันบอกไว้อย่างนี้....ไปดูความไม่เป็นธรรมทางการเมืองก่อนนี้ยิ่งเห็นชัดเจน...ก่อนระบบกษัตริย์ ก็คือระบบศาสนาเทพเจ้านั่นเอง คริสต์นั้นเดิมปกครองโดยวาติกันสันตปาปาเป็นผู้มีอำนาจสั่งการกษัตริย์และประชาชน...คำสั่งสันตปาปาคือกฎหมาย .....แม้กษัตริย์เองยุคนั้นก็ต้องฟังคำสั่งสันตปาปา เพราะนั่นคือคำสั่งของพระเจ้ายะโฮวา สั่งผ่านสันตปาปาไปยังกษัตริย์...นั่นเป็นพวกคริสต์ พวกอิสลามฟังคำสั่งพระเจ้าอัลเลาะห์ ....คำสั่งพระเจ้าคือกฎหมาย ...จึงสั่งกษัตริย์รวมทัพไปรบได้ ในสงครามครูเสดนั่นเอง กษัตริย์ยุโรป คนยุโรปยุคนั้นล้วนนับถือคริสต์ จึงทำตาม และเกิดสงครามครูเสดขึ้น 300 ปี ทางอีกฝ่ายหนึ่งอิสลามก็มีคำสั่งจากพระเจ้าอัลเลาะห์...อิสลามนั่นเอง...ก็สั่งกษัตริย์ได้เช่นกัน จึงเกิดสงครามบนโลก ซึ่งเป็นสงครามที่มาจากความอาฆาตแค้นพยาบาทกันชนิดที่ไม่มีสงครามมนุษย์เทียบเท่าได้ สงครามศาสนากลายเป็นสิ่งที่โหดเหี้ยมไปได้ขนาดนี้.....นั่นก็คิดกันได้ว่า เพราะการเมืองไม่เป็นธรรม คนๆ เดียวหรือพวกเดียว...หรือสันตปาปา หรือพวกมุสลิมไม่ควรมีอำนาจการเมือง สั่งคนไปรบไปฆ่าฟันกันตายถึง 7 ล้านคนเช่นนี้ ฉะนั้นคนยุโรปอเมริกา ซึ่งได้เข้าใจเรื่องนี้ก่อนคนในภาคอื่นของโลก จึงเริ่มการปฏิวัติการเมือง มาเป็นระบบอำนาจเป็นของประชาชน เสรีชน มีสิทธิที่จะปกครองตนเองได้ และคนอเมริกัน ยุโรป เขาก็มีความสามารถและเป็นเสรีชนได้อย่างเก่ง ....เช่นหลังจากที่ได้พบว่าเรื่องราวในคัมภีร์ ไบเบิล และ อัลกูรอาน (เช่นเรื่องพระเจ้าสร้างโลกขึ้นใช้เวลา 7 วันเท่านั้นเองและเป็นโลกแบนหากล่องเรือไปสุดขอบโลกจะตกลงไปตาย) เป็นเรื่องโกหก เขาก็กล้าเดินทางไปรอบโลก ไปถึงอินเดีย ก็เอาอินเดียเป็นเมืองขึ้นได้ง่าย ๆ กอบโกยสมบัติไปโปร์ตุเกต สวีเดน อังกฤษ ยุโรป อเมริกากัน จากยุคอาณานิคม ....เขาปกครองโลกได้ทั้งโลก เนื่องจากความเป็นเสรีชนสูงนั่นเอง(หมายความว่าคนแต่ละคนเขาเก่งกันทุก ๆ คน มี ร้อยล้านคนเก่งกันทั้งร้อยล้านคน) .... แต่อินเดีย ตะวันออกกลาง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดเนเซีย เป็นประชาชนทาส (มีร้อยล้านคนก็โง่ทั้งร้อยล้านคน) เลยแพ้เสรีชนไปอย่างง่ายๆ ตกเป็นเมืองขึ้น สวีเดน ปอรตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา ครองโลก ...และในทางการเมือง พวกประชาชนเขาก็ไม่ยอมให้ใครมีอำนาจสั่งการเขาได้อีก เขาจึงสร้างระบบอำนาจการเมืองเป็นของประชาชนขึ้นมาได้เพราะประชาชนเขาแต่ละคนเก่ง ฉลาด มีเศรษฐกิจดี รู้จักคิด ส่วนสันตปาปาและกษัตริย์ เขาก็จัดการให้เป็นสถาบันที่อยู่ใต้การปกครองของประชาชน หรือ อยู่ใต้กฎหมายมาจนถึงเวลานี้ ประชาธิปไตยเขาจึงเจริญ ส่วนไทยเราต้องสร้างไปอีกหลายระบบโดยเฉพาะระบบอารยธรรมประชาธิปไตย อันเป็นระบบวัฒนธรรมที่เราต้องสร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ........การเลือกตั้ง 24มี.ค.2562 นี่เอง ที่คนไทยเราจะได้ศึกษาประชาธิปไตยกันให้ถูกต้อง และต้องเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า อารยธรรมประชาธิปไตย ซึ่งก็คือวัฒนธรรมการเมืองประชาธิปไตย ที่มาจากหลักพุทธศาสนาล้วน ๆ เลย...ที่ต้องเข้าใจ ต้องศึกษาว่ามันไปเกี่ยวข้องอย่างจำเป็นที่สุดอย่างไรต่อระบอบประชาธิปไตย และปฏิบัติไปให้ได้ อย่างที่ประเทศประชาธิปไตยที่เจริญอย่างอังกฤษ อเมริกา เขาทำไป ประชาธิปไตยไทยจึงจะเจริญไปได้ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนยุคใหม่อย่างสูงยิ่ง ..

 

 

 

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น   สุไหงปาดี ชินะกุล - ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

 

           22 มี.ค.2562   23.45 น.

 

 

 

ความคิดเห็นที่ 19 

............สังคมประเทศที่ด้อยอารยธรรมไปสุด ๆ...ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแบบที่ไม่รู้เลยว่า ประชาธิปไตย คืออะไร  86 ปีที่ผ่านมาจึงสร้างประชาธิปไตยขึ้นไม่ได้ วนไปวนมากับความคิดอ่านที่ด้อยต้อยต่ำไปสุด ๆ (เหมือนภาพที่เอามาประกอบไม่ผิดเลย....ภาพของเข้า  ของขึ้น.....หลงลืมสติไปสุด ๆ)....ดร.ฆิกเมฆ.....

 

 

 

นั่นแหละเขาเป็นประชาธิปไตย...และเขาเขียนกติกาออกมาเป็นประชาธิปไตย แต่ไทยเรา แม้คนเขียนรัฐธรรมนูญ2560ก็ยังไม่รู้จักประชาธิปไตยเลย ที่บอกชัดเจนก็คือ เขาจะให้รู้ในทันทีที่เสร็จเลือกตั้งแล้วนับคะแนนเสียงเสร็จ ก็รู้ทันทีว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ...หรือประธานาธิบดี รวมทั้ง สส. สว.เขารู้พร้อมกันหมด .......คือรู้ในวันที่เลือกตั้งเสร็จนั่นเอง ไม่ว่าอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน คานาดา ...แม้อินโดเนเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย แม้ พม่า กับ เขมรประชาธิปไตย เขาก็รู้ทันทีหลังนับคะแนนเสร็จ.......ทำไม? นี่แหละที่คนไทยไม่รู้เหตุผล (ครู อาจารย์ แม้กระทั่งศาสตราจารย์ที่สอนการเมืองในมหาวิทยาลัย ก็ไม่รู้ แม้กระทั่งนายมีชัย ฤชุพันธ์ ศาสตราจารย์ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาตลอด ก็ไม่รู้ .....คนด้อยอารยธรรมของประเทศด้อยพัฒนาของประเทศนี้ไม่รู้เหตุผล ว่าทำไมจึงต้องเขียนกติกาออกมา ให้รู้ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีทันทีที

่นับคะแนนเสียงจบ (คือในวันหนึ่งวันเดียวเท่านั้นเอง 

 

ไม่ต้องไปถึงสัปดาห์ ถึงเดือนอย่างไทยวันนี้ คราวนี้) .....แต่ในกรณีรธน.2560นี้ เขาทำแบบลับ ๆ จริง ๆ ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าจะออกมาแบบนี้ 
แต่ ครั้นเมื่อร่างเสร็จ เขาเอาไปให้ประชาชนทั้งประเทศลงเสียงรับรอ
ง ทั้งประเทศ ทุกจังหวัดจัดให้ประชาชนมาออกเสียงว่าจะรับหรือไม่รับรธน.2560นี้ ซึ่งผลออกมาว่า รับ ร่วมสิบล้านคนทั่วประเทศ ......คนทั้งประเทศออกมายอมรับกติกาการเมือง ตามรัฐธรรมนูย2560 ที่เราใช้อยู่ขณะนี้ ...ซึ่งหมายความว่า รับกติกาที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ2560นั้นเอง.....แม้ว่าเรามารู้ทีหลังว่า ไม่เป็นธรรม เราก็ต้องยอมรับไปก่อน เพราะเราเองออกเสียงรับกันไปแล้ว(อย่างโง่ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ก็ตาม)....เหมือนกติกามวยเลยละ และการที่ผ่านการรับของประชาชนทั้งประเทศมาแล้วนี้ จึงเท่ากับว่า กติกาการเมืองไทยคราวนี้ จะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ2560(คือ ต้องมีสว.มาจาก คสช. 250 คนไปร่วมออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย เป็นต้น...และเขาก็ยังเอา popular vote มานับได้ด้วย...คือ พรรคประยุทธได้ 8ล้าน พรรคเพื่อไทยได้ 7 ล้าน นี้ก็อ้างได้ไง ว่าพรรคประยุทธชนะเสียงข้างมากแม้ว่า สส.เพื่อไทยได้มากกว่าก็ตาม) ....ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่า....

 

 


.และนอกจากหลักการการเมืองแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามหลักการปกครองด้วย ...อันเนื่องมาจากคนไทย...นักวิชาการไทย ไม่เข้าใจประชาธิปไตยนั่นเอง ....นี่แหละ จึงเป็นเรื่องสำคัญของคนไทยที่จะต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริงกันและต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนในทางการเมือง ในฐานะผู้ปกครองประเทศเท่ากันคนละ1เสียงเสมอกัน ....................และยอมรับกันอย่างหน้าชื่นตาบานไปเลยว่า ผลการเลือกตั้งคราวนี้ มันออกมาตามกติกาทั้งหมดนั้นแหละ ไม่ผิดกติกาเลย ...เพียงแต่กติกามันไม่ถูกหลักการประชาธิปไตยเต็มตัวเท่านั้น มันเป็นความผิดของเราเอง เพราะความโง่เง่าเต่าตุ่นของเราเอง ที่ไม่ตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญ 2560 หรือตรวจสอบแต่อ่านไม่เข้าใจเพราะสมองด้อยๆๆๆ .นี่แหละผ่านไปแล้ว มวยชกตามกติกาที่ออกมาแล้ว ผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับสิ เรายอมรับจะถูกต้องกว่า ..เมื่อออกมาแล้วก็อย่าได้คิดเอาการปลุกระดมคนออกมาท้องถนนจะปฏิวัติด้วยพลังประชาชน...ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้...เพราะมันก็จะซ้ำกับที่เคยทำมา 86ปี มันทำไม่สำเร็จ ...แต่ที่จะเป็นไปได้มีทางนี้ทางเดียวคือ ค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยกฎที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ2560 นั่นเอง จึงจะเป็นไปอย่างสงบ และที่สำคัญอย่ามองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูคู่อาฆาต อย่างเด็ดขาด ต้องอยู่ในกฎประชาธิปไตยใช้วิญญาณประชาธิปไตย คือ Liberty Equality Fraternity จึงจะสงบไม่ทำให้คนไทยเกลียดชังกัน มีแต่รักกัน ประชาธิปไตยจึงจะเติบโตไปได้

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์ 

             27 เม.ย. 2562

             14.25 น.

 

 

 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาเรียนรู้ประชาธิปไตยที่นี่ กับดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์

 

 

 

 

 บันทึกเรื่องประชาธิปไตยถ่อย เถื่อน ในประเทศด้อยพัฒนา

 

 

เฝ้าดูวัฒนธรรมโลกจากจอแก้ว รวบรวมมาจากหนังสือพิมพ์ดี  54 เล่ม

 


จากเฟสบุ๊ค Phayap Panyatharo - My temple
ศาสนาทุกศาสนาสอนเรื่องเดียวกันหรือเปล่า?? แนวคิดจากวันออกพรรษา วันเทโวโรหนะ พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์


More...
ศึกษาจากแนวคิดบทวิเคราะห์พร้อมหลักวิชาการรอบด้านและบทสรุปที่แจ่มแจ้ง


More...
จิตวิทยาการรบ สมมติฐานใหม่
icon

สมมติฐานเพื่อรอพิศูจน์ความจริง  ในกรณีการล้อมเข่นฆ่าประชาชน 91 ศพ เมื่อ 19 พ.ค. 2553   สรุป   ประชาชนมาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างบริสุทธิใจ  และไม่เคยคิดว่าจะได้พบการล้อมปราบปรามขนาดเอาชีวิตอย่างไร้ความปรานีตามคติปกครองของไทยเช่นนั้น


More...
dot
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
นี่คือเวบไซต์คู่แฝด, http:\\www.newworldbelieve.net, http:\\www.newworldbelieve.com รวมผลงานการวิจัยรอบด้านทุกสาขาวิชาทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม, โดยเฉพาะเรื่อง ศาสนาใหญ่ ๆ ของโลก, มีการบันทึกข้อมูลทางการพิศูจน์ ทดสอบ วิจัยการศึกษาโลกลี้ลับ, รวมทั้งไสยศาสตร์ และ ศาสนาสากล, งานวิจัยสังคม การเมืองและวัฒนธรรมไทย-สากลและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ยาวนานกว่า 14 ปี, แสดงไว้ในเวบไซต์แฝดคู่นี้. เกี่ยวกับประชาธิปไตย, เรากำลังเพ่งเล็งว่าเป็นประเด็นสำคัญยิ่งของประเทศไทยขณะนี้, เพราะโดยยุคสมัย, ไทยไม่อาจจะย้อนกลับคืนไปสู่เผด็จการได้อีก, แม้ว่าจะมีพรรคการเมืองเก่าแก่......พรรคหนึ่งจะพยายามต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของระบอบอดีตเผด็จการ นำการเมืองไทยหวลกลับสู่ระบอบทึ่น่ารังเกียจคือ โบราณาอามาตยาธิปไตย (ซึ่งเป็นระบอบเผด็จการ ของการปกครองมาแต่ดั้งเดิมนั่นเอง) ซึ่งไม่สามารถจะส่งผลสำเร็จอะไรเกิดขึ้นได้เลย, ก็จะเป็นการหลงผิด เพราะผลที่จะเกิดขึ้น จะเป็นเพียงพร่าเวลาที่มีค่าไปอย่างน่าเสียดาย, เหลวไหลไร้ประโยชน์, มีแต่จะสร้างความเสื่อม, เลวทราม, สร้างความบอบช้ำแก่ประชาชนและประเทศต่อไปอีก, และก็ไม่อาจจะเดินหน้าไปได้ตามระบอบเดิม, ไปได้ก็ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วเดินต่อไปไม่ได้, ต้องหมุนกลับสู่เส้นทางสากลประชาธิปไตยจนได้เท่านั้น, คนไทยทุกชนชั้นทุกหมู่เหล่าการอาชีพ ทุกฐานะความเป็นอยู่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง (คือเรียนรู้ตัวเอง ว่าแท้จริงคนมีเสรีภาพ ไม่ใช่ทาส), เพราะเราอยู่ในโลกยุคใหม่, ต้องสร้าง, ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตยนี้แก้ปัญหาการเมืองของประเทศ, แก้ทุกปัญหา ทั้งเศรษฐกิจและสังคม แม้การวัฒนธรรม ก็ต้องสร้างขึ้นใหม่ในฐานะ วัฒนธรรมประชาธิปไตยให้ได้, จึงจะสามารถนำประเทศไปสู่เกียรติและฐานะสากลของคำว่าชาติ หรือ ประเทศไทยได้เท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ และล้ำหน้าประเทศที่ใช้ระบอบเผด็จการโบราณเดิมไปได้, และนั้นเป็นวิถีทางเดียวที่นำไปสู่ชัยชนะ ทางเดียวเท่านั้น และเวบไซต์แฝดคู่นี้พยายามชี้แสงสว่าง เปิดดวงตาของประชาชน ให้มองเห็นเส้นทางที่ถูกต้อง เป้าหมายและวิธีการที่ถูกต้องของการศาสนาวัฒนธรรมส่วนที่เป็นสาระสำคัญควบคู่ไปกับประชาธิปไตยที่แท้จริง และที่สำคัญ เวบไซต์ทั้ง .net และ .com คู่นี้ จะนำคนทั้งหลายในโลก ไปสู่ ศาสนาใหม่แห่งโลกใหม่ (newworldbelieve)โดยมีการเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับวิถีทางความคิด และ การเมือง แบบประชาธิปไตย นี้เอง. *** (16 ส.ค.2561) • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 16 ส.ค.2561 เวลา 13.35 น.