ReadyPlanet.com
dot dot
bulletประชาธิปไตยเท่านั้นภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletดี เล่มที่ 45
bulletดี เล่มที่ 46
bulletดี เล่มที่ 47
bulletดี เล่มที่ 48
bulletดี เล่มที่ 49
bulletดี เล่มที่ 50
bulletดี เล่มที่ 51
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ




เฝ้าดูศาลและกระบวนการยุติธรรมไทย คิดอย่างไรกับคดีอากง

คิดอย่างไรกับคดีอากง
แจ้งลบกระทู้


คิดอย่างไรกับคดีอากง และบทความชี้แจงของโฆษกศาลยุติธรรม ท่านเห็นอย่างไรโปรดใช้เวทีนี้ในการเสวนาเพื่อความเจริญก้าวหน้าของวิชาการและประชาธิปไตย



 
ผู้ตั้งกระทู้ แมงกุดจี่ :: วันที่ลงประกาศ 2011-12-17 04:04:22

 

[1]
ความเห็นที่ 1 (3320408)
แจ้งลบความคิดเห็น

"อากงปลงไม่ตก" โดยสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม

หมายเหตุ : สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ โฆษกศาลยุติธรรม ได้เขียนและเผยแพร่บทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับ "คดีอากงส่งเอสเอ็มเอส" ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

อากงปลงไม่ตก

พลันสิ้นคำอ่านคำพิพากษาศาลอาญาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.311/2554 ระหว่างพนักงานอัยการฯ โจทก์ นายอำพล (ขอสงวนนามสกุล) จำเลยอายุ 61 ปี ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นแสดง ความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินีฯ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  มาตรา 14(2)(3) เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2554 หรือที่ผู้คนทั่วไปเรียกว่า "คดีอากง" กระแสสังคมเกือบทุกสาขาอาชีพต่างให้ความสนใจเหมือนกระแสน้ำที่ไหลบ่ามาท่วมศาลและกระบวนยุติธรรมเช่นน้ำท่วมกรุงเทพฯที่ผ่านมารวมทั้งต่างชาติบางประเทศก็ให้ความสนใจแสดงความห่วงใยวิพากษ์วิจารณ์ ศาลยุติธรรมไทยในทางไม่สร้างสรรค์นัก

แต่ไม่ว่าความเห็นของสังคมจะสื่อสารในทางใดก็ตาม ศาลและกระบวนการยุติธรรมไม่เคยขัดขวางการแสดงความคิดเห็นของบุคคลใดๆขอเพียงการแสดงออกตั้งอยู่บนฐานคติที่ปราศจากอคติ ภายใต้หลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักนิติธรรม หลักเหตุผล  หรือหลักความเชื่อส่วนตนที่สุจริตมีข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์  แต่ดูเหมือนหลายคนที่วิจารณ์ผลคดีข้างต้นในทางลบยังมิได้รู้เห็นพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงในสำนวนความอย่างถ่องแท้ ซึ่งการนิ่งเฉยของศาลและกระบวนยุติธรรมมิได้มีค่าเป็นตำลึงทองเสียแล้ว

ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำความจริงบางประการในท้องสำนวนคดีนี้ ประกอบกับประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยมานำเฉลยเอ่ยความ  เพื่อเป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนกับท่านผู้อ่านที่เคารพ ซึ่งมีประเด็นใหญ่ๆ ที่ผู้คนกล่าวขานกันดังนี้

1. อากงไม่ได้กระทำความผิด เหตุใดศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุก

2. ศาลลงโทษจำคุก 20 ปี เป็นโทษที่หนักเกินไป

3. อากงอายุมากแล้วควรได้รับการลดโทษ ปล่อยตัวไป หรือได้รับการประกันตัว

4. ศาลไทยไม่มีมาตรฐานสากล ควรรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล

5. ควรยกเลิกความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายคอมพิวเตอร์

ในข้อแรก  ผู้ที่เห็นว่าอากงมิได้กระทำความผิดนั้น หากเป็นการตัดสินกันเองโดยบุคคลกลุ่มคนนอกศาลและกระบวนการยุติธรรม คงจะหาเหตุผลรองรับความชอบธรรมยากสักหน่อย เพราะเป็นความเชื่อส่วนตนที่ตัวเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เป็นอัตวิสัยที่อาจปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุน ในขณะที่คดีนี้ผ่านกระบวนการสอบสวน การกลั่นกรองจากอัยการ แล้วเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างเต็มที่ อันเป็นหลักการสากลและหลักกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยต่อสู้คดีอย่างเสมอภาคเท่าเทียมและเป็นธรรม

ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า อากงหรือจำเลยมีความผิด เพราะศาลชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องของอัยการโจทก์จริงแต่ถ้าจำเลยไม่เห็นด้วยไม่พอใจในผลคำพิพากษาก็ยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ ฎีกาได้ตามกฎหมาย ซึ่งในอดีตมีคดีที่ศาลสูงเห็นต่างจากศาลชั้นต้นพิพากษากลับ หรือแก้คำพิพากษาศาลล่างก็ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด การจะด่วนสรุปว่าอากงเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยเสร็จเด็ดขาดนั้น ก็ยังมิใช่เป็นเรื่องที่แน่แท้เสมอไป ดังที่บางคนมีความเชื่อและเข้าใจในทำนองนั้น แท้จริงแล้วอากงยังถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ข้อต่อมาที่ว่าเหตุใดศาลจึงพิพากษาลงโทษถึงจำคุก ปกติการกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นบุคคลธรรมดาที่เป็นการดูหมิ่นใส่ความทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงเกียรติคุณอย่างร้ายแรงกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดมีโทษถึงจำคุก

ศาลยุติธรรมก็เคยลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษมาแล้ว

สำหรับคดีนี้ มีการใช้ถ้อยคำหยาบคายแสดงความอาฆาตมาดร้าย จาบจ้วงล่วงเกินพระมหากษัตริย์และพระราชินีด้วยถ้อยคำภาษาที่ป่าเถื่อนและต่ำทรามอย่างยิ่ง เกินกว่าวิญญูชนคนทั่วไปจะพึงพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้กระทำต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์พระประมุขของประเทศ อันเป็นที่เคารพยกย่องเทิดทูนของปวงชนชาวไทยและทั่วโลก ในหลวงทรงครองสิริราชย์มาเป็นเวลากว่า 65 ปี ทรงครองแผ่นดินด้วยหลักทศพิธราชธรรม ห่วงใยทุกข์เข็ญของอาณาประชาราษฎร์ตลอดเวลา  แม้ในยามทรงพระประชวร พระองค์ก็ยังทรงงานเพื่อแก้ไขความทุกข์ยากของประชาชนเช่นอุกทุกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทุ่มเทพระวรกายตลอดพระชนม์ชีพ ทรงงานเพื่อความผาสุกของประเทศชาติและประชาชนทุกหมู่เหล่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 8 ก็บัญญัติว่า "องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้" โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมิใช่คู่กรณีที่มีความขัดแย้งสร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่จำเลยแม้แต่น้อยนิดรวมทั้งพระองค์ท่านทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองจากมวลชนทุกหมู่เหล่าจึงไม่มีเหตุผลที่จำเลยหรือบางคนจะพยายามบิดเบือนว่า คดีนี้มาจากมูลฐานทางการเมือง ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่เป็นธรรมและห่างไกลจากความเป็นจริง

ข้อสอง คดีนี้มีข้อเท็จจริงบางประการที่ผู้วิจารณ์อาจยังรู้ไม่ครบถ้วนและเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ นอกเหนือจากพฤติการณ์แห่งคดีหรือข้อความหมิ่นประมาทที่มีความรุนแรงและร้ายแรงอย่างมากแล้ว  ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า ผู้กระทำไม่ได้กระทำความผิดแค่ครั้งเดียว แต่มีการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ  ด้วยถ้อยคำดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายถึง 4 ครั้ง มีถ้อยคำที่แตกต่างกันทุกครั้ง แสดงถึงเจตนาที่จงใจกระทำผิดกฎหมายอย่างท้าทายไม่ยำเกรงอาญาแผ่นดิน ไม่มีจิตสำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธมาตลอดจนถึงในชั้นศาลจึงไม่มีเหตุลดโทษบรรเทาโทษตามกฎหมาย ซึ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กฎหมายระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี

ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดแต่ละครั้งจำคุกกระทงละ 5 ปี ตามมาตรา 112  ซึ่งเป็นโทษบทหนักนั้น เป็นการลงโทษสูงกว่าโทษขั้นต่ำของกฎหมายเพียง 2 ปี  ยังเหลืออัตราโทษอีก 10 ปีที่ศาลมิได้นำมาใช้ เมื่อนำโทษทั้ง 4 กระทงมารวมกันเป็น 20 ปี คนทั่วไปที่ไม่รู้จึงเข้าใจผิดคิดว่าศาลลงโทษครั้งเดียว 20 ปี เห็นว่าโทษหนักไป แต่ถ้าเทียบกับพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว หลายคนที่รู้จริงเห็นตรงข้ามว่าโทษเบาไปหรือเหมาะสมแล้วก็มี

ข้อสาม  แม้สังคมทั่วไปจะเรียกจำเลยว่า "อากง" ฟังดูประหนึ่งว่าจำเลยชราภาพมากแล้ว แต่ตามฟ้องจำเลยอายุ 61 ปี มิได้แก่ชราจนต้องอยู่ในความอนุบาลดูแลของผู้ใด สามารถเข้าใจและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ แสดงว่าเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์และมิได้แก่เฒ่าคราวปู่ทวด

สำหรับบุคคลที่เจนโลก โชกโชน สันดานเป็นโจรผู้ร้าย มีเจตนาทำร้ายสังคมสถาบันหลักของประเทศชาติและองค์พระประมุข อันเป็นที่เคารพสักการะของคนในชาติให้เกิดความหลงผิดก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง  ผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้คนเช่นนี้ลอยนวลอยู่ในสังคมเพื่อสร้างความเสียหายต่อเนื่องหรือแก่ผู้อื่นอีก เพราะสักวันคนใกล้ตัวของคนเหล่านี้อาจตกเป็นเหยื่อด้วยก็ได้ มาตรการที่เหมาะสมจึงควรตัดโอกาสในการกระทำผิด ลงโทษให้หลาบจำสาสมไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ที่กระทำความผิดคิดวางแผนไตร่ตรองในการกระทำความผิดอย่างแยบยลแนบเนียนด้วยแล้ว ก็ยิ่งสมควรใช้วิธีการที่เหมาะสมในการคุ้มครองรักษาความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชนด้วย จึงไม่แน่แท้เสมอไปว่าชราชน ที่กระทำความผิดจะต้องได้รับการลดโทษ ลงโทษน้อย หรือปล่อยตัวไปเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อหาความผิด ความเสียหายและพฤติการณ์การกระทำแต่ละคดีที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป ส่วนการจะได้รับการประกันตัวหรือไม่  ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์ข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นเรื่องๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108, มาตรา 108/1

ข้อสี่  ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (International Covenant on Civil and Political Rights) ICCPR ได้บัญญัติรับรองในข้อ 19 ว่า

1)  บุคคลมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากแทรกแซง

2)  บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็น สิทธินี้รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา  ได้รับและสื่อสารข้อมูลและความคิดทุกชนิด  โดยไม่คำนึงถึงพรมแดน  ไม่ว่าด้วยวาจา  เป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยการพิมพ์  ในรูปแบบของศิลปะหรือโดยสื่อประการอื่นใดที่บุคคลดังกล่าวเลือก

3)  การใช้สิทธิตามวรรคสองของข้อนี้ต้องประกอบด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบอันเป็นพิเศษ  ดังนั้น  สิทธิดังกล่าวจึงอาจอยู่ภายใต้ข้อจำกัด บางประการ แต่ข้อจำกัดนั้นต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติและเท่าที่จำเป็น

(ก)   เพื่อเคารพต่อสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น
 เพื่อคุ้มครองความมั่นคงแห่งชาติ  ความสงบเรียบร้อยของประชาชนสาธารณสุขหรือศีลธรรมอันดี
 นอกจากนั้น กติการะหว่างประเทศฯ ยังได้ให้ความคุ้มครองสิทธิของบุคคลในการที่จะไม่ถูกล่วงละเมิดทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติภูมิไว้ด้วยตามข้อ17 ซึ่งกำหนดว่า

"1. ไม่มีบุคคลใดที่จะต้องตกอยู่ภายใต้การแทรกแซงตามอำเภอใจหรือโดยมิชอบด้วยกฎหมายต่อความเป็นส่วนตัว  ครอบครัวหรือการติดต่อสื่อสาร  หรือการโจมตีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อเกียรติภูมิและชื่อเสียง

2. บุคคลมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจากการแทรกแซงหรือการโจมตีเช่นว่านั้น"

ฉะนั้นแม้การแสดงความคิดเห็นถือเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่กติการะหว่างประเทศฯให้การยอมรับแต่ในขณะเดียวกัน  กติการะหว่างประเทศฯ ก็ได้กำหนดไว้ด้วยว่าการใช้สิทธิดังกล่าวต้องทำด้วยความสำนึกรับผิดชอบและไม่ล่วงละเมิดสิทธิของบุคคล เนื่องจากบุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิในการรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของตนและต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองหรือICCPR เป็นสนธิสัญญาพหุภาคี ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ให้การรับรองเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2509 และมีผลใช้บังคับเมื่อ 23 มีนาคม พ.ศ. 2519 สนธิสัญญานี้ให้คำมั่นสัญญาว่าภาคีจะเคารพสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของบุคคล ซึ่งรวมถึงสิทธิในชีวิต เสรีภาพในศาสนา เสรีภาพในการพูด เสรีภาพ  ในการรวมตัว สิทธิเลือกตั้ง และสิทธิในการได้รับการพิจารณาความอย่างยุติธรรม จนถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 กติการะหว่างประเทศนี้มีประเทศลงนาม 72 ประเทศและภาคี 167 ประเทศ  ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีของสนธิสัญญานี้โดยการภาคยานุวัติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2539 และมีผลบังคับใช้กับไทย  เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2540  อันสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 45 ที่ว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น แต่เสรีภาพดังกล่าวก็ยังถูกจำกัดได้โดยกฎหมายหากเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิ หรือความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน..."

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 5 บัญญัติว่าในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต และมาตรา 421ก็บัญญัติว่าการใช้สิทธิ ซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีมาตรฐานเช่นเดียวกับหลักการสากลข้างต้น อันแสดงว่าประเทศไทยให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน มีกฎหมายที่ความก้าวหน้าทันสมัยทัดเทียมอารยประเทศ  เพียงแต่ภายใต้ระบอบการปกครองบ้านเมืองที่แตกต่างกัน

ทุกประเทศจึงควรที่จะต้องให้เกียรติเคารพในความต่างที่เป็นจุดแข็งทางวัฒนธรรมและสังคมของแต่ละประเทศ หากผู้วิจารณ์คนใดยังศึกษาภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ไม่ลึกซึ้งถึงแก่นแท้หรือมีข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนเพียงพอไม่เข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี สังคมประเทศใดแล้ว การแสดงความเห็นว่าศาลหรือกระบวนการยุติธรรมของประเทศอื่นในทำนองห่วงใยว่าจะไม่มีมาตรฐานสากลนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ลึกซึ้ง และหมิ่นเหม่ต่อการกล่าวหากันอย่างไม่เป็นธรรม  อาจทำให้คิดไปว่าผู้วิพากษ์เจือปนด้วยอคติที่ผิดหลงมีวาระซ่อนเร้น ประเทศไทยมีเอกราชทางการปกครองและการศาลมาช้านาน  และประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ข้อห้า กฎหมายทุกฉบับออกหรือตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นผู้แทนมาจากปวงชนชาวไทยสามารถแก้ไขปรับปรุงและยกเลิกได้ ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าล้าสมัยไม่เหมาะสม ศาลเป็นเพียงผู้ใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ที่สภานิติบัญญัติตราขึ้น มีกฎหมายหลายฉบับเขียนให้ศาลแทบใช้ดุลพินิจไม่ได้ หรือต้องลงโทษสถานหนักในบางข้อหาเช่น ผลิตนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 แม้เพียง 1 เม็ดหรือ ข้อหาฆ่าบุพการี ต้องประหารชีวิตสถานเดียว เป็นต้น แม้การแก้ไขยกเลิกกฎหมายจะกระทำได้ก็ตาม  แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ความสงบเรียบร้อยของสังคมและผลกระทบข้างเคียงอื่นที่อาจตามมาด้วย อย่าให้อารมณ์หรือกระแสแห่งการปลุกปั่นยั่วยุชักจูงไปในทางที่เสียหายได้

คดีอากงเป็นแค่ปฐมบทในการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของจำเลยตามครรลองแห่งเสรีภาพที่กฎหมายเปิดช่องไว้ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด

การด่วนรวบรัดตัดความกล่าวโทษบุคคลหรือองค์กรที่ทำหน้าที่รักษากติกาสังคมอาจยังไม่เป็นธรรมนัก อย่างไรก็ตาม คนทุกชาติ ทุกภาษา ต่างหวงแหนรักในแผ่นดินเกิดของตนเองเคารพและศรัทธาในศาสดาที่เป็นผู้นำทางศาสนาของตนเอง ความแตกต่างทางความคิดเชื้อชาติศาสนาการปกครองบ้านเมืองศิลปวัฒนธรรม ประเพณี  มิใช่สิ่งผิดปกติในสังคมโลก แต่การกล่าวร้ายใส่ความ  แสดงความอาฆาตมาดร้ายศาสดาของศาสนาอื่น เป็นพฤติการณ์ที่ผู้เจริญมิสมควรกระทำอย่างยิ่ง  เพราะน้ำผึ้งหยดเดียวอาจกลายเป็นความหายนะของชาติได้

ดังนั้น หากท่านผู้อ่านอยากรู้ปัจจุบันและอนาคตของชาติใด ขอจงศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น

สำหรับชาติไทยดำรงคงเอกราชมีเอกลักษณ์ของความเป็นชาติไทย เป็นที่ชื่นชมยกย่องของคนทุกชาติทุกภาษา  เพราะผู้คนในสังคมไทยยังมีความรักสามัคคี  มีน้ำใจ เอื้ออาทรผ่อนปรนเข้าหากัน ไม่ก้าวร้าวรุนแรง โดยขาดสติไร้เหตุผลรักหวงแหน เทิดทูนในชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์จากรุ่นสู่รุ่น และปลูกฝังถ่ายทอดเป็นมรดกสู่ลูกหลานจนถึงปัจจุบัน หากคนไทยยังรักและภูมิใจในแผ่นดินเกิด ขอได้โปรดช่วยกันรักษาสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ การจะติชมวิพากษ์เป็นเสรีภาพที่กระทำได้  ขอเพียงมีจิตเป็นกลาง ไม่มีอคติ และบนฐานคติที่สร้างสรรค์ พึงอย่าได้ใช้สิทธิส่วนตนเกินส่วนจนเกินขอบเขตก้าวล้ำสิทธิเสรีภาพผู้อื่น อย่าได้แสดงความพยาบาทอาฆาตมาดร้าย ประหัตประหารด้วยอาวุธ ลมปากและความเท็จต่อผู้อื่น โดยอ้างเหตุผลทางการเมืองหรือเหตุอื่นมาสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง

อย่าให้ลูกหลานในอนาคตเหลือแค่ความทรงจำแห่งความภาคภูมิในอดีตบนซากปรักหักพังของชาติไทย ที่ผองชนรุ่นปัจจุบันได้ทำลายล้างไปอย่างตั้งใจและมิได้ตั้งใจ

สิทธิศักดิ์  วนะชกิจ
โฆษกศาลยุติธรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น แมงกุดจี่ วันที่ตอบ 2011-12-17 04:08:36

 
ความเห็นที่ 2 (3320728)
แจ้งลบความคิดเห็น

เรื่องราวทั้งหมดเหล่านี้เป็นเรื่องมวลรวมสากลประเด็นกฎหมายที่ล้าหลังของประเทศนี้  แท้ ๆ       กฎหมายไม่ใช่มีไว้เพื่อกฎหมาย แต่กฎหมายเพื่อรับใช้สังคม  และประชาธิปไตยหมายถึงกฎหมายที่รับใช้ประชาชน   ไม่ใช่กฎหมายที่รับใช้เผด็จการ หรือ รับใช้อมาตยาธิปไตย  นี่คือประเด็น   ในเมื่อวงการกฎหมายเองคุ้นอยู่กับกฎหมายโบราณ   ไม่เข้าใจลักษณะกฎหมายของประชาชน โดยประชาชน  เพื่อประชาชน  จึงก่อเกิดทิฏฐิอันเหนียวแน่น ที่ติดตรึงความคิดเดิม ๆ เอาไว้  ไม่เข้าใจคนยุคใหม่ ยุคประชาธิปไตย    การต่อสู้ของประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงต้องยืดเยื้อลากยาวต่อไป อย่างไม่ยอมท้อถอย  เพราะในที่สุด สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทิฏฐิของคนได้ก็คือ  ตาสว่างขึ้นมา นั่นเอง  

ขณะนี้ วงการนี้ยังมืดบอดครับ...........เราต้องค่อยเบิกเนตรพวกขุนนางเหล่านี้ให้ค่อยสว่าง ๆ ไปตามลำดับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุไหงปาดี ชินะกุล วันที่ตอบ 2011-12-20 19:21:43

 
ความเห็นที่ 3 (3321048)
แจ้งลบความคิดเห็น

เคยถามนักศึกษาที่เรียนกฎหมายว่าทำไมภาษากฎหมายไทยใช้ภาษาที่วกไปวนมาเข้าใจยาก เขาบอกเป็นภาษาโบราณใช้มานานแล้ว ในความเป็นจริงกฎหมายคือกฏระเบียบที่มีไว้ให้คนปฏิบัติตาม ใครฝ่าฝืนจะมีความผิดถูกลงโทษ  แต่ทำไมไม่ใช้ภาษาที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจง่ายๆตรงกัน ไม่คลุมเครือ หรือมันเป็นเทคนิคให้ประชาชนไม่อยากรู้กฎหมาย ศาล ตุลาการ นักวิชาการกฎหมายบ้านเราจึงชอบอ้างเสมอว่าคนไม่จบกฎหมายไม่ใช่นักกฎหมายไม่มีวันรู้กำหมายดีเท่าเขา ดังนั้นไม่ว่าศาล ไม่ว่าองค์กรอิสระ จะวินิจฉัยว่าอย่างไรจึงถูกเสมอ ดูจากเสียงเพียง 5 เสียงสามารถกลบเสียงประชาชนทั้งประเทศได้ ยุบพรรคการเมืองเอาดื้อๆ ได้ยินว่าต่างประเทศเขาพัฒนาถึงขั้นทำตำรากฎหมายเป็นเวอร์ชั่นต่างๆวางไว้ตามที่สาธารณะ แม้แต่กฎหมายฉบับการ์ตูนก็มีเพื่อจูงใจให้ประชาชนเรียนรู้กฎหมายด้วยตัวเอง ปฏิรูปด่วนคนไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง โล๊ะนักกฎหมายศรีธนญชัยไปเสีย และส่งเสริมให้ประชาชนเป็นนักกฎหมายมืออาชีพ

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2011-12-23 11:15:05

 
ความเห็นที่ 4 (3321053)
แจ้งลบความคิดเห็น

การกล่าวหาอากงว่าเป็นคนเจนโลกโชกโชน มีสันดานเป็นโจรผู้ร้าย มีหลักฐานอะไรก่อนหน้านี้ที่แสดงว่าอากงเคยมีประวัติและพฤติกรรมเป็นโจรผู้ร้าย อยากให้เจ้าของบทความช่วยแถลงไขด้วย เพราะเท่าที่อ่านบทความมันเป็นความคิดเห็นที่สะท้อนมาจากความรู้สึกนึกดคิด  แต่การพิจารณาคดีเขาใช้ความจริงมาตัดสิน ผู้เขียนบทความมิได้อธิบายความจริงว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จึงตัดสินให้อากงทำผิดมีโทษถึงจำคุก 5 กระทงๆละ 5 ปี รวม 20 ปี เพื่อประชาชนจะได้วินิจฉัยว่าคดีมีมูล หรือมีอคติ 4 หรือไม่อย่างไร งานนี้ต้องพิสูจน์ให้แน่ชัด และศาลยุติธรรมต้องพิสูจน์ให้สาธารณชนเห็นว่าคดีที่ตัดสินเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ มีมาตรฐานของความยุติธรรม และเหมาะสมกับเหตุ แพะไม่มีในระบอบประชาธิปไตย เพราะมันเป็นความอยุติธรรมที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2011-12-23 11:35:43

 
ความเห็นที่ 5 (3321327)
แจ้งลบความคิดเห็น

กระบวนการยุติธรรมก็ต้องถูกตรวจสอบโดยประชาชนถึงความโปร่งใส และควรยึดโยงกับประชาชน การมีอำนาจล้นฟ้าโดยไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา อาจเป็นที่มาของการหลงระเริงและใช้อำนาจไปในทางที่ผิดได้ เพราะสัจธรรมเป็นเช่นนั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2011-12-26 22:57:44

 
ความเห็นที่ 6 (3321407)
แจ้งลบความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับคณะนิติราษฎร์รณรงค์แก้ไขเพิ่มเติม ม. 112 และรวบรวมรายชื่อบุคคลเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตามข้อเสนอคณะนิติราษฎร์  เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนาความคิดไปสู่สิ่งที่ดีกว่า รอบคอบและรอบด้าน ตามหลักพุทธธรรมการต่อสู้ทางความคิดเพื่อไปสู่อิสรภาพปลอดพ้นจากความทุกข์ความอยุติธรรมทั้งปวง

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2011-12-27 16:56:48

 
ความเห็นที่ 7 (3321496)
แจ้งลบความคิดเห็น

มีข้อมูลว่า ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2549 หลังรัฐประหารเป็นต้นมาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้กล่าวหากับศัตรูทางการเมืองมากขึ้นๆ และมีบทลงโทษที่รุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกกล่าวหาในฝ่ายประชาธิปไตยจะถูกลงโทษทันที ส่วนแกนนำพันธมิตรโดยเฉพาะนายสนธิ  ลิ้มทองกุลขณะปราศัยบนเวทีมีการกล่าวคำพูดพาดพิงถึงสถาบันบ่อยครั้งมาก รวมทั้งการนำคำพูดของดา ตอร์ปิดาไปปราศัยเผยแพร่ทางทีวีผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก แต่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเอาผิดในข้อหาเดียวกัน  นี่คือ 2 มาตรฐานที่ประชาชนคนธรรมดาไม่มีสีอะไรมองเห็น และยิ่งบุกไปยึดสนามบินนานาชาติ ยึดทำเนียบไม่มีใครกล้าเอาผิด ทุกคดีเงียบหาย ถึงมีความผิดชัดแจ้งเช่นคดีทำร้ายตำรวจอาการสาหัสก็แค่รอลงอาญา นี่มันอะไรกันกระบวนการยุติธรรมไทยช่วยตอบหน่อย

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2011-12-28 13:47:57

 
ความเห็นที่ 8 (3322483)
แจ้งลบความคิดเห็น

ชื่นชมนางพเยาว์แม่ของน้องเกดกมล อัคฮาด วันนี้นำรูปถ่ายคู่ของเสแดงและน้องเกดไปมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้พอเอกประยุทธ  จันทร์โอชา เพื่อเป็นการแสดงออกของประชาชนที่ทวงถามจิตสำนึกของนายทหารที่มีส่วนในการสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้มีประชาชนมือเปล่าๆบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก บางทีครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อเพราะนับแต่นี้เป็นต้นไปประชาชนจะไม่ยอมเงียบหายอีกแล้ว มีแต่จะเดินหน้าทวงความยุติธรรมให้กระหึ่มก้องไปทั้งโลก คุณพเยาว์เธอประกาศว่าจะไม่ยอมถอยจนกว่าจะได้ตัวฆาตกรมาลงโทษ ขอชื่นชมหัวใจของแม่ผู้ยิ่งใหญ่

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2012-01-09 20:11:13

 
ความเห็นที่ 9 (3323002)
แจ้งลบความคิดเห็น

พเยาว์  อัคฮาด  เธอมิใช่เป็นแม่ของน้องเกดกมลคนเดียวที่ทวงความเป็นธรรมให้กับลูกที่ตาย แต่การยืนหยัดต่อสู้ของเธอที่ท้าทายอำนาจเผด็จการ จะทวงถามความยุติธรรมให้กับวีรชนทุกคนที่บาดเจ็บล้มตาย ทุกประโยคทุกคำพูดของเธอล้วนบาดลึกไปในจิตใจของผู้ฆ่า ว่าจะไม่มีนักสู้ธุลีดินคนไหนยอมให้ย่ำยีอีกต่อไป นักสู้ทุกคนพร้อมจะเปล่งเสียงอันดังขึ้นพร้อมๆกันทั่วโลกว่ารัฐบาลต้องนำคนผิดมาลงโทษให้ได้  นับจากวันนี้จะไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสุดที่รักของตนเพียงเพราะมายืนข้างถนนเพื่อตามหาประชาธิปไตยอีกต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2012-01-13 23:17:03




รวมความคิดเห็นบางส่วนจากเวบบอร์ด(ก่อนก.พ.2555)

รายงานเฟสบุคของผม
The lost message เมสเสทที่หายไปจากเฟสบุ๊คของผม
หนังสือพิมพ์เป็นปัญหาประชาธิปไตย เฝ้าดูหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์แดง
หนังสือพิมพ์เป็นปัญหาประชาธิปไตย สมเกียรติ์ อ่อนวิมลแตกหักมติชน
ปัญหาการสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ เป็นปัญหาอันดับ 1 ฉายารัฐบาล รัฐมนตรีปี 2554
เฝ้าดู พธม. เจ๊กลิ้มมาแล้ว มาหลังน้ำลดยุคน้องสาวทักษิณ
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรมไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งศ.อุกฤษ มงคลนาวิน
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรมไทย ฮิวแมนไรท์วอทช์ว่าทหารฆ่าประชาชน
สื่อมวลชนเป็นปัญหาหลักของประชาธิปไตย ทีวีสายหลักมีอะไรบ้างครับ วิจารณ์หน่อย
เฝ้าดูศาล และกระบวนการยุติธรรมไทย ตีโซ่ตรวนผู้ต้องหาได้อย่างไร ระบบศาลไทยล้าหลัง ป่าเถื่อน
เฝ้าดูศาล และกระบวนการยุติธรรมไทย จากตุลาการภิวัฒน์ ถึงศาลสถิตย์ศรีธนญชัย
เฝ้าดูรัฐบาลเด็ก ทิ้งทวนรัฐบาลผสมอภิสิทธิ์ ประชุมทั้งวันแจกงบแสนล้านบาท
ศาสนาพุทธ ทำไมวัดปทุมวนารามไม่ต้อนรับคนเสื้อแดง วัดเจ้าขุนมูลนายก็เป้ฯเช่นนี้
ศาสนาพุทธ แม่ชีทศพรให้แก้เคราะห์หญิงด้วยการไปเสพกาม2ครั้งจนน้ำอสุจิหลั่งทั้งสองครั้ง
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรมไทย ผมเชียร์พรรคของผมผิดด้วยหรือ มาดูหน่อยอาจจะถูกจับเข้าคุก
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรม สัญญาณอะไรที่บอกรุ่งอรุณแห่งประชาธิปไตยไทย
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรม ธาริต เพ็งดิษฐ์จองเวรนปช.ไปทำไม
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรม ธาริต เพ็งดิษฐ์ว่าจะจับทุกคนที่เอาคำพูดจตุพรไปพูดต่อ
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรมไทย ถอนประกันจตุพร พรหมพันธ์ และนิสิต สินธุไพร
เฝ้าดูศาล และกระบวนการยุติธรรมไทย เวทีเลือกตั้งกับ กกต.
เฝ้าดูศาล กระบวนการยุติธรรม วงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิช ขรก.ตัวอย่าง
จะยุบหมู่บ้านแดงทำไม วีรบุรุษวีรสตรีเพื่อปชต..ทักษิณถึงญี่ปุ่น..
จะยุบหมู่บ้านแดงทำไม วีรบุรุษวีรสตรีปชต....แดงทำผิดอะไร จะยุบหมู่บ้านเสื้อแดง ไร้เหตุผลจริง ๆ
จะยุบหมู่บ้านแดงไปทำไม เสร็จศึกอะไรคือรางวัลของผู้กล้า
จะยุบหมู่บ้านแดงทำไม วีรบุรุษวีรสตรีเพื่อปชต.....นักต่อสู้เพื่อปชต......
จะยุบหมู่บ้านแดงไปทำไม..วีรบุรุษวีรสตรีปชต....ขับเคลื่อนปชต.ทุกสถาบันตองเป็นปชต.
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. รายงานการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หนแรกในรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. ดูรัฐสภายุคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ ..รัฐพิธีประชุมสภา 1 ส.ค.2554
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ ..กกต.ไปดูงานนอก 4 คน เหลือ 1 คน
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. แก้วสรร อติโพธิ์ กับหมอตุลออกมาแล้ว
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. ผู้ทรงทบ.ฟ้องระงับเลือกตั้ง 3 ก..2554
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ ..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในรายการจอม เพชรประดับ
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ ..กกต.พบสื่อ เตรียมเลือกตั้ง
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ ..ยุบสภาก็ไปเสียทั้งพ่อทั้งลูก
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. สภาล่มแล้วล่มอีก
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. ผู้กองเหลิมมาแล้ว ไม่ทันเห็นว่าทารุณเด็ก
เฝ้าดูรัฐสภา อมาตย์ .. ชายคนนั้นก้ม ๆ เงย ๆ ใต้กระโปรง รมว.พาณิชย์
น้ำท่วมใหญ่2554..เรามองรัฐบาลอย่างไร
น้ำท่วมใหญ่2554..อย่าพยายามทำอย่างอื่น..
โลกมุ่งปชต....คุณทำอะไรเพื่อปชต.บ้าง
โลกมุ่งปชต....บทบาทของทูตต่อ ปชต.
โลกมุ่งปชต....รมว.คลังฝรั่งเปศสได้รับเลือกเป็นประธานไอเอ็มเอฟคนใหม่
บทกวี แด่ผู้อยู่ไกล
บทกวี ประชาชนไม่กลัว



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.