ReadyPlanet.com
dot dot
bulletBUDDHISM to the NEW WORLD ERA
bullet1.Thai-ไทย
bullet2.English-อังกฤษ
bullet3.China-จีน
bullet4.Hindi-อินเดีย
bullet5.Russia-รัสเซีย
bullet6.Arab-อาหรับ
bullet7.Indonesia-อินโดนีเซีย
bullet8.Japan-ญี่ปุ่น
bullet9.Italy-อิตาลี
bullet10.France-ฝรั่งเศส
bullet11.Germany-เยอรมัน
bullet12.Africa-อาฟริกา
bullet13.Azerbaijan-อาเซอร์ไบจัน
bullet14.Bosnian-บอสเนีย
bullet15.Cambodia-เขมร
bullet16.Finland-ฟินแลนด์
bullet17.Greek-กรีก
bullet18.Hebrew-ฮีบรู
bullet19.Hungary-ฮังการี
bullet20.Iceland-ไอซ์แลนด์
bullet21.Ireland-ไอร์แลนด์
bullet22.Java-ชวา
bullet23.Korea-เกาหลี
bullet24.Latin-ละติน
bullet25.Loa-ลาว
bullet26.Luxemberg-ลักเซมเบิร์ก
bullet27.Malaysia-มาเลย์
bullet28.Mongolia-มองโกเลีย
bullet29.Nepal-เนปาล
bullet30.Norway-นอรเวย์
bullet31.persian-เปอร์เซีย
bullet32.โปแลนด์-Poland
bullet33.Portugal- โปตุเกตุ
bullet34.Romania-โรมาเนีย
bullet35.Serbian-เซอร์เบีย
bullet36.Spain-สเปน
bullet37.Srilanga-สิงหล,ศรีลังกา
bullet38.Sweden-สวีเดน
bullet39.Tamil-ทมิฬ
bullet40.Turkey-ตุรกี
bullet41.Ukrain-ยูเครน
bullet42.Uzbekistan-อุสเบกิสถาน
bullet43.Vietnam-เวียดนาม
bullet44.Mynma-พม่า
bullet45.Galicia กาลิเซียน
bullet46.Kazakh คาซัค
bullet47.Kurdish เคิร์ด
bullet48. Croatian โครเอเซีย
bullet49.Czech เช็ก
bullet50.Samoa ซามัว
bullet51.Nederlands ดัตช์
bullet52 Turkmen เติร์กเมน
bullet53.PunJabi ปัญจาบ
bullet54.Hmong ม้ง
bullet55.Macedonian มาซิโดเนีย
bullet56.Malagasy มาลากาซี
bullet57.Latvian ลัตเวีย
bullet58.Lithuanian ลิทัวเนีย
bullet59.Wales เวลล์
bullet60.Sloveniana สโลวัค
bullet61.Sindhi สินธี
bullet62.Estonia เอสโทเนีย
bullet63. Hawaiian ฮาวาย
bullet64.Philippines ฟิลิปปินส์
bullet65.Gongni-กงกนี
bullet66.Guarani-กวารานี
bullet67.Kanada-กันนาดา
bullet68.Gaelic Scots-เกลิกสกอต
bullet69.Crio-คริโอ
bullet70.Corsica-คอร์สิกา
bullet71.คาตาลัน
bullet72.Kinya Rwanda-คินยารวันดา
bullet73.Kirkish-คีร์กิช
bullet74.Gujarat-คุชราด
bullet75.Quesua-เคซัว
bullet76.Kurdish Kurmansi)-เคิร์ด(กุรมันซี)
bullet77.Kosa-โคซา
bullet78.Georgia-จอร์เจีย
bullet79.Chinese(Simplified)-จีน(ตัวย่อ)
bullet80.Chicheva-ชิเชวา
bullet81.Sona-โซนา
bullet82.Tsonga-ซองกา
bullet83.Cebuano-ซีบัวโน
bullet84.Shunda-ชุนดา
bullet85.Zulu-ซูลู
bullet85.Zulu-ซูลู
bullet86.Sesotho-เซโซโท
bullet87.NorthernSaizotho-ไซโซโทเหนือ
bullet88.Somali-โซมาลี
bullet89.History-ประวัติศาสตร์
bullet90.Divehi-ดิเวฮิ
bullet91.Denmark-เดนมาร์ก
bullet92.Dogry-โดกรี
bullet93.Telugu-เตลูกู
bullet94.bis-ทวิ
bullet95.Tajik-ทาจิก
bullet96.Tatar-ทาทาร์
bullet97.Tigrinya-ทีกรินยา
bullet98.check-เชค
bullet99.Mambara-มัมบารา
bullet100.Bulgaria-บัลแกเรีย
bullet101.Basque-บาสก์
bullet102.Bengal-เบงกอล
bullet103.Belarus-เบลารุส
bullet104.Pashto-พาชตู
bullet105.Fritian-ฟริเชียน
bullet106.Bhojpuri-โภชปุรี
bullet107.Manipur(Manifuri)-มณีปุระ(มณิฟูรี)
bullet108.Maltese-มัลทีส
bullet109.Marathi-มาราฐี
bullet110.Malayalum-มาลายาลัม
bullet111.Micho-มิโช
bullet112.Maori-เมารี
bullet113.Maithili-ไมถิลี
bullet114.Yidsdish-ยิดดิช
bullet115.Euroba-ยูโรบา
bullet116.Lingala-ลิงกาลา
bullet117.Lukanda-ลูกันดา
bullet118.Slovenia-สโลวีเนีย
bullet119.Swahili-สวาฮิลี
bullet120.Sanskrit-สันสกฤต
bullet121.history107-history107
bullet122.Amharic-อัมฮาริก
bullet123.Assam-อัสสัม
bullet124.Armenia-อาร์เมเนีย
bullet125.Igbo-อิกโบ
bullet126.History115-ประวัติ 115
bullet127.history117-ประวัติ117
bullet128.Ilogano-อีโลกาโน
bullet129.Eve-อีเว
bullet130.Uighur-อุยกูร์
bullet131.Uradu-อูรดู
bullet132.Esperanto-เอสเปอแรนโต
bullet133.Albania-แอลเบเนีย
bullet134.Odia(Oriya)-โอเดีย(โอริยา)
bullet135.Oromo-โอโรโม
bullet136.Omara-โอมารา
bullet137.Huasha-ฮัวซา
bullet138.Haitian Creole-เฮติครีโอล
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ
bulletสารบาญโหราศาสตร์
bulletหลักโหราศาสตร์ว่าด้วยดวงกำเนิดและดวงฤกษ์รวมคำตอบคลี่คลายปัญหาข้อข้องใจเกี่ยวกับการทำนายชะตาชีวิต
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletประชาธิปไตยเท่านั้น1
bulletประชาธิปไตยเท่านั้น 11
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bullet54.Hmong ม้ง
bullet133.แอลเบเนีย
bullet133.แอลเบเนีย
bulletหน้าที่เก็บไว้




วิวาทะ 96. ทฤษฎีสมาธิฝ่ายแพทย์พบทฤษฎีสมาธิฝ่ายพระนักปฏิบัติ 9 เทคนิก

 

 

9 เทคนิคเพื่อดูแลสมองให้ชาญฉลาด

 


พร้อมคำวิจารณ์เปรียบเทียงการปฏิบัติสมาธิชันสูงของพระฝ่ายปฏิบัติ สายอาณาปานะสติ-และวิชาปราณ โดยเฉพาะ

ครู อาจารย์ที่พาฝึกสมาธิกรรมฐานใดใด น่าจะให้ความสนใจเรื่องที่หมอ-แพทย์ ท่านแนะนำมานี้นะครับ  เรื่อง 9 เทคนิคเพื่อดูแลสมองให้ชาญฉลาด  ไม่ควรพลาดเลย หากรู้คุณค่าของการฝึกสมาธิแล้ว นี่แหละสุดยอดของวิธีการฝึกเลย และคำแนะนี้ รวมทั้งผู้รู้ที่วิจารณ์  ก็ล้วนมาจากความรู้และประสบการณ์ของหมอเขา อย่างหายากยิ่งเลยในหมู่นักปฏิบัติหมู่ครูอาจารย์สอนทางธรรมปฏิบัติ จึงไม่ควรพลาดอ่านนะครับ 

@ Phayap Panyatharo  6 มี.ค.2565 10.30 น.

-----

9 เทคนิค เพื่อดูแลสมองให้ชาญฉลาด
6 มีนาคม 2019  

การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

1.  ฝึกหายใจลึกๆ :

สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%

2. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที :

หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้าวันละประมาณ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่นTheta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้าให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)

3.ใส่ความตั้งใจ :

การตั้งใจหรือมีสมาธิในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิดระหว่างวัน สมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน 

4. จิบน้ำบ่อยๆ :

สมองประกอบด้วยน้ำ 85 %  เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้า/คิดไม่ค่อยออกแต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

5. กินไขมันดี :

คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือ ก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลาสารสกัด ใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

6. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ :

ยิ้มหรือหัวเราะบ่อยๆจะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

7. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน :

สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่มากขึ้นจะทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

8. ให้อภัยตัวเองทุกวัน :

ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

9. เขียนบันทึก :

ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์  >>>

-----

ความคิดเห็น

เรื่องราวที่เกี่ยวกับคนยุคใหม่ หมอยุคใหม่  ที่ทำการศึกษาโดยหวังผลประโยชน์ด้านสุขภาพ ทั้งทางกายและทางใจ  ก็ได้ปรากฎว่า การศึกษาด้านนี้  ได้ไปพบกับสิ่งที่ทางศาสนาพุทธได้พูดถึงไว้แต่เดิม ๆ แล้ว ....เช่นเรื่องที่ท่าน ANNO เอามาถ่ายทอดให้รับทราบนี้แหละ   มีเทคนิก 9 ข้อ ซึ่งรื่องที่เกี่ยวกับสมาธิ เป็นหลักก็ว่าได้ ดัง 1-2-3-นอกนั้นก็เป็นเรื่องธรรมะ เช่นข้อ 6 ข้อ 8 .....ก็แท้ที่จริง  นี่แหละธรรมะละ ธรรมะภาคปฏิบัติ  ที่นักปฏิบัติธรรมก็ต้องเอาคำแนะนำนี้ไปปฏิบัติเป็นเบื้องต้น เป็นพื้นฐานทางกรรมฐานของนักปฏิบัติ.....ใช่ไหมล่ะครับ?

แต่  ทีนี้  ที่น่าวิเคราะห์ดูก็คือ   หมอเขาไปค้นพบมาได้อย่างไร จึงให้เทคนิกในข้อ 1 ว่า    

ฝึกหายใจลึกๆ :สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%

ซึ่งมันเป็นหลักวิชาสมาธิของพระนักปฏิบัติอยู่แล้ว  ......แต่หมอรู้ไปไกลกว่า ที่ว่า มันไปเกี่ยวกับอ๊อกซีเยน  เกี่ยวกับปอด  เกี่ยวกับอวัยวะภายใน ที่ดูได้ถึงความสัมพันธ์กับลมหายใจเข้าไป  ซึ่งสมัยพระพุทธเจ้า ไม่มีใครรู้หรอก  ....ยิ่งหมอยุคนี้รู้ไปถึง โปรแกรมสมอง  ไปอีก  แล้วก็นับว่ายอดเยี่ยมเลย....เพราะอะไร ๆ  ก็ดูเหมือนว่ามันเคลื่อนไหวไปตามโปรแกรมของมัน

ก็อยากมาสรุปให้ทราบก็เรื่องการหายใจนี่แหละ   ที่ให้ฝึกหายใจลึก ๆ  ที่ทางหมอเขาค้นพบมานี้  ทางการปฏิบัติสมาธิ  ก็ให้ฝึกอย่างนี้แหละ  .....โดยให้เข้าใจกันก่อนว่า  เดิมคนเราไม่เคยรู้เลยว่าเราหายใจเข้า แล้วมันเข้าจริงหรือเปล่า(เพราะไม่เคยมองดูลมหายใจตนเอง)? ...ในการฝึกสมาธิ ก็ให้มองให้เห็นลมหายใจ ที่เข้าไปทางจมูก

ให้เห็นให้ได้ว่ามันเป็นลำหรือเป็นสายเข้าไป.......จึงจะสำเร็จ....แล้วก็จะพบว่า  คนเรานี้   หายใจเข้าไป  ลมไปถึงแค่โพรงจมูก  ก็หมุนกลับออกมา  เข้า-ออกอยู่แค่นี้     นี่แหละ  มันตื้นไป  ....ตื้นไปแบบที่หมอท่านว่าเลย..... ต้องฝึกหัดให้ลมหายใจเข้าไปลึก ๆ  ....ซึ่งต้องฝึกนะ   จึงเรียกว่าฝึกสมาธิ....เอาว่าขั้นที่ 2 ให้เข้าไปถึงลำคอ ค่อยให้ออกมา....ขั้นที่ 3 เข้าไปถึงอก  ค่อยให้ออกมา  ขั้นที่ 4 ให้เข้าไปถึงสะดือหรือท้องน้อย แล้วค่อยให้ออกมา......และขั้นที่ 5 ขั้นสุดยอด  ไม่ให้ลมออกมา ให้เลยไปออกมาทางขุมขน.....นั่นแหละ สำเร็จวิชาปราณ ละ  ....และก็คงได้อ๊อกซีเยนไปเต็ม ๆ แบบที่หมอท่านว่านะ   

แต่ทางพระพุทธศาสนา ไม่ได้ฝึกสมาธิเพื่อสุขภาพ  แต่ฝึกเพื่อ ใจ   เมื่อเราทำลมยาวลงไป ๆ เรื่อย ๆ ได้   และหยุด   สม่ำเสมอ  ดังที่ อาณาปาณสติสูตรท่านสอนไว้นั่นแหละ   ใจก็จะสงบไปเรื่อย ๆ   และ  เย็นลง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ   แล้ว   จากจุดนี้แหละที่ท่านเรียกว่า ระดับ อัปนาสมาธิ   ก็จะบรรลุมรรคผล......ลองเอาการหายใจดังที่หมอท่านแนะนำไปฝึกนะครับ และให้ยาวลงไปเรื่อย ๆจนถึงระดับที่ 5 ที่บอก  หรือ  เข้าถึง อัปนาสมาธิให้ได้  ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพหรอกครับแต่เป็นเรื่อง มรรคผลนิพพาน เข้าโลกนิพพานไปเลย ไปพบพระอรหันต์และพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้

ก็ต่อไปอีกนิดนะครับ เรื่องลมหายใจนี่แหละ  เมื่อฝึกหายใจลึก ๆ  ลงไป  ได้ถึงระดับที่ 5 ที่ว่ามานั้นแหละสำเร็จวิชาปราณ ลมจะเข้าจะออกทางขุมขนของเรา ... นี่แหละก็จะสามารถอดน้ำได้เกินกำหนดที่หมอเขาว่าไว้  คือหมอเขาว่าอดน้ำได้ไม่เกิน 3 วัน  หากเกินไปอาจเสียชีวิตได้ เพราะร่างกายขาดน้ำ...ได้มีการทดลองแล้ว อดน้ำได้ถึง 7 วัน 7 คืนก็ไม่เป็นไร  นั้นก็เพราะเดินลมหายใจได้ลึก และลมเข้าออกทางขุมขนได้  ลมก็นำเอาความเย็น ซึ่งก็คือน้ำในอากาศนั่นเอง เข้าทางขุมขน โดยเข้าไปแบบซึมซับเข้าไป แทนการกินดื่มเข้าทางปาก ....ก็ดูเหมือนว่า ไม่ได้กินน้ำถึง 7 วันก็ไม่ตาย   แต่นั่นแหละ  น้ำเข้าทางขุมขนแทน  และเมื่อสำเร็จวิชาปราณแล้วจะอดข้าวอดน้ำไปกี่วัน กี่สัปดาห์ กี่เดือนก็ได้ .....นี่แหละเรื่องลมหายใจ ที่ผู้ฝึกหัดเริ่มตามที่หมอท่านบอกคือ หายใจเข้าลึก ๆ   

1.  ฝึกหายใจลึกๆ :สมองใช้ออกชิเจน 20-25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20%

2. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที :หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้าวันละประมาณ 12 นาที  ***** แล้วเมื่อชำนาญแล้ว  ก็มุ่งทางมรรคผลขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  นั้นเป็นเป้าหมายอันสุดประเสริฐของชีวิตแล้ว

ตรงที่ว่า.....  ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่......*****ตรงนี้อยากจะบอกว่า  ในการฝึกสมาธิ  เมื่อเข้าระดับแล้ว...โดยเข้าระดับอุปจาระสมาธิได้แล้ว  และโดยวิธีการฝึกลมหายใจยาวนี้   เมื่อเข้ามาตรฐานมันจะตรงเอง....ร่างกายที่ดูงอ ๆ อยู่แต่เดิม  มันจะตรงของมันขึ้นมาเอง..และมีสง่าราศีขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว ...ครูอาจารย์เขาจะลอบมองตรงนี้เลย  ว่า  เออ   มันยืดตรงขึ้นแล้ว  มันเข้าระดับแล้ว     แต่นั่นแหละ  เวลาฝึกหัด  ก็ฝึกหัดนั่งตรง ๆ ไปเลยแบบที่หมอเขาแนะนำก็แล้วกัน เพื่อว่าเอาอ๊อกซีเยนเข้าไปเยอะ ๆ  ดีกว่านะ.

-----

-----

9 tricks to keep your brain smart

along with criticism comparing the practice of high-level meditation of the monks who practice Anapanasati and Pranayama, especially

Teachers who teach any meditation practice Should pay attention to the matter of the doctor-doctor He suggested here about 9 techniques to take care of the brain to be smart. Don't miss it If you know the value of meditation This is the culmination of how to practice, and this advice, as well as those in the know who commented. are all from the knowledge and experience of his doctor It's extremely rare among practitioners, among teachers teaching the Dharma practice. So you shouldn't miss reading it.

@ Phayap Panyatharo 6 Mar. 2022 10.30

-----

9 techniques to keep your brain smart

March 6, 2019

Having a good brain is like any skill that can be learned. but will be good or not depending on training If we take good care of the brain Quality of life will be good accordingly.

1. Practice deep breathing:

The brain uses 20-25% of the oxygen that enters the body. Practicing deep breathing is a good way to deliver good energy to the brain. Sit with your back straight to allow more oxygen to enter your body. If sitting for a long time You may find time to stand or walk to stretch your lungs to enlarge the lungs. Able to exhale 20% more oxygen into the lungs.

2. Meditate for 12 minutes a day:

after waking up Be mindful and meditate every morning for about 12 minutes a day to allow your brain to enter the phase of Theta waves. This is a super relaxing wave that makes the brain have Mental Imagery, able to visualize and be creative. (If you can't do it in the morning, do it before going to bed every day.)

3. Put your intention :

to concentrate or concentrate on anything It's like programming your brain that this is what happens during the day. The brain will adjust our behavior towards that goal. To succeed in things because the brain does not distinguish between what is actually done and what is imagined. So both are the same thing.

4. Drink water often :

The brain is made up of 85% water. Brain cells are like plants that need water. Without water, plants wither. If you don't want your brain cells to wither which results in slow data transmission Become a person who thinks slowly / doesn't think well each day, so you should drink water often.

5. Eat good fats :

Not many people know that the brain is a fat mass, which needs good fat to replace the worn out part. It is recommended to eat healthy fats during the day. Such as fish oil extract, ginkgo leaf, fatty fish like salmon, soy milk, multivitamins, primrose oil is good oil. that keeps cells hydrated As for vitamin C, it's refreshing to eat.

6. Laugh and smile often :

Smile or laugh often will contain endorphins. which is a message of happiness Ejaculation equals to induce a desire to love and wish for the good of others indefinitely.

7. Learn something new every day :

What's new here means things that happen in everyday life, like eating at a new restaurant, making new friends, reading a new book. Talk to your coworkers and learn how to do their job, for example, because learning more new things causes the brain to release endorphins and dopamine, which are learning substances. Encourages you to keep learning and creating. When you're happy, you can be creative.

8. Forgive yourself every day :

While not forgiving yourself, being angry with others, being angry with yourself, wastes your brain energy. forgive yourself This reduces the burden on the brain.

9. Write a note :

Practice writing thank you things. that happens each day in a journal, such as thank you for having a good family thank you for good health Thank you for having a career that makes you happy, etc., because writing good stories makes the brain think positive. along with the secretion of good chemicals help me sleep well It's easy to wake up to meditate. Be creative >>>

-----

comment

A story about a new era, a new era doctor who studies with the hope of health benefits. both physically and mentally It turns out that education in this field I have found things that the Buddhist religion has mentioned in the past .... such as the story that Mr. ANNO brought to acknowledge this. There are 9 techniques which are related to meditation. Basically, it can be said that 1-2-3-the rest is a matter of Dharma, such as number 6, item 8 .....it's true. This is Dharma practical dharma that dharma practitioners must take this advice into practice as a preliminary It's the foundation of a practitioner's practice.....isn't it?

But now, it's worth analysing. How did the doctor find it? Therefore, the technique in item 1 states that

Practice deep breathing: The brain uses 20-25% of the oxygen that enters the body. Practicing deep breathing is a good way to deliver good energy to the brain. Sit with your back straight to allow more oxygen to enter your body. If sitting for a long time You may find time to stand or walk to stretch your lungs to enlarge the lungs. Able to exhale 20% more oxygen into the lungs.

which is already a meditation practice for monks ......But the doctor knew further that it was about oxygen, about lungs, about internal organs. that can see the relationship with the breath which the Buddha's time Nobody knows ....The more modern doctors know about brain programming, and it's great....because everything seems to move according to its program.

I would like to come to the conclusion that this is the matter of breathing. to practice the deep breathing that the doctor had discovered way of meditation Let's practice like this. .....to understand that Originally, people never knew that we were breathing in. Is it really true (because I've never looked at my own breath)? ...in meditation to see the breath that enters through the nose

to be able to see whether it is a boat or an incoming line.......it will succeed....and then you will find that this person breathes in, the air reaches only the nostrils then turned back out It's just going in and out. This is it. It's too shallow .... Shallow like the doctor said..... You have to practice taking a deep breath ....which must be practiced. Therefore, it is called meditation practice....let's say the second step is to reach the throat. Slowly let it out....Step 3, go into the chest, then let it out. Step 4, go into the navel or the lower abdomen. And then let it come out......and the 5th step, the ultimate, not let the wind come out. So let's go out through the hair follicle.....that's it. Successful completion of prana .... and probably will get full oxygen as the doctor said.

but in Buddhism Not practicing meditation for health, but practicing for the mind, when we can make long winds gradually decrease and stop regularly, as the Anapanasati Sutta taught. The mind will gradually calm down and cool down. From this point, what you call the level of Apana Samadhi, you will attain the path......Try to practice breathing as your doctor recommends. Yes and keep getting longer up to the 5th level that tells or can reach the Asana Samadhi It's not a health problem, but a matter of nirvana, entering the world of nirvana. to meet the Arahants and all the Buddhas

It's a little further. It's about the breath. When practicing deep breathing, it reached the 5th level. The wind will go in and out through our follicles ... This is how we will be able to endure more water than the doctor said. Well, the doctor said that he can't starve for more than 3 days, if it's too much, he may die. Because the body is dehydrated...it has been tested. It's okay to be without water for up to 7 days and 7 nights. That's because he can take a deep breath. and the wind can go in and out through the hair follicle The wind brings coldness which is the water in the air itself, enters through the follicles by absorbing instead of eating and drinking through the mouth ....it seems If you don't drink water for 7 days, you won't die. But that's it. Water enters through the hair follicle instead. and after completing the course of prana, how many days, weeks or months you can starve .....This is about breathing. What the practitioner started as the doctor said was to take a deep breath.

1. Practice deep breathing: The brain uses 20-25% of the oxygen that enters the body. Practicing deep breathing is a good way to deliver good energy to the brain. Sit with your back straight to allow more oxygen to enter your body. If sitting for a long time You may find time to stand or walk to stretch your lungs to enlarge the lungs. Able to exhale 20% more oxygen into the lungs.

2. Meditate for 12 minutes a day: after waking up. To be mindful and meditate every morning for about 12 minutes a day ***** and then when you have mastered aimed at the path of the Lord Buddha That is the noble goal of life.

Exactly that..... Sit with your back straight to allow more oxygen to enter your body. If sitting for a long time May find time to stand or walk to stretch to make the lungs enlarge......***** Here I would like to say in meditation Once you have reached the level...by you have already reached the level of meditative propensity. and by this method of practicing long breath When it enters the standard, it will straighten itself....A body that originally looked bent, it will straighten itself..and become more glorious. ...Teachers will glance over here and say, 'Oh, it's straightened up. It has reached the level, but that's it. When practicing, practice sitting up straight like the doctor suggested. So that it's better to put a lot of oxygen in it.

-----

-----

  




2..NWE.2..วิวาทะธรรม การตอบโต้ปัญหาธรรมทุกระดับมรรคผลนิพพาน ทุกทิศ ทั่วโลก ผ่านทุกสื่อออนไลน์

วิวาทะ 1. ขยันทำงานการอาชีพเราจริง ๆ นั่นแหละการฝึกสมาธิชั้นยอด และความขี้เกียจคือกิเลสที่ชำระแล้วบรรลุมรรคผลนิพพานได้
วิวาทะ 2. เราต้องหาเงินมาด้วยการแลกเปลี่ยนเสมอไป ไม่มีของที่ได้มาเปล่า ๆ นั่นแหละเสรีชน การพนมมือไหว้ขอทานเขา นั่นแหละความเป็นทาส
วิวาทะ 3. ยากไม่ค่อยดีง่ายจึงดี อยู่ที่ครูบาอาจารย์ผู้รู้จริงจึงง่าย จนถึงสมองไม่จำเลยก็บรรลุอรหันต์ได้เมื่อพบพระพุทธเจ้า ตอบศิษย์อตุโล
วิวาทะ 4. อริยัสัจ 4 คืออะไร ต้องรู้ เข้าใจจะแจ้งในส่วนเหตุ และส่วนผลอยากได้ผลอันนั้น ก็ต้องทำเหตุของมันให้ตรงให้ได้เท่านั้นเอง แล้วสำเร็จโสดาบันถึงอรหันต์ได้ ตอบศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 5. การเกิด การตาย ใช่เพียงเรื่องของชีวิตคนเรา แต่สรรพสิ่งเป็นเช่นนี้ หมั่นฝึกสมองปัญญาให้เห็นจริงด้วยตาตนเองให้ได้
วิวาทะ 6. บ้านของตนเองแต่ละหลังนั้นแหละเป็นวัดของเราแต่ละคนที่ประเสริฐสุดเพียงมรรคผลนิพพานได้จริง
วิวาทะ 7. สู้สงครามโควิด 19 ด้วยการปฏิบัติหน้าที่การงานอย่างเป็นการปฏิบัติธรรม มุ่งตรงสู่มรรคผลนิพพานได้สำหรับคนยุคใหม่
วิวาทะ 8.มุ่งทำความดีเพื่อเพื่อนมนุษย์ในสถานะมนุษยชนคนหนึ่งนั้นเอง ไม่ต้องไปบวชก็บรรลุมรรคผลนิพพานได้ พอสำเร็จก็จะรู้จัดการอะไรไปเอง
วิวาทะ 9. หาเงินโดยสุจริตเก่งจนร่ำรวยแล้วทำดีต่อไปโดยช่วยคนทั้งหลาย เช่นการสร้างโรงงานใหญ่ให้คนมีงานทำนั้นแหละบุญใหญ่ละ
วิวาทะ 10. To Alex Joy That's the way to Buddha ความอดทนที่ไม่มีวันสิ้นสุดลงนั่นแหละทางสู่พระพุทธเจ้า
วิวาทะ 11 GBB.ตอบ Barua GBB ต้นโพธิ์ และ ดอกบัว บอกความหมายของการเอาชนะกิเลส เร่ิมด้วยกามตัณหาให้หลุดไปก่อน
วิวาทะ 12. ปัญญามาก่อนสมาธิหรือสมาธิมาก่อนปัญญา พอ ๆกันแล้วแต่บุคคลเขาผ่านชีวิตมาอย่างไร ตอบ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 13. วิมตติญาณทัศนะมีอยู่ในตน เพียงแต่ยังค้นไม่พบ ยังมองไม่เห็น ต้องเข้าใจมองอย่างกว้างด้วย อย่างแคบด้วย
วิวาทะ 14. สำหรับยุคใหม่นี้การปฏิบัติงานหาลาภความร่ำรวยโดยสุจริตโดยมานะพยายามอย่างสูงสุด คือการปฏิบัติธรรมที่บรรลุมรรคผลสูงสุดได้ สำหรับยุคใหม่นี้อย่าให้เหมือนลาวที่ไปนั่งกันเฉย ๆ ในวัด โจรมาก็ไม่รู้
วิวาทะ 15. การไปอยู่ป่าแสวงหาสัจธรรม อย่างน้อยต้องสำเร็จวิชาสามก่อนจึงไป ตอบ See Alone
วิวาทะ 16. โพธิสัตว์ควรสร้างบารมีช่วยชีวิต มีตัวอย่างสำหรับคนดียุคใหม่
วิวาทะ 17. ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต คำตอบ เทพอมตะ
วิวาทะ 18. ผู้ใฝ่โพธิภูมิต้องมีหิริโอตตัปปะ ธรรมะหลักประจำตัว อันหมายถึงเสรีชนนั้นเอง
วิวาทะ 19. จะทำลายตัณหาได้อย่างไร ต้องรู้เหตุที่มาแห่งตัณหา แล้วทำลายให้สิ้น ผลที่ตรงกับเหตุก็เกิดเอง ผู้รู้จริงคือพระอรหันต์จะช่วยชี้บอกเหตุบอกผลนี้ได้เยอะ คำตอบสำหรับ ดีต่อใจ ต้องทำดีให้ใจ
วิวาทะ 20 การบรรลุโลกเทพ พระเจ้าพราหมณ์ อิสลาม คริสต์ นั้นยังไม่ใช่จุดจบ เป็นเรื่องโลกียะอยู่
วิวาทะ 21. พระเจ้า(ต่อ) อิสลามมีจุดร้ายแรงในคำสอน ที่มุสลิมทั่วไปไม่มีสิทธิรู้ รู้อย่างเดียวคือฟังคำสั่งไปลงโทษศัตรูอย่างไม่บิดพริ้วและให้รู้จักว่ามุนาฟิกเป็นศัตรูตัวร้ายแรงอย่างไม่มีการอภัยได้ ทำให้ถูกมองว่าสุดโต่งไป
วิวาทะ 22. ดร.อัมเบดกา ผู้รู้จริงนำชาวอินเดียคืนพุทธ พุทธแท้ ที่ตัดขาดจากเทพเจ้าทั้งปวง นับแต่มหาเทพทั้งหลาย ไม่เหมือนพุทธไสยศาสตร์แบบไทยกลับไร้เหตุผลยิ่งขึ้น
วิวาทะ 23. เห็นด้วยเรื่องบริสุทธิ์ แต่คำว่าไม่อยาก ให้เข้าใจให้ถูก เอาปัญญาเป็นหลักคิดเสมอไป ตอบ ดูความเคลื่อนไหว เพิ่มความรับรู้
วิวาทะ 24. ช่องส่องผีหรือ ทำไมจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา สมาธิ3 สู่ฌาน4 ไปไม่รอดก็กลายเป็นคนทรงไป เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ไปสู่ทางตกต่ำทำลายตนเอง
วิวาทะ 25. อะไรที่เหนือกว่าจิตใจ คือความที่ไม่มีจิตใจ นั่นแหละ ความว่างเปล่า
วิวาทะ 26. ทำดีดี ทำชั่วชั่ว หมายถึงสำเร็จแล้ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วยังไม่สำเร็จต้องพยายามต่อไป
วิวาทะ 27. พระพุทธเจ้าทรงชนะสงครามรู้แจ้งโลกด้วยโพธิญาณ คือทรงบรรลุปัญญาสว่างไสวไปทั่วโลกทั้งหลาย ทรงมีพระเนตรที่มองโลกทั้งหลายทะลุปรุโปร่ง เห็นหมดแต่ทรงบอกศิษย์สาวกเพียงเรื่องที่ทำให้พ้นโลกพ้นทุกข์เท่านั้นพอ
วิวาทะ 28 ปุถุชนกับอริยบุคคลมีสถานะไม่เท่ากัน แม้มีอภินิหาริย์แต่ยังเป็นปุถุชนอยู่ก็ไม่ถึงมรรคผลนิพพาน ตอบภูมิธรรม ภูธร
วิวาทะ 29 ภวะตัณหา ความหยากใหญ่ อยากเป็นพระพุทธเจ้า ลักษณะของตัวตนที่มีอำนาจเหนือจิตใจปุถุชนอยู่ เหตุ1ใน 3 ของเหตุพ้นทุกข์ สู้ด้วยเหตุ ด้วยผล จึงจะไม่บาป
วิวาทะ 30 ถูกแล้วออกจากสมาธิก็ทุกข์อีก สมาธิจึงยังไม่ถึงจุดจบ และสมาธิเพียงเอาใช้เป็นเรือข้ามแม่น้ำใหญ่เท่านั้น พอถึงฝั่งแล้วก็ทิ้งไปได้
วิวาทะ 31 ดูเองก็ได้ก็เห็นชัดเจน ที่ชื่อว่าหนังสือธรรมะ-พิธีธรรมวันนี้ ล้วนหนังสือหาทรัพย์ เอาเผาทิ้งให้หมด เหลือไว้เฉพาะของท่านพุทธทาสภิกขุก็พอ
วิวาทะ 32 เป็นเรื่องสามัญ ๆ เท่านั้นเอง แค่ต้ื้น ๆ ยังไม่รู้แล้วอยากเป็นพระพุทธเจ้า เป็นความประมาทอีกชนิดหนึ่ง
วิวาทะ 33 ผู้ที่จะเข้ามาสู่เส้นทางแห่งความหลุดพ้น ต้องมาทางพุทธศาสนาเท่านั้น มีบุญบารมีกับพระพุทธองค์ จึงจะหลุดจากชั้นมหาเทพสู่มรรคผลนิพพานไปได้
วิวาทะ 34 มีทางสำเร็จแบบลัดของคนยุคนี้ เพียงแต่ต้องปลดปล่อยปมด้อยออกให้หมดเสียก่อน
วิวาทะ 35 จะรู้จักพระอริยบุคคลจริงๆได้อย่างไร? โจทก์สำคัญจริง ๆ สำหรับโลกยุคนี้ ใครเล่ารู้จักอริยบุคคล คำถามสุดยอดอริยปราชญ์ ตอบ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 36 การปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง คือทำงานอาชีพของเรา อย่างขยันขันแข็งไม่ขี้เกียจ ไม่ทำผิดกฎหมาย ให้รวยให้ได้ รวยแล้วสำเร็จมรรคผลพร้อมกันเลย
วิวาทะ 37 เพ่งในหลักการที่ท่านเคยทำมาจะได้ผลจริง อย่าไปทำสิ่งที่ไม่เคยทำมา จะเสียเวลาเปล่า กสิณ2อย่าง ฌาน 1 อย่างก็พอ ตอบ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 38 การเพ่ง(ฌาน) จะทำได้ดีได้นานขึ้นกับสมาธิ
วิวาทะ 39 มารคืออะไร มารคือความขี้เกียจ ให้ฆ่ามารเสียทำการปฏิบัติธรรมไปโดยทำงานอาชีพให้ร่ำรวยอย่างขยันอย่างสุจริต และฆ่ากิเลสคือความขี้เกียจให้ได้ นั่นแหละบรรลุมรรคผลได้เลย
วิวาทะ 40 รู้สัจธรรมอนิจจังแล้ว รู้เกิดแก่ เจ็บ ตายแล้ว รู้ค่าเวลาของชีวิตไปทำแต่ความดีเถิด ชำระจิตให้บริสุทธิให้ได้ นั่นแหละนิพพานละ
วิวาทะ 41 ปุถุชนโพธิสัตว์ อริยโพธิสัตว์ ต่างกันอย่างไร? ตอบ ภูมิธรรม ภูธร
วิวาทะ 42 เห็นเทวธรรมแล้ว เป็นพะยานแห่งเทวธรรม
วิวาทะ 43 ธุดงค์ของพระของฆราวาสก็ดล้ายกัน แต่ของฆราวาสคือเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวงนั่นเองสุดยอดธุดงค์จริง
วิวาทะ 44 นิมิตรนำไปสู่การระลึกชาติ เป็นผลของสมาธิระดับอุปจาระสมาธิแล้ว ไปสู่ปฏิภาคนิมิตรภาพเคลื่อนไหวได้
วิวาทะ 45 ดับไม่มีเหลือซึ่งอะไร? ตัณหา 3 อย่าง กามตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา
วิวาทะ 46 ลักษณะของภะวะตัณหา ความอยากใหญ่ วิภะวะตัณหาความไม่อยากต่ำต้อย การยึดมั่นถือมั่น อันนำตนไปสู่ฐานะทาส
วิวาทะ 47 การอุทิศบุญแด่สัมภะเวสี สัจธรรมของการไปเกิดใหม่ ตายแล้วก็ต้องเกิด แต่ต้องรอเวร กรรมตอบอาทิตย์ภูมิอักโข
วิวาทะ 48 ไม่รู้ธรรมสักบทปฏิบัติได้ไหม? มาเข้าใจสัจธรรมคนยุคใหม่ให้ได้ ทำการงานหน้าที่อาชีพเรานั้นเองเป็นการปฏิบัติธรรม ทำให้รวย แบบขยันไล่ความขี้เกียจนั้นแหละกิเลสละชำระความขี้เกียจให้หายไปหมด นั้นแหละบรรลุธรรม พร้อมความร่ำรวยไปด้วย
วิวาทะ 49 คำในทางปฏิบัติ เพ่งหมายถึงฌาน ไม่เกี่ยวกับลมหายใจ อาณาปานสติสูตรสำหรับวิปัสนา ไปถึงระดับ วิชาปราณเป็นสุดยอดธรรมปฏิบัต ตอบ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 50 สัจธรรมแห่งความหลุดพ้นนี้มีในศาสนาพุทธเท่านั้น จึงควรเผยแผ่ไปทั่วโลก สำหรับมนุษย์ทั้งโลกได้ประโยชน์ ตอบศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 51 การที่จิตนิ่งไม่ใช่เร่ื่องหัวตอ แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ก่อนไปสู่ขั้นที่สูงไปกว่ารวมทั้งวิปัสนา ตอบ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 52 การเดินจงกรมเป็นการฝึกสติชั้นสูงสุดมี 6 ชั้น นี่ชั้นประถม แต่ทางสู่อริยบุคคลไม่ต้องผ่านก็ได้เพราะมันยาก ตอบศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 53 ไม่เข้าใจที่อ้างมา อยู่ยอดไม้มองลงมาเห็นหมดแต่อยู่ต่ำมองไม่เห็นที่สูง เรื่องสตินี่เอง
วิวาทะ 54 เมื่อเข้าใจสัมมาทิฏฐิ นั้นแหละมีเฉพาะพุทธศาสนา ที่ผู้รู้พึงเผยแผ่ไปให้คนทั้งโลกได้ทราบ
วิวาทะ 55 คำถามที่ไม่เคยถาม และไม่มีคำตอบสำหรับยุคใหม่
วิวาทะ 56 ไม่มีผู้ใดสอนนอกจากพระพุทธเจ้า เป็นผู้ปกครองต้องควบคุมผัสสะทั้งหกนั่นแหละนำไปสู่โลกนิพพาน
วิวาทะ 57 ยังมีคำว่า ตัวกู อยู่ นั่นคือมีตัวอธรรมครอบครองจิตใจอยู่ ไล่อธรรมออกไป ตัวกูของกูก็หมดไป
วิวาทะ 58 มุ่งทางมหาเทพจะสู่พุทธภูมิ ต้องผ่านสงครามสวรรค์ ตอบ ภูมิธรรมภูธร
วิวาทะ 59 สุจินต์ บริหารวนเขต กับ 5 ผู้รู้วิพากษ์ธรรมะ โลก-ธรรม ทีวีรัฐสภาช่อง 10
วิวาทะ 60 อย่าคิดว่าคนที่ไม่มีศาสนาเขาเป็นคนเลว ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ไม่ใช่เลย เขาใช้เหตุผล แบบไอสไตน์ไง พุทธยุคใหม่ เป็นพุทธกาลามสูตร วิทยาศาสตร์
วิวาทะ 61 มนุษยธรรมเป็นหลักการของศาสนาพุทธ บารัว GBB--G ถูกแล้ว แต่โลกประชาธิปไตยยุโรปอเมริกาก็มาจากหลักพุทธศาสนานั้นเอง หากแต่คนไทยประเทศที่นับถือพุทธศาสนากลับไม่เข้าใจประชาธิปไตยเลยเพราะไม่รู้พุทธศาสนาโง่อะไรเช่นนี้?
วิวาทะ 62 Hong Nguyen The law of Cause and Effect สอนเหตุและผล นั้นแหละเหตุ 3 ประการ lust(กามตัณหา) self ego unself ego ภวะ อยากใหญ่อยากโต วิภวะ ไม่อยากต่ำต้อยด้อยอำนาจ
วิวาทะ 63 นิทานจากบารัวGBB-G เรื่องนายขมังธนูตัวเล็ก ชนะสงคราม มาเป็นพระพุทธเจ้า
วิวาทะ 64 Yes. it's friendship it's one's best life of all lives.มิตรภาพนั้นเองบอกถึงชีวิตที่มีความสุขBARUA
วิวาทะ 65 สภาวะจิตเสื่อมแท้จริงเป็นอย่างไรคะ? หลงลืมสติไปอย่างสุด ๆ ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ขาดสัปปุริษธรรม7ไปหมด
วิวาทะ 66 ฺBarua tells of suffering and how to makeoneself heart clean and empty
วิวาทะ 67 องคุลีมาล บอกคนยุคใหม่สำเร็จธรรมะได้แน่ และได้ฉับพลันด้วยพลังแห่งปัญญาที่เปลี่ยนความคิดไปได้ทันที
วิวาทะ 68 ขอให้อธิบายเรื่อง จิตเสื่อม หลงลืมสติไปอย่างสุด ๆ ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ขาดสัปปุริษธรรม 7 ไปหมดเลย
วิวาทะ 69 ตอบ Alex Joy GBB-G ให้เข้าใจคุณธรรมพระอรหันต์แบบง่าย ๆ ท่านคิดอย่างเดียว ให้คนที่ฟังท่านสำเร็จรู้อย่างที่ท่านรู้
วิวาทะ 70 BuDhan Barue ไปสู่ดวงใจที่ว่างเปล่า ระเบิดขึ้นซึ่งสติปัญญาแจ่มแจ้ง รู้โลกเห็นโลกแล้วเบื่อหน่ายโลกไปสุด ๆ เบื่อเกลียดกามวัตถุแห่งความใคร่(สตรี)ไปแบบขยะแขยงไม่อยากพบเห็นเลย
วิวาทะ 71 to rebirth find what or who bring the soul to rebirth that's the thieve Kill them to pass to NIRVANA การเกิดใหม่ อะไร? ใคร? เกิดใหม่? หาให้พบ แล้วฆ่าทิ้งเสีย จึงเปิดทางสู่นิพพานได้
วิวาทะ 72.Rebirth to Alex Koy to see not rebirth after death but in life การเกิดใหม่ ไม่ใช่หลังตายไปแล้ว แต่เกิด-ตายตอนเราเองมีชีวิตอยู่นี่เอง หาให้พบนั่นแหละการบรรลุอรหันต์ละ
วิวาทะ 73.Barue yes, the most truth of the Cause and Effect or Sciense ถูกแล้ว สัจธรรมที่สุดยอดคือ ทำเหตุ ให้ตรงกับผล ให้ได้ นั่นแหละแบบวิทยาศาสตร์ทางธรรมะละ นิพพาน
วิวาทะ 74.When you think of war war will come to you with death ในเมื่อท่านเฝ้าคิดถึงสงคราม สงครามก็จะมาสู่ท่าน พร้อมกับความตาย
วิวาทะ 75 สัจธรรมสมาธิ และสงครามโลกจิตวิญญาณ ไม่เคยมีเปิดเผยมาก่อนนี่แหละเรื่องสุดลับสำหรับโลกสู่นิพพาน แด่ ศิษย์ อตุโล
วิวาทะ 76 ทำไมหมอจึงไม่บรรลุธรรมทั้ง ๆ ที่เรียนเรื่องกายสังขารมามาก กลุ่มพุทธภูมิ ไม่หรอก หมอนี่แหละได้โอกาสดีกว่าคนอื่นหลายเท่าในเมื่อคุ้นเรื่องคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ และคนตายกว่าคนทั้งหลาย
วิวาทะ 77.ต้องมีพรหมวิหาร 4 จึงจะสำเร็จ ถูกต้องไหมคะ ไม่ใช่ ต้องฆ่ากามตัณหา ภะวะตัณหา และ วิภะวะตัณหา เหตุของทุกข์ ในธรรมจักกัปปะวัตนสูตร ให้มองที่เรื่องเหตุ และ ผล ให้ตรงกันชัดเจน แล้วทำลายเหตุแห่งผลลคืออริยมรรคเสีย นั่นเอง
วิวาทะ 78 ปลีกวิเวกในป่าช้าผีดิบ สุสานสุขาวดี วันอาสาฬหบูชา 2562 ...ฟังดนตรีแห่ศพของพวกป่าช้ามาบรรเลงต้อนรับสนั่นตลอดคืน
วิวาทะ 79 Full Moon innoccent heart to NIRVANA จันทร์เพ็ญเต็มดวง บอกใจที่ไร้มลทินไปทุกอย่าง นั้นแหละโลกนิพพานที่ บังเกิดขึ้นในดวงใจเรานี้เอง
วิวาทะ 80 to Barue Yes, what is a life? How a life live and walk? ถูกแล้ว ชีวิตคืออะไร?ชีวิตอยู่ไปอย่างไร? เดินไปอย่างไร? ปฏิบัติต่อชีวิตให้ถูกต้อง แล้วอาศัยชีวิตนั้นเองทำวิปัสสนารู้แจ้ง การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็บรรลุมรรคผลนิพพานได้
วิวาทะ 81.นิมิตเกิดจากเก่งสมาธิ หากไม่เก่งอย่าพูดเลย เพราะเท่ากับบอกทางผิดเขา และผู้รู้จะหัวเราะเยาะเอา ต้องเก่งถึงระดับอุปปจาระสมาธิ ไปถึง อัปนาสมาธิ เกิดนิมิตระลึกชาติได้ และถอดดวงจิตออกไปท่องเที่ยวได้ เนรมิตอะไรก็ได้
วิวาทะ 82. ฆราวาสสามารถบรรลุธรรมได้ นี่แหละโลกใหม่เลยละ และผู้บรรลุย่อมย่อมมั่นใจในเหตุในผล ที่ตนบรรลุนั้นเอง และแนวทางคือบรรลุด้วยพลังแห่งปัญญา ไม่เกี่ยวกับศีลสมาธิเลยก็ได้นี่แหละเรื่องใหม่เอี่ยมสำหรับโลกยุคใหม่ และที่ลัดสู่อรหันต์เลยทีเดียว
วิวาทะ 83 หมอเสนอ9เท็กนิคเพื่อดูแลสมองให้ชาญฉลาด พบเรื่องลมหายใจเข้าออกพบวิธีแบบเดียวกับการฝึกสมาธิและระบบปราณของพระกรรมฐาน-ธุดงค์ แต่ไม่สามารถบอกวิธีปฏิบัติสู่มรรคผลนิพพานต่อไปได้ นั่นแหละที่ขาดอยู่นิดเดียวก็บรรลุแล้ว
วิวาทะ 84..ผู้รู้แจ้งลึกซึ้งแล้วก็ย่อมออกมาจากป่ามาใช้เทกนิคโลกยุคใหม่ เผยแผ่พระธรรมมรรคผลช่วยคนทั้งโลก ด้วยการกดปุ่มธรรมะก็ไปได้ทั่วโลกทุกเนื้อที่ทุกตารางนิ้วแผ่นดินโลกเลย
วิวาทะ 85..ถามกลุ่มพุทธภูมิผู้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า รู้ได้อย่างไรว่าท่านได้รับพยากรณ์มาว่าเป็นพระนิยตะโพธิสัตว์ แล้วมีแต่คำข่มขู่ ใครปรามาสบาปหนัก นี่แหละเลินเล่อจนกลายเป็นความไม่เอาไหน ทำให้ขาดความเชื่อไปเลย
วิวาทะ 86 สู่คำตอบสำคัญสำหรับเยาวชนคนในโลกยุคใหม่ สู่จุดจบที่แท้จริง ทางบรรลุมรรคผลนิพพานทันใด น่าชื่นใจจากเยาวชนอิตาลี ตามโพสต์ของ Gothami Huang Gothami HuangGautama Buddha and Buddhism GBB-G 1 มิถุนายน เวลา 02:56 น. ·
วิวาทะ 87..ลิซ่า Lisa Pranpriya Manobal เยาวชนไทยนักร้องก้องโลกยุคนี้เชี่ยวชาญใช้สมาธิสูงสุดในการปฏิบัติงานเต้นรำขับร้องอาชีพของตนอย่างสูงสุดๆฝึกฝนตนเป็นคนขยันฆ่ากิเลสความขี้เกียจไปหมดสิ้นจากใจนี่แหละการปฏิบัติธรรมในการปฏิบัติงานละ
วิวาทะ 88..อนัตตลักขณะสูตร The Stories of Anatta or On Insubstantiality or Non - Self:
วิวาทะ 89 ตัวอย่างพระผู้ปฏิบัติธรรมทั้งชีวิต ทำเตโชกสิณ เพ่งดวงอาทิตย์ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เอาป่าช้าเป็นสนามรบกามกิเลส ประวัติพระนักปฏิบัติ
วิวาทะ 90..มีผู้ตั้งตนเป็นพุทธะ อดีตสส.4สมัยมาถึงนางสุจินต์ บริหารวรรณเขต อดีตแม่ชีคริสต์ รวมปัญหาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทยเผชิญปัญหารอบด้าน
วิวาทะ 91..ประสพการณ์ทางธรรมปฏิบัติ แสงสีเขียวทำให้ตกใจ อยากรู้ว่าเป็นอะไรแน่ เป็นนิมิต เกิดจากสมาธิที่เก่งพอสมควรแก้ด้วยกสิณ ถึงเวลาฝึกชั้นสูงไปกว่า...ฝึกอากาสกสิณเพื่อนิพพานอันว่างเปล่า..
วิวาทะ92..อุทยานธรรมดงยาง จังหวัด ศรีสะเกษ 1 มกราคม 2019 · 31 ธันวา​ 61 สู่​ 1 มกรา 62 .... เค้าท์ดาว​ เค้าท์ธรรม​ ส่งท้ายปี ด้วยการทำดี​ เนสัชชิกปฏิบัติธรรม ณอุทธยานดงยางศรีสะเกษ
วิวาทะ 93 5 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก เปรียบเทียบวันนี้ กับ 5 ปีที่แล้วค่ะ ปีนี้มีริ้วรอยใต้ดวงตามากขึ้น
วิวาทะ 94..มุสลิม ปัญหามุสลิมโลก Muslims, Muslim World Problems
วิวาทะ 95. ความรักที่ถูกบังคับ มีมาแต่ประวัติศาสตร์ดูนบีมุฮัมมัดเป็นตัวอย่าง
วิวาทะ 97 ปัญหาของคณะสงฆ์ไทย ปัญหาพระพุทธศาสนา ที่ชาวพุทธทั่วประเทศกำลังสนใจกันอยู่
วิวาทะ 98 ปัญหาคณะสงฆ์ไทยข ปัญหาพระพุทธศาสนาที่ชาวพุทธทั่วประเทศกำลังสนใจกันอยู่(ตอนที่ 2) ผิดพระวินัย สังฆาทิเสส ปู่แสง
วิวาทะ 99 พระอาจารย์สิริปันโน อดีตลูกชายอภิมหาเศรษฐีที่สละสิทธิมรดกมูลค่า2แสนกว่าล้านบาท สำนักสงฆ์เต่าดำ ทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี
วิวาทะธรรมพิจารณ์ วาทะตอบโต้สัจธรรมรอบทิศ สู่สุดยอดมรรคผลอันสูงสุด ผ่านเฟสบุ๊คทั่วโลก



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
----- ***** ----- โปรดใช้บริการการแปลของ Google Translate นี่คือเวบไซต์คู่ www.newworldbelieve.com กับ www.newworldbelieve.net เราให้เป็นเวบไซต์ที่เสนอธรรมะหรือ ความจริง หรือ ความคิดเห็นในเรื่องราวของชีวิต ตั้งใจให้ธัมมะเป็นทาน ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์แด่คนทั้งหลาย ทั้งโลก ให้ได้รู้ความจริงของศาสนาต่าง ๆในโลกวันนี้ และได้รู้ศาสนาที่ประเสริฐเพียงศาสนาเดียวสำหรับโลกยุคใหม่ จักรวาลใหม่ เราได้อุทิศเนื้อที่ทั้งหมดเป็นเนื้อที่สำหรับธรรมะทั้งหมด ไม่มีการโฆษณาสินค้า มาแต่ต้น นับถึงวันนี้ร่วม 14 ปีแล้ว มาวันนี้ เราได้สร้างได้ทำเวบไซต์คู่นี้จนได้กลายเป็นแดนโลกแห่งความสว่างไสว เบิกบานใจ ไร้พิษภัย เป็นแดนประตูวิเศษ เปิดเข้าไปแล้ว เจริญดวงตาปัญญาละเอียดอ่อน เห็นแต่สิ่งที่น่าสบายใจ ที่ผสานความคิดจิตใจคนทั้งหลายด้วยไมตรีจิตมิตรภาพล้วน ๆ ไปสู่ความเป็นมิตรกันและกันล้วน ๆ วันนี้เวบไซต์ สื่อของเราทั้งหมดนี้ ได้กลายเป็นแดนสนุกน่าท่องเที่ยวอีกโลกหนึ่ง ที่กว้างใหญ่ไพศาล เข้าไปแล้วได้พบแต่สิ่งที่สบายใจมีความสุข ให้ความคิดสติปัญญา และได้พบเรื่องราวหลายหลากมากมาย ที่อาจจะท่องเที่ยวไปได้ตลอดชีวิต หรือท่านอาจจะอยากอยู่ณโลกนี้ไปชั่วนิรันดร และซึ่งเป็นโลกหรือบ้านของท่านทั้งหลายได้เลยทีเดียว ซึ่งสำหรับคนต่างชาติ ต่างภาษาต่างศาสนา ได้โปรดใช้การแปลของ กูเกิล หรือ Google Translate แปลเป็นภาษาของท่านก่อน ที่เขาเพิ่งประสบความสำเร็จการแปลให้ได้แทบทุกภาษาในโลกมนุษย์นี้แล้ว ตั้งแต่ต้นปีนี้เอง นั้นแหละเท่ากับท่านจะเป็นที่ไหนของโลกก็ตาม ทั้งหมดโลกกว่า 8 พันล้านคนวันนี้ สามารถเข้ามาท่องเที่ยวในโลกของเราได้เลย เราไม่ได้นำท่านไปเที่ยวแบบธรรมดาๆ แต่การนำไปสู่ความจริง ความรู้เรื่องชีวิตใหม่ การอุบัติใหม่สู่ภาวะอริยบุคคล ไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปพ้นจากทุกข์ ที่สรรพสิ่ง ล้วนเดินไปสู่โลกาวินาสน์ในวันข้างหน้า ภาวะอริยบุคคลจะนำคนทั้งหลายไปสู่โลกแห่งความสุขแท้นิรันดร คือโลกนิพพานขององค์บรมศาสดาพุทธศาสนา พระบรมครูพุทธะ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพียงแต่ท่านโปรดใช้บริการการแปลของ Google Translate ท่านก็จะเข้าสู่โลกนี้ได้ทันทีพร้อมกับคน 8 พันล้านคนทั้งโลกนี้. ----- ***** ----- • หมายเหตุ เอาขึ้นเวบไซต์ แทนของเดิม ทั้ง 2 เวบ .net .com วันที่ 21 เม.ย. 2565 เวลา 07.00 น.