ReadyPlanet.com
dot dot
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletดี เล่มที่ 45
bulletดี เล่มที่ 46
bulletดี เล่มที่ 47
bulletดี เล่มที่ 48
bulletดี เล่มที่ 49
bulletดี เล่มที่ 50
bulletดี เล่มที่ 51
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletสารบาญโหราศาสตร์
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 9

 

เพื่อ ประชาธิปไตย เท่านั้น ภาค 9

 ความเห็นที่ 87

ขึ้นภาค 9 แล้วครับ

 

 

 

 

CAMBODIA

 

Pol Pot (1925-1998) and his communist Khmer Rouge movement led Cambodia from 1975 to 1979. During that time, about 1.5 million Cambodians out of a total population of 7 to 8 million died of starvation, execution, disease or overwork. Some estimates place the death toll even higher.

(ภาพเขียน) พอล พต (พ.ศ.2468 - 2541) อายุ 73 ปี และการเคลื่อนไหวของขบวนการคอมมิวนิสต์เขมรแดง จากพ.ศ.2518 ถึง พ.ศ.2522  ในระหว่างนั้น มีประชาชนชาวกัมพูชาประมาณ 1.5 ล้านคน จากจำนวนทั้งหมดของประชากรของประเทศ 7-8 ล้านคน เสียชีวิตลง เพราะเหตุจากการอดอาหาร  การสอบสวนลงโทษ  โรคภัยไข้เจ็บ และการทำงานเกินกำลังที่จะทนทานได้  ยังมีบางสำนักงานทำการประมาณการณ์ผู้เสียชีวิตได้จำนวนที่มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ภาพเขียนแสดงถึงการจองจำประชาชนแบบนักโทษ ที่ถูกปล่อยให้อยู่อย่างอดอยากเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยอาการหนักก็ต้อนออกมาเอาบรรทุกรถไปทิ้ง

 

 

 

กัมพูชา

มาฟังเรื่องราวที่ผมสรุปย่อมาจากบทความรู้ทั้งไทย-ฝรั่ง  แต่ภาพที่ลงประกอบได้จากฝรั่งทั้งหมดครับ 

มีบันทึกเรื่องกัมพูชา ที่คนไทยรู้จักกันดีว่า  กัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในฐานะดินแดนประเทศราชแห่งสยามประเทศ   อาณาจักรอยุธยาปกครองเขมรเป็นเวลาเกือบ400 ปี ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์เขมรตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดิสยามอย่างเข้มงวด ในสมัยรัชกาลที่3 ได้เกิด สงครามอานามสยามยุทธทำให้กัมพูชาเป็นรัฐอารักขาระหว่างสยามกับญวณ ก่อนที่จะตกเป็นของฝรั่งเศส ......

 

Skulls of Khmer Rouge victims
กระดูกของเหยื่อเขมรแดง นายพอล พต

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องราวที่ควรเรียกว่ายุคมืดมนอนธกาลของกัมพูชาเกิดขึ้นภายหลังได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์จากฝรั่งเศส ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาเจนีวาพร้อม ๆ กับลาว และเวียดนาม สมเด็จเจ้านโรดมสีหนุปกครองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งโดนกระทบจากสงครามเย็นระหว่างประเทศมหาอำนาจโลก ทำให้สภาพเศรษฐกิจและสังคมของกัมพูชาในช่วงปี พ.ศ. 2508 ตกต่ำมีปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างมากมาย แก้ไขไม่ได้  ยังผลให้นักศึกษาและประชาชนจำนวนมากออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาล แล้วในเดือนเมษายน พ.ศ. 2510 ชาวบ้านและชาวนาในอำเภอซัมลูด จังหวัดพระตะบอง ได้ก่อการจลาจล เผาอาคารร้านค้าเสียหายไปมาก รัฐบาลจึงส่งทหารเข้าไปปราบปรามอย่างรุนแรง ทำให้ประชาชนซึ่งถูกรวมเรียกเป็นฝ่ายซ้าย หลบหนีเข้าร่วมกับฝ่ายคอมมิวนิสต์กัมพูชา ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในพื้นที่ป่าเขาเขตแดนติดกับเวียดนาม 

 

 

 

 

Survivors remember being told that the revolution would be successful without them: "To keep you is no benefit, to destroy you is no loss."

 

ผู้รอดชีวิตมาได้ได้เล่าความจำของตนว่า พวกเขาได้รับการบอกให้ทราบว่า การปฏิวัติจะสำเร็จลงได้โดยไม่ต้องอาศัยพวกเขา  "การรักษาพวกแกไว้ ไม่ได้เกิดผลประโยชน์อันใดเลย  ทำลายพวกแกเสียก็ไม่ใช่สิ่งเสียหายอะไรเลย."  

Pol Pot, leader of the Khmer Rouge and Prime Minister of Democratic Kampuchea, in 1978. Pol Pot, is seen June 22, 1979 in the Cambodian jungle.  (AP Photo/Kyodo News) ภาพพอล พต ปี พ.ศ.2421 กลางป่าใหญ่  และ 22 มิ.ย.2422  ภาพเอพี/สำนักข่าวเกียวโต 

 

 

 

 

 

 

 

จากนั้นมากัมพูชาจึงตกอยู่ใต้อำนาจจอมเผด็จการคอมมิวนิสต์ ของนายพอล พต ผู้นำกลุ่มเขมรแดง และเข้าสู่ ยุคเขมรแดงในกำมือนายพอล พต ระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522  ซึ่งในเวลา 4 ปีใต้การปกครองของนายพอล พต กัมพูชา ตกสู่ภาวะของประเทศ ประชากรทาส ใต้เผด็จการอย่างเฉียบขาด   ตกอยู่ในความรุนแรงสุดขั้ว โดยหมายจะอาจปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเองขึ้นมารุ่งโรจน์ได้  ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกประเทศ และไม่ยอมเป็นพันธมิตรกับชาติใด ๆ ทำประเทศอยู่โดดเดี่ยว ประเทศ ออกจากอิทธิพลของต่างชาติ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา ระบบที่ดิน ยึดที่ดินทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมดเป็นของรัฐ  นั่นคือระบอบคอมมิวนิสต์แท้ 

 

 

 

 Photos of the victims of the Khmer Rouge. 
ภาพเหยื่อที่น่าสงสารของพวกเขมรแดง

 

 

ตามประวัติศาสตร์ร้ายช่วงนี้เองของกัมพูชาที่ควรเรียกว่ายุคมืดมนอนธกาลอย่างแท้จริง  และทำให้ได้เห็นว่า    นายพอล พต เป็นคนที่คลั่งอำนาจเผด็จการอย่างสุด ๆ ยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ธรรมดา ๆ มีความลุ่มหลงในอำนาจ มุ่งแนวความคิดใช้อำนาจอย่างแรง ไม่ต้องมีผู้หนึ่งผู้ใดคัดค้าน คำสั่งของเขาต้องเป็นคำสั่งปกาศิตอันสูงสุดเทียบโองการของพระเจ้า  โดยมีแนวคิดว่า กัมพูชาควรจะอยู่อย่างสันโดษ(คล้าย ๆ ความคิดทหารเผด็จการพม่า ซึ่งเห็นได้ในยุคใต้ฝุ่นนากิส นั่นเอง ประชาชนพม่า กว่า แสนสี่หมื่นคนตายเป็นศพ กองก่ายกันอยู่เต็มประเทศ แต่รัฐบาลพม่ากลับเมินเฉย  จนสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกาเตือนให้พม่าเปิดทางให้ต่างชาติเข้าช่วยเหลือแต่พม่าก็ยังเฉย)   ไม่ต้องเพิ่งวิทยาการเทคโนโลยีใด ๆ ขอให้มีข้าวกินก็อยู่ได้ เขาจึงกวาดล้างผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ทางความคิด นักศึกษาปัญญาชน แพทย์ วิศวกร นักปราชญ์ ศิลปิน ว่ากันว่าคนใส่แว่นสายตาที่ดูเหมือนมีความรู้ นั้น จะขัดความรู้สึกนายพอล พต โดยไร้เหตุผล  จะถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง ปกครองยาก จะต้องถูกฆ่าทิ้งหมด  ไม่เปิดโอกาสให้มีการขัดแย้งของผู้หนึ่งผู้ใดใต้ปกครองยุคเขมรแดงคอมมิวนิสต์ ชาวกัมพูชาทุกคนต้องเดินไปในแนวทางเดียวกันใต้ความคิดของเขา ใครไม่เดินก็ต้องตาย

 

12

 

1. Picture dated April 1976 shows Khmer Rouge fighters standing guard as he watches forced labourers digging a water canal near Battambang. (CLAUDE JUVENAL/AFP/Getty Images)
ภาพลงวันที่เดือนเมษายน ค.ศ.1976 (พ.ศ.2519) แสดงนักรบเขมรแดงยืนเป็นการ์ดขณะที่เฝ้าดูกรรมการแรงงานที่ถูกบังคับมาขุดดินคลองน้ำใกล้ ๆ เมือง บัตตัมบัง ภาพข่าวเอเอฟพี 

2.One of the Khmer Rouge's killing fields.
ทุ่งสังหารอีกทุ่งหนึ่งของพวกเขมรแดง 


 

 

 

ซึ่งแนวคิดนี้ก็คือ นายพอล พต ต้องการให้กัมพูชามีแต่ชนชั้นกรรมาชีพ(เพราะไม่ต้องการคนฉลาด รอบรู้ มีวิชาการดีอย่างไร) จึงได้ออกคำสั่ง และทั้งหลอกล่อประชาชนพลเมืองออกจากเมืองไปยังชนบทกันดาร ใช้แรงงานเพื่อการเกษตรอยู่ในค่ายแรงงาน(ประมาณการณ์ว่าพอล พตนำนำประชาชน 2 ล้านคนออกสู่ชนบท) ซึ่งประชาชนทุกคนมีสภาพชีวิตที่ลำบาก ต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก รวมทั้งไม่มีอาหารที่เพียงพอ ซึ่งในเวลากว่า 4 ปีที่ พอล พต อยู่ในอำนาจได้ดำเนินนโยบายปกครองเข้มทางเผด็จการนี้อย่างจริงเด็ดขาดมาก และโดยแบบนี้ก็ต้องมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่องแก่ผู้ที่ไม่อยู่ในแนวทางของตน จนมีผู้คนล้มตาย อดอยาก ถูกทารุณกรรม ถูกฆ่าอย่างมหาศาล

 

 

 

Rooms of the Tuol Sleng Genocide Museum contain thousands of photos taken by the Khmer Rouge of their victims.Pol Pot, leader of the Khmer Rouge and Prime Minister of Democratic Kampuchea, in 1978.
ห้องแสดงภาพหลาย ๆ ห้องในพิพิธภัณฑ์ ตูโอเสลง ที่แสดงภาพการฆ่าคนจำนวนมหาศาลโดยพวกเขมรแดง นำโดยพอล พต 

 


นอกจากนี้ เขมรแดงต้องการให้กัมพูชาเป็นประเทศที่มีแต่คนเชื้อสายเดียว คือเชื้อสายกัมพูชาเท่านั้น จึงเกิด "ทุ่งสังหาร" เพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่ขัดแย้ง ที่เป็นเครื่องกีดขวางต่อคำสั่งเผด็จการให้เกลี้ยงไปจริง ๆ ทั้งชาวเวียดนาม ชาวจีน รวมถึงคนเขมรด้วยกันเอง ซึ่งมีสถาบันต่าง ๆ ทำการประเมินประมาณได้ว่ามีผู้เสียชีวิต ประมาณ 1.5-2 ล้านคน นับเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เลวร้ายที่สุดของศตวรรษที่ 20 แห่งโลกมนุษย์ (ยิ่งกว่ารวันดา ที่ตายระดับแสน)   และซึ่งต่อมา ทางสหประชาชาติได้นำเรื่องนายพอลพต นี้ขึ้นศาลโลก และได้มีการตัดสินลงโทษไปแล้ว ขณะที่นายพอลพต แก่จนจวนจะเสียชีวิต ไม่สามารถเดินเหินด้วยเท้าได้แล้วก็ตาม

นี้คือเหตุการณ์การเมืองในกัมพูชา ช่วงที่ร้ายแรงเป็นยุคมืดมนรอนธกาลอย่างแท้จริง   การเข่นฆ่าประชาชน ยังมากมายมหาศาล ยิ่งกว่าเหตุการณ์ในอินโดนีเซีย  หลังเอกราชเช่นกัน ที่ฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายศาสนธรรมอิสลาม-คริสต์-ฮินดูและประชาธิปไตย เข่นฆ่าพวกกบฏ ที่เป็นคอมมิวนิสต์ตายไปกว่า  750,000 คน ในปี พ.ศ.........และล้างคอมมิวนิสต์ไปจากแผ่นดินอินโดนีเซีย สถาปนาระบบอบประชาธิปไตยขึ้นมาได้

 

จากยุคเขมรแดง แห่งจอมบ้าคลั่งอำนาจอย่างนายพอล พต ก็มีรายละเอียดความสับสนอนธกาลแห่งประวัติศาสตร์กัมพูชาต่อเนื่องกันมา   จนที่สุดสถานการณ์ค่อยอ่อนลงไปจนสู่ความจบสิ้นลง ทีระบอบประชาธิปไตยกัมพูชาได้ตั้งขึ้นอย่างค่อนข้างน่ามีความหวังว่าจะเจริญเติบโตต่อไป  ไม่ย้อนกลับไปสู่ความมืดทึบแห่งเผด็จการอีก

 

 

 

 

red the last 5 communist countries in the world
สีแดงในแผนที่ เหลือประเทศคอมมิวนิสต์ 5 ประเทศสุดท้ายแล้วในโลก

 

 

 ในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) มีการจัดตั้งรัฐบาล เฮง สัมริน ซึ่งเป็นหุ่นเชิดให้กับทางเวียดนาม ทำให้ พอล พต ต้องลงจากอำนาจและกลุ่มเขมรแดงต้องถอยร่นและกระจัดกระจาย

ในปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ.1982)  นายพอล พต ร่วมกับเจ้าสีหนุจัดตั้งรัฐบาลผสมกัมพูชาธิปไตย โดยมี นายเขียว สัมพัน ขึ้นเป็นผู้นำแต่เชื่อกันว่า พอล พต คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง

ในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมเพื่อต่อต้านเฮง สัมริน ช่วงที่รัฐบาลเฮง สัมรินมีอำนาจนี้ ทำให้ชาวเวียดนามอพยพมาอยู่ในกัมพูชามากขึ้น

 

 

จนเกิดกลุ่มต่อต้านเวียดนาม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

        1) กลุ่มเขมรเสรี ตั้งนายซอนซาน เป็นนายกรัฐมนตรีของกลุ่มตน
        2) กลุ่มที่สนับสนุนและยังจงรักภักดีกับเจ้านโรดม สีหนุ หรือกลุ่มมูลินากา (Moulinaka) เจ้าสีหนุ เป็นประธานาธิบดี นายซองซาน เป็นนายกรัฐมนตรี(จากกลุ่มเขมรเสรี) นายเขียว สัมพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี(จากกลุ่มเขมรแดง)

        ทั้ง 2 กลุ่มนี้ได้ร่วมมือกับ กลุ่มเขมรแดง (ของพอล พต) ต่อสู้กับเวียดนามได้ เกิดการจัดตั้งรัฐบาลผสมเรียกว่า "รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตย"

        ขณะที่รัฐบาลที่เมืองหลวงกรุงพนมเปญ ในขณะนั้น เรียกว่า "รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา" เป็นรัฐบาลของนายเฮง สัมริน(เฮง สัมริน ซึ่งมีเวียดนามหนุนอยู่) ซึ่งมีนายฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรี

       

        ไทยและจีนได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยของทั้ง 3 ฝ่าย เนื่องจากเกรงว่าเวียดนามจะมามีอำนาจในกัมพูชามากเกินไป นอกจากนี้รัฐบาลกัมพูชาประชาธิปไตยเองก็ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติ (UN) และสนับสนุนให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา โดยฝ่ายเจ้านโรดม สีหนุ ก็ใช้วิธีการทางการทูตในการขอการสนับสนุนจากนานาชาติในการกดดันให้เวียดนามถอนทหารออกจากกัมพูชา รวมทั้งใช้กำลังทหารเข้าขับไล่

จนกระทั่งต่อมา พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) อำนาจได้ตกไปอยู่ที่ นายฮุน เซน (สมเด็จฮุน เซน) และใน พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) เวียดนามยอมถอนทหารออกจากกัมพูชา

 

 

 

 

 

 

 

Norodom Sihanouk was crowned king in 1941 and held on to some form of power for 60 years. Credit Stephen Shaver/Agence France-Presse  
สมเด็จพระเจ้านโรดม สีหนุ ทรงมงกุฏกษัตริย์ในปี พ.ศ.2484 และทรงมีบทบาทในรูปแบบอำนาจหลายแบบเป็นเวลา 60 ปี ภาพจาก สตีเฟน เชฟเวอร์ ย่านข่าวสำนักพิมพ์ฝรั่งเศส

 

ในปี พ.ศ.2534 (ค.ศ.1991)  ได้เกิดเขมร 4 ฝ่าย ในกัมพูชา แล้ว  UNTAC (United Nations Transitional Authority in Cambodia) ขององค์การสหประชาชาติ ได้เข้ามาช่วยจัดการให้กลุ่มทั้ง 4 มีการประชุมตกลงเรื่องสันติภาพ และกำหนดระบอบการเมืองประชาธิปไตย โดยจะต้องมีการเลือกตั้งเพื่อได้รัฐบาลชุดใหม่  ให้มีการปลดอาวุธของทุกฝ่าย  นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กัมพูชามีกษัตริย์เป็นประมุข เจ้านโรดมสีหนุ จึงได้เป็นประมุข     ซึ่งเขมร 4 ฝ่ายนี้ได้แก่

 

        1. เขมรแดงโดย นายเขียว สัมพัน (พอล พต)
        2. เขมรเสรีโดย นายซอนซาน
        3. เขมรเฮง สัมริน (รัฐบาลพนมเปญ) โดย นายฮุน เซน
        4. กลุ่มเจ้าสีหนุ โดย เจ้ารณฤทธิ์


 แต่ผลสุดท้ายฝ่ายเขมรแดงของนายเขียวสัมพันธ์ไม่ยอมลงเลือกตั้งตามสนธิสัญญา เท่ากับเป็นการไม่ยอมรับการร่วมสร้างความเป็นหนึ่งในเขมร ตั้งแต่นั้นมาคือเขมรแดงกลายเป็นพวกนอกกฎหมาย ภายหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น

ปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ.1993) มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในประเทศเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยการควบคุมของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งพรรคที่ลงสมัคร ได้แก่
        1. พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP : Cambodian people’s party) นำโดยนายฮุน เซน
        2. พรรคฟุนซินเปค (FUNCINPEC) นำโดยเจ้านโรดม รณฤทธิ์
        3. พรรคพุทธเสรีประชาธิปไตย นำโดย ซอนซาน ผู้นำเขมรเสรี
        4. พรรคเอกภาพแห่งกัมพูชา นำโดยเขียว สัมพัน ผู้นำเขมรแดง (ไม่ได้ลงเลือกตั้ง)

 

 

 

 

 

 

Sam Rainsy                          MP Hun Sen
แซม เรนซี่ ได้ 55 ที่นั่ง                                 สมเด็จฮุนเซน ได้ 68 ที่นั่ง


และผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคฟุนซินเปค (FUNCINPEC) ของเจ้านโรดม รณฤทธิ์ ชนะการเลือกตั้ง ทำให้นายฮุน เซนไม่พอใจเป็นอย่างมากและคิดจะแบ่งแยกดินแดน ภายหลังเจ้าสีหนุประนีประนอมให้มีนายกรัฐมนตรี 2 คนได้ คือให้ เจ้ารณฤทธิ์เป็นนายกคนที่ 1 มีอำนาจมากกว่าตามฐานคะแนนเสียง ส่วนนายฮุน เซนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 (ได้รับยศ เป็นสมเ้ด็จฮุน เซน จาก พระเจ้านโรดม สีหนุ)

        ต่อมาไม่นานก็เกิดความขัดแย้งขึ้น เนื่องมาจากความต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว จึงเกิดการสู้รบกัน แต่ไม่มีแพ้ชนะ สุดท้ายนายกรัฐมนตรี 2 คนก็หมดวาระลง ส่วนกลุ่มเขมรแดง(เฮงสัมริน-พอล พต)ก็เลยเป็นกลุ่มนอกกฎหมายที่สูญเสียอิทธิพลไปในที่สุด

        และในปีพ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) มีการกำหนดให้มีรัฐมนตรีได้คนเดียว ซึ่งจากการเลือกตั้งอีกรอบผลปรากฏว่า นายฮุน เซน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว และครองอำนาจทางการเมืองมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนเจ้านโรดม รณฤทธิ์ หัวหน้าพรรคฟุนซินเปคก็ลดบทบาททางการเมืองลง จนสุดท้ายก็ถูกสมาชิกพรรคถอดถอนออกจากตำแหน่ง ได้ แซม เรนซี (Sam Rainsy) เป็นหัวหน้าพรรคแทน ขณะที่เจ้านโรดม สีหนุ ก็สละราชบัลลังก์ให้ สมเด็จกรมพระนโรดม สีหมุนี ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบัน

 

Princess

Norodom Arunrasmy

 

poses for a photo after casting her vote.
เจ้าฟ้าหญิง นโรดม อรุณรัศมี แอคท่าถ่ายภาพหลังลงคะแนนเสียงของพระองค์ ในการเลือกตั้ง 17 มิ.ย.2556แล้ว

 

 

การเลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2556  ปรากฎว่า พรรคฮุนเซน  ได้ที่นั่งลดลงไปจากเดิม จาก 90 ที่นั่งเป็น 68 ที่นั่ง  ส่วนพรรคคู่แข่ง แซม เรนซี ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นน่ายินดี  คือได้เพิ่ม จากเดิม แค่ 29 ที่นั่งเป็น 55 ที่นั่ง   ฮุน เซน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัยหนึ่ง

 

นับเป็นภาพที่น่ายินดี  และหมายถึงประชาธิปไตยกัมพูชากำลังเดินไปในระบบดีแล้ว   สำหรับฝ่ายค้าน ย่อมหวังที่จะได้เป็นรัฐบาล โดยการชนะการเลือกตั้งได้อย่างแน่นอน เห็นได้จากได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น จนสูสีกับพรรครัฐบาลเดิม 68 ต่อ 55 ที่นั่ง   กระนั้นแม้ว่า  ไม่มีความหวังอะไร  แต่สัจธรรมก็คือ  ประชาชนมักจะอยากเปลี่ยนพรรคการเมือง และมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองใหม่ให้ไปบริหารประเทศแทนพรรคเก่าที่ครองอำนาจมาหลายสมัยแล้ว   เป็นเช่นนั้นเสมอ  ครับ   จึงไม่เคยมีการท้อแท้ สำหรับสาวกประชาธิปไตย ย่อมได้บรรลุเป้าหมายแน่นอน 

 


  • ผู้แสดงความคิดเห็น   ดร.ฆิกเมฆ สุวรรณเมฆินทร์
    วันที่ 27 ก.ย.2558  01.20 น. 

 

 

 

 

 

 

ความเห็นที่ 88

 

 

มาดูภาพกันต่อสักหน่อยนะครับ  ผู้ร้าย 2ภาพบนครับ   พระเอก  2ภาพล่าง

 

1

Choummaly Sayasone                                                                  Pol Pot

 

3

Sam Rainsy   55                                            MP Hun sen  68

 

 

ภาพที่ 1 ชื่อว่าอะไรครับ ?    ข่าว(news)ไทย มักเขียนชื่อคนนี้ไม่ค่อยถูก  นั่นแสดงถึงคุณภาพสื่อไทยด้อยเหมือนกันนะครับ  ไปดู BBC  เขาตั้งชื่อชัดเลยว่า  Choummaly Sayasone, the head of the ruling communist Lao People's ก็เผด็จการลาวคอมมิวนิสต์ ไงครับ  

ภาพที่ 2 ก็เผด็จการเลือด พอล พต ไงครับ  หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เขมร  เป็นนายกรัฐมนตรีเขมรแดง อยู่ 4 ปี  ฆ่าคนพลเมือง ชาวจีน และเวียดนามต่างชาติ ตายไปอย่างน้อย 1.5 - 2 ล้านคนอย่างบ้าคลั่งอำนาจ    

 

 

วิธีดูว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่  ไม่ได้ดูที่ชื่อประเทศนะครับ   อย่างลาวนี่ เรียกตัวเองว่าเป็น  the People's Democratic Republic of Laos

 

 

หรือ เขมรแดง นายพอล พต บ้าอำนาจคนนี้  ก็เรียก ตั้งชื่อเขมรตนว่า กัมพูชาประชาธิปไตย ( Government of Democratic Kampuchea: GDK) เป็นอยู่ 4 ปีก็มาตั้งใหม่เป็น  รัฐบาลผสมกัมพูชาประชาธิปไตย ร่วมกับกษัตริย์สีหนุ  (Coalition Government of Democratic Kampuchea: CGDK)

 มีคำว่าประชาธิปไตย  แต่ทั้งลาวและเขมรแดงนั้น ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเลย  เผด็จการแท้ ๆ  มันเรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย แต่คนประชาธิปไตยจะต้องรู้ว่ามันไม่ได้เป็นประชาธิปไตย  ข่าวก็ต้องรายงานตรงไปอย่าง บีบีซีเขาครับ 


ดูได้ที่พรรคการเมืองครับ  คอมมิวนิสต์มีพรรคการเมืองเดียว   อย่างจูมาลี ไชยะสอน  เป็นประธานประเทศลาว(แทนกษัตริย์ลาวเดิม ตั้งตนเป็นกษัตริย์ลาว) เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ลาว แล้วนี่  ห้ามมีพรรคคู่แข่ง ผู้ค้านอย่างเด็ดขาด  มีต้องฆ่าทิ้ง เหมือนพอล พตเลย ครับ   นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องคอยดูในประเทศลาวคอมมิวนิสต์แน่ ๆ    

 

แต่ภาพ 3-4 นี้  พวกท่านเป็นพระเอกนะครับ  เป็นคนประชาธิปไตยแล้ว  เมื่อมีการจัดระบบเป็นประชาธิปไตย การมีพรรคการเมืองจะเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนและนักการเมือง พรรคการเมืองต้องเข้าใจอย่างดี  และต้องยอมรับในกติกา  บอล-การเมือง   คือมีน้ำใจเป้นนักกีฬา  แพ้ ก็แพ้  ชนะก็ชนะ  รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย นั่นเลย และต้องไม่มีการไปยกเก้าอี้ทุ่มใส่ประธานรัฐสภา อย่างพรรคประชาธิปัตย์ไทย ลูกน้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นอันขาด   


ปรากฎว่า  เขมรแดงของ เขียว สัมพันธ์ พอล พต  ตั้งพรรคเหมือนกันนะ เพราะจนใจต้องตั้งพรรค  มีกัน 4-5 พรรคลงสมัครเลือกตั้งครั้งล่าสุด ปี 2556 โดยสหประชาชาติมาจัดการให้  ปรากฎว่าพรรคของสมด็จฮุนเซน ได้คะแนนลดลงมากว่าเดิม เหลือเพียง 68 ที่นั่ง ทางพรรคฝ่ายค้านเดิมได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 55 ที่นั่ง  สูสีกันไปเลย   ส่วนพรรคเขมรแดง  คงได้ 0 คะแนน ไม่มีคนเลือกลงคะแนนให้เลย    ......   ได้แต่สมัคร ไม่ลงเลือกตั้ง  แล้วต่อมาก็หายไป  พอลพตกลายเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก แล้วถูกคุมขังเป็นนักโทษ  แก่ตายไปในกระท่อมกลางป่าที่เขาเอาคุมตัวไว้  


ก็จะเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ไทยครับ  เ่ข่นฆ่าประชาชน แล้วลงเลือกตั้ง  ใครเขาจะเอาล่ะ  อีกหน่อยก็จะเหมือนพอล พต เขมรแดงนี่แหละ คือสิ้นพรรคราบไปเลย รู้ตัวหรือเปล่า และการที่ประชาธิปไตยจะเกิดปัญหา สำหร้ับประเทศทั้งหลาย นั้น  มาจากปัญหาพรรคการเมือง ที่ไม่ยอมรับกติกาบอล-การเมืองแบบพรรคประชาธิปัตย์ไทยนี่แหละ

 

และมาคอยดูจอมเผด็จการลาวต่อไปนะครับ  หากฟังชื่อถูกต้องว่า  เป็นประเทศคอมมิวนิสต์  มีพรรคคอมมิวนิสต์พรรคเดียว แล้ว  แม้ชื่อมีคำว่าประชาธิปไตย ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย เผด็จการเราดี ๆ นี่เอง  และน่าระวังว่า  เขาจะทำอะไรกับประชาชน ในที่ลับในที่มืด   ครับ   นั่นแหละภัยของเผด็จการ  ยากที่จะเป็นประชาธิปไตยได้ 

 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  นายวิจัยประชาธิปไตย
    วันที่ 30 กันยายน 2558  23.15 น.

 

   

 

 ความเห็นที่ 89

 

 

 

 

ภาพทุ่งสังหาร อีก 2 แห่ง ที่มีเต็มแผ่นดินกัมพูชายุคเขมรแดง

 

การเลือกตั้งของกัมพูชาครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ 28  มิถุนายน 2556  ที่น่าสนใจก็เรื่องพรรคการเมืองนี่แหละครับ  เอามาดูก่อนก็แล้วกัน ว่ามีพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งกี่พรรค  ปรากฎว่ามีถึง 8 พรรค  ได้ คะแนนเสียง ร้อยละ  และที่นั่ง ที่ขอบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์   ดังนี้ครับ

   

     

 

   ชื่อพรรคเป็นภาษาอังกฤษ                                 Votes                     %                Seats  

 

1.   Cambodian People's Party                   3,235,969        48.83%   68  

 

2.   Cambodia National Rescue Party                  2,946,176           44.46%   55  

 

3.   FUNCINPEC                                                  242,413        3.66%    

 

4.   League for Democracy Party                     68,389        1.03%    

 

5.   Khmer Anti-Poverty Party                             43,222        0.65%    

 

6.   Cambodian Nationality Party                     38,123        0.58%    

 

7.   Khmer Economic Development Party          33,715        0.51%    

 

8.   Democratic Republican Party                    19,152        0.29%    

Total (turnout 68.0%)                                      6,627,159                         123    

 

 

Source: National Election Committee

 

 

 

  • ผู้แสดงคามคิดเห็น  นายวิจัยประชาธิปไตย  
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558  12.55 น.   
     

   

 

 

 

ความเห็นที่ 90

 


มาสู่บทสรุป ของ  ศาสนาประชาธิปไตย กันนะครับ
 
 
 
 
 

Pol Pot

, leader of the Khmer Rouge and Prime Minister of Democratic Kampuchea, in 1978. Pol Pot, is seen June 22, 1979 in the Cambodian jungle.  (AP Photo/Kyodo News)

 

 

ภาพ นายพอล พต ถ่ายภาพโดยนักข่าว เอพี-สำนักข่าวเกียวโยโดเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2522 ในกลางป่าใหญ่กัมพูชา  คำใต้ภาพบอกว่า นี่คือ พอล พต นายกรัฐมนตรี เขมรแดงของ กัมพูชาประชาธิปไตย 

ภาพคนนี้  ในท่าทางมีความสุข กำลังยิ้มอย่างสบายใจ   ที่แสดงถึงพอใจในผลงานของตน ตลอด 4 ปีที่เป็นนายกรัฐมนตรีเขมรแดง และดำเนินนโยบายคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ยอมให้มีคนผู้คิดต่าง ไม่ยอมให้มีบุคคลใดคัดค้าน  อันเป็นผลให้มีการเข่นฆ่าประชาชนกัมพูชาเอง  เวียดนาม และจีน  ตายไปถึง 1.5 - 2 ล้านคน  และทำให้เขมรเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยทุ่งสังหารที่มีหลักฐานชีวิตถูกสังหารเป็นหมู่เป็นพวกเป็นเผ่าพันธ์มากมายเต็มไปหมด  จนเมื่อปรากฎออกมาแล้ว ทำให้มีคำถามว่า  มีการฆ่าคนแบบสังหารหมู่ในทุ่ง ๆ  ที่เรียกได้ว่าทุ่งสังหาร หรือ  Killing fields มีการฆ่าหมู่เด็ก ๆ และทารก  มีการเอาคนไปขังไว้ในกรงให้อดอาหารจนผอมโซแล้วลากขนไปขึ้นรถเอาไปทิ้งลงหลุมเหมือนเศษขยะ  เป็นไปได้จริงขนาดนั้นหรือ? ซึ่งเมื่อเห็นหลักฐานแล้ว คนเชื่อจริงเช่นนั้นอย่างไม่มีข้อสงสัย   ซึ่งเรื่องนี้ได้มีบทความ และบทการศึกษา การข่าว และสารคดีต่างประเทศจำนวนมากมายหลายร้อยบทความ  อันเป็นหลักฐาน  และแสดงว่า ได้เป็นที่สนใจอย่างยิ่งของคนทั้งโลกและคนทั้งโลกเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ  


แต่รอยยิ้มของคนในภาพนี้  ดูเหมือนว่า เขาไม่ได้รู้สึกกับการกระทำบาปต่อชีวิตมนุษย์เลยแม้แต่น้อย  เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าคน 1.5 - 2 ล้านคน เป็นอย่างน้อย ที่เสียชีวิตไปด้วยการปกครองเผด็จการเข้มของเขา เป็นมนุษย์  แต่เป็นเพียงสัตว์ที่ไร้คุณค่า   ดังเช่นคำพูดของเขาที่ผู้หลบหนีออกมาได้จดจำมาได้ว่า  

 

 

 Survivors remember being told that the revolution would be successful without them: "To keep you is no benefit, to destroy you is no loss."  ประชาชนที่ควบคุมตัวมาไม่มีความหมายสำหรับการปฏิวัติเลย  ให้มีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้มีประโยชน์  ให้ตายไปก็ไม่เสียหายอะไรเลย   คิดเช่นนี้ จึงสั่งฆ่าประชาชนได้เป็นหมื่นเป็นแสนคน ถึงล้านคนได้อย่างไม่ละอายใจเลย 

 

 

 

 
นี่คือคนที่ไม่ใช่คน  เพราะเขาไม่เข้าใจความหมายของคน 

ซึ่งแท้จริง นายพอล พต เคยศึกษาพุทธศาสนา  มีตระกูลเป็นชาวพุทธ  แต่ไม่เข้าใจคำว่า มนุษย์ ตามหลักพุทธศาสนาเลย   และซึ่งแท้จริง ความหมายของมนุษย์ตามหลักพุทธศาสนานี่เองคือความหมายของ ประชาธิปไตย  ซึ่งนายพอล พต คนนนี้  ไม่เข้าใจเลย  


และภาพนี้
 
 

 
 
ชีวิตเมื่อแก่ชรา ไร้อำนาจวาสนาทางการเมืองไปแล้ว  กำลังเข้าสู่ประเด็นของการสอบสวน ว่าฆ่าล้างสังหารเผ่าพันธ์ุมนุษย์ ตายไปทั้งเผ่าพันธ์  และนายพอล พต คนนี้ควรจะยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง  แต่เขากลับพูดว่า

“I came to carry out the struggle, not to kill people. Even now, and you can look at me, am I a savage person?”   

 

 “ผมมาเพื่อต่อสู้สำหรับชนชั้นกรรมาชีพ (ชาวนา) ไม่ใช่มาฆ่าคน แม้บัดนี้ คุณสามารถมองมาที่ผมได้ ผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือ ?” 

 

"ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้วทั้งเงิน อำนาจ ทหาร หากทั้งนี้แล้ว ปล่อยให้ผมมีชีวิตรอดจนช่วงสุดท้ายเถิด"

 
ซึ่งคำพูดนี้ ก็ได้มีผลไปสู่กระบวนการศาลของกัมพูชา  (คล้าย ๆ ของศาลไทย ที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้ จนกระทั่งมีวัน  แจ้งความทั้งประเทศเกิดขึ้น) ที่ทำการพิจารณาในกระบวนการศาลอย่างล่าช้า จนถึง 3 ปียังไม่สามารถตัดสินความได้  จนนายพอล พต ตายลงไปในกระท่อม เมื่ออายุ 73 ปีก่อน  จึงได้มีการตัดสินความแด่คนที่เหลือ 2 คน ผู้นำเขมรแดง นายเขียว สัมพัน [Khieu Samphan] อายุ 83 ปีกับนาย นวน เจีย  [Nuan Chea] อายุ 88 ปี  ให้จำคุกตลอดชีวิต  (เป็นการตัดสินไม่ยุติธรรม  ความจริง โทษจำคุกน่าจะเบามาก ๆ สำหรับฆาตกรฆ่าคนนับล้าน  แต่ศาลกัมพูชาก็ได้มองว่าพอดีแล้ว  นั่นเพราะอะไร ?  และในข้อหานีิ้คือ  guilty of crimes against humanity  ทำผิดทางอาชญาต่อความเป็นมนุษย์  ก็คล้าย ๆ กับข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธ์ของ อดีตประธานาธิบดีอิรัค นายซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งมีหลักฐานว่าเขาได้ฆ่าคนเผ่าพันธ์หนึ่งตายไปถึง 3,000 คนเศษ   ซึ่งโดนพิพากษาหนัก โทษถึงแขวนคอไปหลายปีแล้ว นั่นเอง (เทียบกับพอล พต เขียว สัมพันธ์ และ นวนเจียที่ฆ่าคนเป็นล้านแล้วมีโทษแค่จำคุก...ก็ไม่ยุติธรรมละครับ)  
 

เรามีข้อสรุปว่า คนอย่างนายพอล พต นี้เป็นคนไม่มีศาสนาด้วยซ้ำ  ท่าทางของเขาจากคำพูดของเขา  แสดงว่า เขาไม่รู่ว่าอะไรบุญ อะไร บาป ตามหลักศาสนา  และ  อะไรถูก  อะไร ผิด ตามหลักกฎหมายมนุษย์ด้วยซ้ำไป   คำพูดสุดท้าย ก็เป็นคำโกหกเอาตัวรอด อย่างไม่นึกละอายใจที่ได้ทำกับคนอื่น  ที่ว่า  ผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือ ?  ............    จริง     เขาเลว และร้ายยิ่งไปกว่านั้นจริง ๆ     ทางศาสนาคริสต์และอิสลาม จะพิจารณาถึงโทษในแง่ที่ว่า  ไม่มีการสำนึกผิด ไม่มีการสารภาพบาปที่ตนเคยกระทำมา   ตายไปวิญญาณต้องตกนรกเพลิงเผาผลาญไปไม่มีวันกำหนดออก


ครับ   ในทางมนุษยโลก  เขาจึงสมควรแก่โทษสถานหนัก คือ  ประหารชีวิตเท่านั้น ครับ  เพราะอะไรครับ?  เพราะมนุษย์นั้นคือประชาธิปไตย ใครฆ่ามนุษย์ นั่นคือฆ่าประชาธิปไตย ต้องมีโทษสถานหนักครับ  

ต่อภาค 10 เลยครับ

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  นายวิจัยประชาธิปไตย  
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558  21.25 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




หมวดที่ 4 การเมือง

กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 6
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 5
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 4
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 3
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 2
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 1
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 12
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 10
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 8
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 7
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 6
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 5
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 4
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 3
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 2
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
บันทึกข่าว SMS ปราบปราม ปชช. 19-27 พ.ค.2553



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.