ReadyPlanet.com
dot dot
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
bulletภาค 2
bulletภาค 3
bulletภาค 4
bulletภาค 5
bulletภาค 6
bulletภาค 7
bulletภาค 8
bulletภาค 9
bulletภาค 10
bulletภาค 11
bulletภาค 12
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบนี้(เริ่ม ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากหน้า1(ก่อน ก.พ.55)
bulletทุกความคิดเห็นจากเวบบอร์ด(ถึงก.พ.55)
bulletดี เล่มที่ 45
bulletดี เล่มที่ 46
bulletดี เล่มที่ 47
bulletดี เล่มที่ 48
bulletดี เล่มที่ 49
bulletดี เล่มที่ 50
bulletดี เล่มที่ 51
bulletบุคคลแห่งปีของหนังสือพิมพ์ดี
bulletสารบาญโหราศาสตร์
bulletเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11
bulletMystery World Report รายงานการศึกษาโลกลี้ลับ
dot
สมัครสมาชิก
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot




กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 11

 

 

 

เพื่อ ประชาธิปไตย เท่านั้น ภาค 11

 

 

ความเห็นที่  100  

 

ขึ้นภาค 11 ไปเลยนะครับ  
มหาอำนาจสยามเสียดินแดนในยุคล่าเมืองขึ้น

 

 

 

แผนที่นักประวัติศาสตร์ฝรั่ง (จากเวบไซต์หนึ่ง) ชื่อ :
Territorial losses of Siam 1862-1909
การสูญเสียดินแดนของสยาม ระหว่างปี ค.ศ.1862-1909 (พ.ศ.2405-2452)

 

 

 ลองดู จากบน ลง ล่างของแผนที่นะครับ  เราเสียดินแดนไปมากมายขนาดไหน

1.  เสีย ชานสเตท: Shan states ที่ีติดพม่า ให้อังกฤษ ปีค.ศ. 1893(พ.ศ.2436)

2.  เสียลาวส่วนบนแม่น้ำโขง ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ. 1888(พ.ศ.2431)

3.  เสียลาว(Loas) ทั้งหมด ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1893(พ.ศ.2436)

4.  เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง 2 ดินแดน บน - ล่าง ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1904(พ.ศ.2447)

5.  เสียกัมพูชา ส่วนบน ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1907(พ.ศ.2450)

6.  เสียกัมพูชาทั้งหมด(Cambodia) ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1867(พ.ศ.2410)

7.  เสีย โคชินไชนา( Coshinchina) ให้ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1862(พ.ศ.2405)

8.  เสียดินแดนฝั่งทะเลอันดามันให้อังกฤษ ปีค.ศ.1869(พ.ศ.2412)

9.  เสียดินแดน 2 ดินแดนในมาเลเซีย(กลันตัน-ตรังกานู) ให้อังกฤษ ปีคศ.1909(พ.ศ.2452) 

 

 

 ก็เป็นยุคล่าอาณานิคม  เราเริ่มเสียตั้งแต่ Coshinchina  ในเวียดนาม(ตามข้อ 7 ครับ)ให้ฝรั่งเศสก่อนในปี ค.ศ.1862(พ.ศ.2405) ในรัชกาลที่ 5,  แล้วอีก5ปีต่อมาเสียกัมพูชาให้ฝรั่งเศส(ตามข้อ 6 ครับ) ในปีค.ศ.1867(พ.ศ.2410),  แล้ว2 ปีต่อมาอีก เสียดินแดนฝั่งทะเลอันดามัน ที่อยู่ติดพม่า(ตามข้อ 8 ครับ) ให้อังกฤษ ปีค.ศ.1869(พ.ศ.2412),    แล้วอีก 19 ปีต่อมาจึงเสียท่าฝรั่งเศสอีกครั้งหนึ่ง  เสียลาวส่วนบนแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสในปีคศ.1888 (พ.ศ.2431 ตามข้อ 2 ครับ),  อีีก 5 ปีต่อมา ค.ศ.1893(พ.ศ.2436) เสียลาวทั้งหมดให้ฝรั่งเศส(ตามข้อ 3 ครับ) และพร้อมกันเสีย Shanstates ที่ติดพม่าให้อังกฤษ (ตามข้อ 1 ครับ) ทั้ง 2 ดินแดนนี้ อังกฤษและฝรั่งเศสได้ไปในปีเดียวกัน(เหมือนกับพวกมันตกลงแบ่งกันเอาเอง) คือ ค.ศ.1893(พ.ศ.2436),      แล้วเว้นไปอีก 11 ปี เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง 2 ดินแดน บน-ล่าง(ตามข้อ 4 ครับ)ให้ฝรั่งเศสอีก คราวนี้ตรงกับปีค.ศ.1904(พ.ศ.2447),  และต่อมาอีก 3 ปี  ค.ศ.1907 (พ.ศ.2450) ก็เสียกัมพูชาให้เจ้าเดิม ฝรั่งเศส(ตามข้อ 5 ครับ)  และอีก2ปีสุดท้ายเสียดินแดน 2 ดินแดนในมาเลเซีย(กลันตัน-ตรังกานู)ให้อังกฤษ ปีค.ศ.1909(พ.ศ.2452)  ........   เป็นอันว่าเสียดินแดนเมืองขึ้นสยามไปทั้งหมด   ดีที่ไม่เสียประเทศไทยทั้งประเทศ .......   นั่นก็เพราะ พวกนักล่าเมืองขึ้นก็คงคิดได้แล้วเกิดขยาดขึ้นมาเหมือนกันว่าที่พวกมันเอาแต่ขอ ๆ ๆ ๆ และได้ ๆ ๆ ๆ  ได้เท่านี้น่าจะพอ ขอมากไปเดี๋ยวสยามเกิดตปะแตกฮึดสู้ขึ้นมา   มหาอำนาจอย่างสยามเวลานั้น ใช่ว่าจะประมาทได้..... มันคงต้องคิดอย่างนี้  ก็เลยขยาด กลัวไปเลย   ขนาดฝรั่งเศสส่งเรือรบ 2 ลำเข้ามาถึงปากน้ำ ยิงปืนเข้าถล่มกรุงเทพ    ยังต้องถอยไปเลย

 

เราจึง  เป็นประเทศเอกราชมา   ในขณะที่โลกทั้งโลกตกเป็นเมืองขึ้น(อาณานิคม)ขี้ข้าเขาไปทั้งโลก  โดยเฉพาะอังกฤษ มีอาณานิคมอยู่ทั่วโลก  จนได้ชื่อว่าแดนดินที่ตะวันไม่ตกดิน 

 

เรา  สยาม  ประเทศเอกราช   มีอธิปไตยเป็นของตนเองมาตลอดกาลอันยาวนาน  ไม่เคยรู้จักคำว่าทาส หรือ ขี้ข้าใคร 

 

ประเด็นนี้แหละครับ      ไทยจึงจะเป็นประเทศเผด็จการ  ใช้ระบอบเผด็จการไปไม่ได้   

 

จะต้องเป็นประชาธิปไตยสถานเดียวครับ 

เราจะต้องเร่งสร้างประชาธิปไตยขึ้นโดยเร็วครับ  ระวังจะเป็นอย่างลาวและพม่านะครับ  ทหารปกครอง โง่ ไม่เข้าใจเศรษฐกิจและการเมือง หาตลาดสินค้าต่างประเทศไม่ได้เลย  นำประเทศตกต่ำทางเศรษฐกิจ  จนสหประชาชาติ ต้องขึ้นบัญชีไปเลยว่าต้องจัด  ลาว  พม่า เข้าบัญชีเป็น  ประเทศในโลกที่ 4  (โลกที่ 3 คือ ประเทศด้อยพัฒนา: underdeveloped country ไงครับ   ส่วนโลกที่ 4 มีชื่อว่า ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก คือ  LCD : Least Developed Country  หรือ Fourth World) 

 

  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  ฆิกเมฆินทร์  สุวรรณเมฆ
     วันที่ 11  ธ.ค. 2558  10.05 น.

     

 

 

 

 ความเห็นที่ 101

 

ทำไมพม่าจึงเป็นอย่างนี้ ?

ใครกัน ?  ชาวพม่ารู้ จดจำอย่างไมีวันลืมชั่วประเทศพม่ามีอยู่ในโลก  อดีตผู้นำที่ประชาชนพม่าจดจำไม่รู้ลืม

 

 

 

นายพล เนวิน (ซู หม่อง) เป็นทหารอยู่เพียง 8 ปี  ถีบตัวเองขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุดผู้บัญชาการทหารพม่า ทำการปฏิวัติยึดอำนาจพม่า ครองประเทศพม่า โดยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพม่า นานถึง 26 ปี 

 

 

มีเรื่องราวของนายพลคนนี้ว่าไว้อย่างมีเหตุผลและข้อเท็จจริง น่าฟังมากจากสาละวินนิวส์   อย่างนี้ครับ (ผมใส่วงเล็บและให้สีเอง)

<<<  เขาเป็นผู้ปกครองที่ทำให้ประเทศพม่าซึ่งเคยส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก กลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกด้วยนโยบายสังคมนิยมตามแบบฉบับของตนเอง เป็นผู้วางรากฐานระบอบการปกครองทหารในประเทศพม่าให้แข็งแกร่งเกรียงไกร และปัจจุบัน เขายังเป็นผู้นำที่หลายคนเชื่อว่า อยู่เบื้องหลังหรือเป็นเงาร่างระบอบเผด็จการทหารพม่าชุดปัจจุบัน เขาผู้นี้มีชื่อว่านายพลเนวิน

 นายพลเนวินมีชื่อเดิมว่า ชู หม่อง เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๑๑ (พ.ศ.2454) ปัจจุบันอายุ ๙๑ ปี เข้าเรียนมหาวิทยาลัยย่างกุ้งได้เพียงสองปีก็สอบไม่ผ่าน เลยออกไปทำงานด้านไปรษณีย์ เริ่มเป็นทหารเมื่ออายุ ๓๐ ปี เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่ม”สามสิบสหาย”( 30 comrades ) พร้อมกับนายพล ออง ซาน บิดาของนางออง ซาน ซูจี ฝึกการรบที่เกาะไหหลำภายใต้การช่วยเหลือของญี่ปุ่น เพื่อขับไล่อังกฤษอกจากพม่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

นายพลเนวินได้รับการเลื่อนฐานะและตำแหน่งทางการทหารอย่างรวดเร็ว จนได้ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพพม่าในปี ค.ศ.๑๙๔๙ (พ.ศ.2492) หลังจากเริ่มเป็นทหารเพียง ๘ ปี

มีบุคลิก กล่าวถึงบุคลิกส่วนตัวของนายพลท่านนี้ว่ามีนิสัยโน้มเอียงไปในทางก้าวร้าวตั้งแต่เด็ก เช่น เมื่อครั้งยังเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถม เขาเคยพยายามที่จะเผาโรงเรียนของตัวเองเนื่องจากไม่ชอบไปโรงเรียน และบุคลิกนี้ได้ค่อย ๆ พัฒนามากขึ้นเมื่อก้าวสู่อาชีพทหาร โดยเฉพาะหลังผ่านการฝึกหลักสูตรตำรวจลับร่วมกับกลุ่มสหายสามสิบในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพพม่าปี ค.ศ.๑๙๔๙(พ.ศ.2492) และพัฒนาระบบหน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือ MIS (Military Intelligence Services ) จนแข็งแกร่งและกลายเป็นรากฐานของอำนาจเผด็จการทหารในประเทศพม่ามาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่กองทัพภายใต้การนำของนายพลเนวินเริ่มเข้มแข็งมากขึ้น อูนุ ผู้นำรัฐบาลฝ่ายพลเรือนกลับอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศไว้ได้ ในปี ค.ศ.๑๙๕๘ (พ.ศ.2501) อูนุจึงขอให้ทหารเข้ามาปกครองประเทศชั่วคราว โดยตั้งเป็นรัฐบาล “รักษาการ” อยู่สองปี เพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่ แต่หลังจาก อูนุ กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในปี ค.ศ.๑๙๖๐(พ.ศ.2503) อีกสองปีต่อมา (ค.ศ.1962 พ.ศ.2505) นายพลเนวินก็ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากอูนุ และเริ่มปกครองประเทศพม่า(โดยเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพม่า)ต่อมาอีกยาวนานถึง ๒๖ ปี

หลังจากนายพลเนวินเริ่มปกครองประเทศ เขาได้วางหลักการ”เส้นทางพม่าสู่สังคมนิยม” โดยดึงหลักทฤษฎีต่าง ๆ เข้ามาผสมกันจนกลายเป็นแบบฉบับของตนเอง ประกาศปิดประเทศ ระมัดระวังการติดต่อขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ จนทำให้ประเทศพม่าถูกขนานนามว่า”ฤาษีแห่งเอเชีย” 

นโยบายแรกที่นายพลเนวินประกาศใช้และสร้างผลกระทบครั้งใหญ่กับระบบเศรษฐกิจของพม่าคือการเข้ายึดกิจการต่าง ๆ ของภาคเอกชนเป็นของรัฐ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ค.ศ.๑๙๖๒ (พ.ศ.2505) หลังจากนั้นได้จัดตั้งองค์กรของรัฐขึ้นมาดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งเข้าและจำหน่ายสินค้า การยึดกิจการต่างๆ เป็นของรัฐในเวลาอันรวดเร็วทำให้การขาดแคลนสินค้าถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและตลาดมืดเริ่มขยายตัวมากขึ้น ทางด้านพรรคการเมืองและหนังสือพิมพ์ รัฐได้เริ่มเข้าควบคุมและออกกฎหมายขึ้นมาชื่อว่า กฎหมายเพื่อปกป้องความสามัคคีแห่งชาติ ส่งผลให้ข่าวสารต่างๆ ในประเทศพม่าถูกปิดกั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

และนโยบายที่ทำให้ประชาชนประเทศพม่าแทบทุกคนลืมไม่ลงคือการประกาศยกเลิกธนบัตรราคา ๑๐๐ ๗๕ ๒๕ ๓๕ และ ๔๕ จั๊ต อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธนบัตรดังกล่าวมีค่าเป็นเพียงกระดาษเปล่าและประชาชนพม่ากลายเป็นคนยากจนในชั่วพริบตา เห็นได้จากตัวเลขความเจริญทางเศรษฐกิจของพม่า ซึ่งเคยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งกลายเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกไปในที่สุด 

ความกดดันทางเศรษฐกิจและการปกครองประเทศที่ผิดพลาดดังกล่าวได้นำไปสู่การลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ของนักศึกษาและประชาชนในปี ๑๙๘๘(พ.ศ.2531) กระแสกดดันดังกล่าวทำให้นายพล เนวินจำใจต้องยอมลงจากตำแหน่งผู้ปกครองประเทศพม่า ซึ่งครอบครองมานานถึง ๒๖ ปี >>>

เนวิน นายคนนี้ เป็นเผด็จการบ้าอำนาจอย่างโง่เขลาจริง ๆ   นั่นเอง  ปกครอง โดยได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปไตยเขา  ครองอำนาจนานถึง 26 ปี  แล้วยึดประชาชนอีก ให้ประชาชนเป็นแค่ทาสแรงงาน  (เหมือนเขมรแดงพอลพต นั่นแหละครับ) ทำประชาชนและประเทศเสื่อมลงไปตามลำดับ ๆ  จนนำประเทศไปสู่ ฐานะประเทศ  LCD : Least Developed Country  หรือ  Fourth world  ดังกล่าวไว้แล้ว 

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  สุวรรณเมฆ ฆิกเมฆินทร์
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558  10.00 น.

 

 

 ความเห็นที่ 102

 

ทำไมนายพลเนวิน จึงทำอย่างนี้   และเขาทำได้อย่างไร ?  

 

คอราซอน อากีโน ไล่มาร์ก๊อส แล้ว มาไล่เนวินต่อ  สุดยอดหญิงประชาธิปไตย

 

คำว่า สังคมนิยม นั่นแหละครับ  เป็นทฤษฎีการเมืองเผด็จการอย่างเต็มตัว  คือ  สังคมนิยมคอมมิวนิสต์  นั่นเอง  วิธีการ หรือหลักการปกครองของ  เนวิน  ก็แบบเดียวกับ  พอลพต แห่งเขมรแดง  นั่นเปี๊ยบเลย  เริ่มด้วยยึดกิจการ ทรัพย์สินของเอกชน เกณฑ์ประชาชนไปทำงานรวม ฯลฯ เห็นไหมครับ  ซึ่งพอลพต แห่งเขมรแดง  นั้นบอกชัดว่าเป็นเขมรแดง  คือเป็นคอมมิวนิสต์ พอลพตอยู่ในอำนาจเพียง 4 ปี  แต่ใช้ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์อย่างเต็มตัว หมายถึงใช้อำนาจเผด็จการทหารอย่างไม่ยับยั้ง  จึงส่งผลเด็ดขาดรวดเร็ว ในการทำลายล้างระบอบเสรีชน ทั้งทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนเขมรยุคเขมรแดงครองอำนาจ อย่างมหาศาล พอลพตแรงกว่าเนวินเยอะเพราะฆ่า ประหารชีวิตประชาชน และเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต ตายไปอย่างเป็นประวัติศาสตร์ชาติมนุษย์ในโลกนี้ โดยระบอบนี้ทำลายชีวิตประชาชนเขมรไปถึง 1.5 - 2 ล้านคน แต่ศาลกัมพูชาลงโทษเพียงจำคุก  ...   ส่วนเนวิน  ทำลายล้างเศรษฐกิจ ด้วยความโง่เขลา  ปฏิบัติการใหญ่ไปโดยปราศจากหลักวิชา ข้อมูล  การวิจัย  และความรอบคอบไปอย่างสิ้นเชิง  ขาดจิตใจที่มีการมองความหมายของประชาชน  ว่าเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับตนอันเป็นหลักการประชาธิปไตย    และบ้าอำนาจ  จนพม่ากลายเป็นประเทศยากจนที่สุดในโลก  ทำลายระบอบการเมืองจนยากที่จะฟึกฟื้นขึ้นมา  ทางฝ่ายประชาธิปไตย ได้โดยง่าย


และมีอะไรในพม่ายุคนั้นที่น่าจดจำจารึกหลายอย่าง 

ที่สำคัญคือ  คณะสงฆ์ ในพม่า  ที่แท้จริงเป็นฝ่ายธรรมะ อยู่อย่างสงบตามรอยขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า  ยังทนไม่ไหว  ต้องออกมาเดินขบวนต่อต้าน  ไล่นายคนนี้ออกไปเสียจากอำนาจ 


ขนาดฟิลิปปินส์ นางคอราซอน อากีโน ที่ต่อมาได้เป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของฟิลิปปินส์คนที่ 11  หลังรวมชาวฟิลิปปินส์ไล่ นายพล  เฟอร์ดินาน มาร์กีอส  ลงจากบัลลังก์ได้(รีบพาภริยา ครอบครัว ขนเข้าของหนีไปอยู่ฮาวาย)   แล้วยังทนดูนายพลเนวิน  ที่พม่าไม่ได้   ได้ให้คำชี้นำหนุนนักศึกษาพม่าต่อต้านระบอบเนวิน ข้ามทะเลมาเลย  นี่คนเก่งต้องทำอย่างนี้


ทำไมเนวิน จึงทำอย่างนี้  และทำไมนายพลที่ครองอำนาจพม่าต่อจากเขามา(ตาลฉ่วย มั่ง  เต็งเส่ง มั่ง) จึงไม่ใช้ความคิด  นี่เป็นคำถามสำคัญ ?


  • ผู้แสดงความคิดเห็น  สุวรรณเมฆ ฆิกเมฆินทร์

             วันที่ 15 ธันวาคม 2558  09.40 น.  

 

 

 

 

 ความเห็นที่ 103

 

ภาพพอลพต ตอนเขาจับไปขึ้นศาล ในข้อหา ทำร้ายเผ่าพันธ์มนุษย์  ข้อหาเดียวกับ ซัดดัม ฮุสเซน ๆ สั่งฆ่าชาวเคิร์ตไปเพียง 3 พันคนถูกพิพากษาให้แขวนคอ  แต่ศาลเขมรแดงให้จำคุก คน-ฆาตกรที่ฆ่าประชาชนไป ร่วม 2 ล้านคน

 

พอลพต แห่งเขมรแดง  กับ  เนวิน แห่งพม่า  เป็นคนประเภทเดียวกันครับ  แต่เนวินอ่อนกว่าพอลพตหน่อย  คือเนวินแค่ สังคมนิยม   แต่พอลพต  เขมรแดง เป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์เต็มตัวไปเลย   ขณะที่พอลพตมีอำนาจอยู่ 4 ปี  เขาทำได้  ได้ผลงานระบือลือลั่นไปทั่วโลก เขาเกณฑ์ชาวเขมรออกไปสู่ชนบททันทีที่เขาได้อำนาจ กว่า 2 ล้านคน ทำงานนารวม  พัฒนารวม  ขุดดินขุดคลองรวม   ขังรวม  อยู่เรือนรวม กินรวม  และขนออกไปเททิ้งลงหลุมฝังเมื่ออ่อนแอหรือป่วยไข้รวม และปิดประเทศไม่ให้ใครรู้ใครเห็นเป็นฤาษีเหมือนพม่าเลย (แต่นักข่าวเขาได้กลิ่น ตามไปพบอะไรที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ต่อมาเขาก็ยิ่งตามไปดู) โดยระบอบพอลพตเป็นผลให้ประชาชนเขมร รวมทั้งประชาชนคนอื่นเช่นเวียดนาม เสียชีวิตไปถึง 1.5 - 2 ล้านคน  มีหลักฐานที่เป็นทุ่งสังหารหลายร้อยทุ่งไปเลย  มีหัวกะโหลกใส่ไว้ในตึก ไว้ให้คน นักท่องเที่ยวมาดู ว่ามีแห่งเดียวในโลก  ดูแล้วยังครับ  ?  

 

และภาพข้างล่างนี้ เห็นแล้วนึกว่าเขาทำไม่ได้หรือ ?   เขาได้ทำมาแล้ว   ภาพนี้จากหนังสือพิมพ์ฝรั่ง เขาเขียนขึ้นตามข้อเท็จจริง ที่นักข่าว นักวิจัยฝรั่งวิจัยพบ  ดูสิครับ

 

   

ภาพทหารพอลพตฆ่าเด็กกำพร้า พ่อแม่ตายหมดไม่มีใครเลี้ยงเป็นภาระของรัฐบาลพอลพต  
ก็ให้ฆ่าทิ้งเสีย ศิลปินฝรั่งเขาเขียนขึ้นโดยจิตนาการไปจากภาพต้นไม้โชกเลือดภาพล่างนี้ครับ

 

คำภาษาเขมรแปลเป็นอังกฤษว่า  killing tree against which executioners beat children
แปลเป็นไทยว่า  เจ้าหน้าที่ทหารของพอลพต นำเอาเด็ก ๆ มาเฆี่ยนและฆ่าที่ต้นไม้ต้นนี้

 

 

คิดต่อไปได้แล้วยังล่ะครับ ?

ก็คนนี้ไงครับ  

 

 

 

หากประชาชนพม่า ไม่ลุกขึ้นไล่คน ๆ นี้ ในเดือน 8 ปี 1988 (พ.ศ.2531) แล้ว แกก็จะเดินตามพอล พต นั่นแหละครับ   แล้วสิ่งที่จะเกิดก็จะเป็นแบบเดียวกันกับที่เกิดในเขมร  อาจจะมีทุ่งสังหารเกิดขึ้นในพม่ามากกว่าในเขมรก็ได้

 

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ฆิกเมฆินทร์ สุวรรณเมฆ

             วันที่ 15 ธันวาคม 2558  22.00 น. 

 

 

 

 ความเห็นที่ 104 

 

แต่ กัมพูชา แก้ตัวได้ครับ ภายใต้การช่วยเหลือแนะนำของประเทศประชาธิปไตยและองค์การสหประชาชาติ    เขายอมรับพรรคการเมือง   ให้พรรคการเมืองหลาย ๆ พรรคมาต่อสู้กัน ตามแนววิถีทางประชาธิปไตย   นั่นหมายความว่า  จะเป็นประชาธิปไตย  จะรับระบอบประชาธิปไตย  จะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน คนใดก็ได้  มีสิทธิตั้งพรรคการเมือง  เมื่อตั้งพรรคการเมือง  หัวหน้าพรรคนั้นแหละ ที่มีอนาคตเป็นนายกรัฐมนตรี  หรือ ประธานาธิบดีของประเทศนนั้น   อย่างกัมพูชา ในที่สุดก็ตกลงกันได้เรื่องพรรคการเมือง  ก็ได้เปิดให้ตั้งพรรคการเมืองได้  แล้วมาสู้กัน  โดยให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้เลือกตั้ง   ใครได้คะแนนความชอบของประชาชนสูงสุดก็ชนะ

กัมพูชา ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด .... มีพรรคการเมืองถึง 6 พรรค มาสู้กัน โดยประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ลงคะแนนให้   และพรรคเดโช ชนะ  ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลบริหารประเทศมาจนถึงบัดนี้   พรรคที่แพ้ก็เตรียมตัวสู้ต่อไปในสมัยหน้า  คือประชาธิปไตย เมื่อชนะแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปเข่นฆ่าพรรคฝ่ายค้านของตนให้ตายไปหมด เพื่อที่จะไม่ต้องมีคนคิดเห็นแตกต่างไปจากตน  แต่ยังให้เขาคิดต่างไปได้ ตามสบาย   พรรคที่แพ้ก็อยู่ต่อไป และมีสิทธิพูดเรื่องใดใดที่เป็นนโยบายการเมือง  ซึ่งหมายถึงพูดเรื่องที่จะทำอะไรเป็นประโยบน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ  ในทางที่ตรงข้ามกับฝ่ายชนะ ที่ได้เป็นรัฐบาลได้   นี่คือกติกาประชาธิปไตย    

 

ง่าย ๆ เหมือนเล่นฟุตบอลเลยละครับ    เพียงแต่ต้องเคารพกติกาการเล่น  อย่างแน่นอน  

และกติกาง่าย ๆ ก็คือ  เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์เสมอไป  พรรคไหนได้คะแนนเลือกตั้งสูงสุด  ก็ชนะ  และ ต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรี(หรือประธานาธิบดีก็แล้วแต่)   ทันที   


แต่พม่า  ทำไมจึงไม่ทันที ?   ทำไมจึงเป็นอย่างนี้ล่ะ ?   ไปทำให้กติกายากไปทำไม  ?   

 

มันจะต้องรู้ผลตั้งแต่วันเลือกตั้งเลยทีเดียว ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี  นี่คือ  ประชาธิปไตย 


  • ผู้แสดงความคิดเห็น  นายวิจัยประชาธิปไ/ตย
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558  10.30 น.

 

 

 

ความเห็นที่ 105 

 

มาดูภาพต่อไปอีกหน่อยนะครับ

ภาพคนตาย และ  ภาพความพินาศ  ฉิบหายของประเทศ

 

 

 

ภาพทหารพอล พต เผด็จการ ทั้ง 4 คน  ออกท่าทางเหี้ยมโหด ไล่เตะ ต่อยตี อย่างกับว่าชายคนนี้ ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดอย่างยิ่งใหญ่ แล้วไปลงเอยที่ภาพข้างล่างครับ พอจะเริ่มมองเห็นหลักการประชาธิปไตยบ้างแล้วหรือยังครับ  ประชาชนจะต้องเป็นใหญ่  เป็นผู้ครองอำนาจอธิปไตย และภาพเช่นนี้จะมีขึ้นในระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ 

 

ภาพเขียนจากจินตนาการ พอลพตเอาประชาชนไปขังรวาม  เมื่อเจ็บป่วย ไม่รักษา ปล่อยให้หายเอง  หากไม่หายก็เอาไปขังรวมกันไว้  แล้วลากตัวออกมาขึ้นรถเอาไปทิ้งลงหลุม ถม ทั้งเป็น ทั้ง ๆ ที่มีชีวิตอยู่  ดูทหารที่ทำงานอย่างนี้  ช่างไร้ความรู้สึกเสียจริง ๆ  ทำไมเขาต้องเชื่อฟังคนบ้า และบ้าเลือด อย่างพอล พต 

 

ดูทหารพอลพต ภาพที่ถ่ายมา บอกเราว่าเป็นทหารที่  ไม่ใช่คน  จิตใจยิ่งกว่าสัตว์ร้ายในป่า  จะเห็นเด็กที่ถูกกระชากลากตัวไปตื่นกลัวแทบสลบ  เห็นหญิงคนหนึ่ง  แน่นอนเป็นมารดาของเด็กชายคนนั้น ก็ไม่รู้จะช่วยลูกตนอย่างไร ได้แต่ยื่นมือตามไขว่คว้า และร้องไห้ เสียน้ำตาไป เท่านั้น  ท่านคิดว่าทหารบ้าพวกนี้จะเอาเด็กชายคนนี้ไปไหน ? คำตอบคือเอาไปเฆี่ยนและฆ่าเสียที่ต้นไม้ต้นนั้นแหละครับ  และท่านเชื่อไหม  อีกหน่อยทหารอีกคนที่นั่งข้าง ๆ แม่เด็กชาย ทั้งร้องไห้ตามลูกชาย ก็จะคุมเอาตัวมารดา  ไปฆ่าทิ้งเสียเช่นเดียวกัน ?  ดูประชาชนนับร้อยที่ยืนดูอยู่  พวกเขาก็จะต้องตกใจ เศร้าใจ และครั่นคร้ามจริง ๆ  แต่พวกเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย และแน่นอน  ต่อไปทหารพวกนี้ก็จะพาประชาชนที่ยืนดูอยู่ขณะนั้น ไปรวมกันในโรงงานและให้ช่วยกันทำงานระบบรวมคอมมิวนิสต์ต่อไป ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับแม่ลูก   อย่างแน่นอน 

 

แล้วนี่อะไร ?

 

นี่แหละเผด็จการคอมมิวนิสต์ ทหารถือปืนจ้องเลย ดูดี ๆ นะครับ ล่อปืนกลเลยนะ  ใครไม่ขยันทำยิงทิ้งทั้งหมู่ทั้งหมดได้เลย  ดูหนังเรื่อง บัญญัติสิบประการหรือเปล่าครับ เหมือนทาสในอียิป์ยุคนั้น ที่ระดมมาร่วม 6 หมื่น สร้างมหาปิรามิด แต่ก็ไม่เห็นว่าเขาตั้งท่าโหดแบบทหารพอลพตเลย 

 

แล้วนี่

 

 

 

 

พอล พต นักข่าวต่างประเทศเข้าไปพบถึงกลางป่า  เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับการสั่งฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เขายิ้มหัวเราะอย่างสบายใจมาก ๆ กับสิ่งที่เขาได้ทำไว้ อย่างภาพข้าง ๆ ข้างล่างเขา  

 

 

และภาพข้างล่าง ไซโคลน นากิส เมื่อ 3 พ.ค. 2008(พ.ศ.2551)ถล่มพม่า  ข่าวฝรั่งเล่าว่า รัฐบาลพม่าของเต็ง เส่งรายงานไปถึงคนเสียชีวิต 138,366 คน ก็หยุดรายงานลงแค่นั้น หากรายงานต่อจำนวนคนตายจะมหาศาลเกินไป จะทำให้รัฐบาลเสียหาย   ส่วนค่าเสียหายนับหมื่นล้าน คือ หกหมื่นสองพันเก้าร้อยแปดสิบแปด ล้านเค(เค. คงเป็นหน่วยเงินพม่า?) เท่ากับ สิบพันล้านเหรียญสหรัฐ ...<<<... Damage was estimated at over K62,988,000,000 (US$10 billion), which made it the most damaging cyclone ever recorded in this basin.>>>

 

 

   

   

   

 

 

แล้วดู

 

 

 

 

 

แล้วดู 

 

 

 

 

 

 

สภาสูงพรรคซูจี ได้ 135 ที่นั่ง ทหารได้ 11 ที่นั่งเอง  จากทั้งหมด 224 ที่นั่ง  สภาล่าง ซูจีได้ 255 ที่นั่ง ทหารได้แค่ 30 ที่นั่ง จากทั้งหมด 440 ที่นั่ง  พรรคอื่นจาก 90 พรรคได้กันมากกว่าพรรคทหารเสียอีก   พรรคทหารได้ที่โหล่ ว่างั้นเถอะ  แบบนี้ทหารต้องมองดูตนเองนะครับ  อย่าไปคิดนอกหลักระบบประชาธิปไตย แบบทหารไทยคนข้างล่างนี้เป็นอันขาด  จะเห็นว่าพม่าใหม่ เขาให้ประชาชนเลือกทั้งสภาสูงและสภาล่าง  เห็นไหมครับ  นั่นหมายความว่า เต็ง เส่งคิดเข้าระบบประชาธิปไตยเลย  โดยมอบอำนาจอธิปไตยทั้งสิ้น  ทั้งสองสภาแด่ประชาชนทั้งหมด     ผิดกับไทยยุคที่ผ่านมา  เขาจะแก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนเลือกสภาสูง ศาลรธน.ไทยยังมองว่าเขาจะทำลายประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่เขาจะทำให้มันถูกประชาธิปไตย  เอาเรื่องใหญ่  จะเอาสส.พรรครัฐบาลไปเข้าคุก  โอ.....สติวผิดแท้ ๆ โลกเขาหัวเราะกันทั้งโลก

 

 

 

 ไทยบโพสต์ Monday, November 16, 2015 - 00:00 
<<< ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ชี้ชัยชนะเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์อย่างถล่มทลายของพรรคซูจีเป็นผลลัพธ์ของการปฏิรูปของรัฐบาลพม่าชุดนี้ พร้อมรับปากจะถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น

อดีตนายพลซึ่งกลายมาเป็นผู้นำรัฐบาลกึ่งพลเรือนเมื่อ ปีก่อน ได้กล่าวต่อที่ประชุมตัวแทนพรรคการเมืองร่วม 90 พรรค ที่นครย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ย. 2558 โดยคุยว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพม่านับแต่ยุติการปกครองโดยระบอบทหาร

"การเลือกตั้งนี้เป็นผลจากกระบวนการปฏิรูปของเรา และเราสามารถจัดการเลือกตั้งได้ประสบความสำเร็จมา ตามที่เราสัญญาไว้" เต็ง เส่ง กล่าวในที่ประชุมซึ่งเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกของเขาหลังจากวันเลือกตั้ง
"เราจะส่งมอบกระบวนการ (ปฏิรูป) นี้แก่รัฐบาลชุดใหม่" คำรับประกันของประธานาธิบดีซึ่งเป็นผู้นำพรรครัฐบาล สหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านเมื่อเปิดประชุมรัฐสภาสมัยหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เขายังได้บรรเทาความหวั่นวิตกเรื่องการเปลี่ยนถ่ายอำนาจด้วยว่า "ไม่ต้องกังวลเรื่องการถ่ายโอนอำนาจ"

เต็ง เส่ง กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งถือเป็น "หน้าที่" ของประเทศประชาธิปไตย และพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมีความรับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน ส่วนพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ควรทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุล ถึงจะเรียกว่าประชาธิปไตย

การนับคะแนนยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่จากผลอย่างเป็นทางการล่าสุดเมื่อค่ำวันอาทิตย์ พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของซูจี กวาดที่นั่ง ส.ส.ได้แล้วเกือบ 80% ของรัฐสภา ทั้งหมดเท่าที่ทราบผล ส่วนยูเอสดีพีได้แค่ 8% และพรรคตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้ประมาณ 11%

ทิน เอ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเนปิดอว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ "เสรีและยุติธรรม" และจากพรรคการเมือง 91 พรรคที่ส่งผู้สมัครรับการเลือกตั้ง มีเพียง 11 พรรคที่สามารถแทรกผู้แทนเอ็นแอลดีเข้าสภาได้

นับแต่นำรัฐบาลกึ่งพลเรือนชนะการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2553 ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้เปิดกว้างประเทศจากที่เคยถูกโดดเดี่ยวมายาวนานหลายสิบปี เขาปล่อยตัวนักโทษการเมือง ผ่อนคลายการควบคุมสื่อ และเปิดรับทุนต่างชาติ ..... >>>

  

  • ผู้แสดงความคิดเห็น  ฆิกเมฆินทร์ สุวรรณเมฆ
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558  22.45 น.

 

 

 ความเห็นที่ 106

จบลงด้วย 2 ภาพนี้ืก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

เรื่องที่ประเทศไทยต้องเตรียมสำหรับประชาธิปไตย   ก็คือเรื่อง  พรรคการเมือง  ครับ

 

ยังไม่จบครับ  ดูนี่

 

 

แล้วแก้อย่างไรล่ะครับ  ที่ว่า โสมมแค่ไหนนั้นน่ะ.......?   ต้องแก้ 2 อย่างก่อน ท่านเข้าใจไหม ?  1...แก้ระบบ   2.  แก้บุคคล    เดี๋ยวนี้ทั้งระบบ และบุคคลในระบอบประชาธิปไตยเรา มันยังไม่เข้าระบบที่สมบูรณ์  มันยังไม่มีบุคคลที่เข้าใจอะไรเลย  มันจึงออกผลมาไม่ได้ดี ดั่งใจ จนคุณต้องบริภาษว่าโสมมไงล่ะ   แต่ประเทศต้องมีการปกครอง และต้องเป็นประชาธิปไตย  จึงต้องช่วยกันแก้    แต่ไม่ใช่แก้ด้วยเอาระบบทหารเผด็จการมาใช้ มาปกครองประเทศ     เพราะว่า   มันจะนำไปสู่  เนวิน  และพอลพต   ไง...... คิดดูดี ๆ หน่อยสิ  ใช้หัว ๆ ๆ ๆ


 

เอาละครับ  มาจบที่ 2-3 ภาพนี้  อ่านเอาเองนะครับ  ตีความเอาเอง

 

เต็ง เส่ง  จับมือกับ บารัค โอบามา   เต็งเส่งระวังนะครับ......

 

 

 

 

 

         

 

 

 

จบภาค 11 ครับ



  •  ผู้แสดงความคิดเห็น  สุวรรณเมฆ ฆิกเมฆินทร์ 
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558  21.35 น.

 




หมวดที่ 4 การเมือง

กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 6
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 5
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 4
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 3
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 2
กระทู้ 2 ประชาธิปไตยคือลมหายใจแห่งชีวิต ภาค 1
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 12
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 10
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 9
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 8
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 7
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 6
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 5
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 4
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 3
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 2
กระทู้ 1 เพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น ภาค 1
บันทึกข่าว SMS ปราบปราม ปชช. 19-27 พ.ค.2553



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (163826)

 ติดตามหนังสือพิมพ์ดีอินเตอร์เน็ตมาตลอด ให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยสากลอย่างดีเยี่ยม และคนไทยเบื่อหน่ายประชาธิปไตยแบบไทยๆที่วนเวียนกับการรัฐประหาร ฉุดรั้งการเมือง การเศรษฐกิจให้ตกต่ำอยู่ในขณะนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น กระจกเงา วันที่ตอบ 2016-06-24 17:13:22 IP : 49.229.212.183


ความคิดเห็นที่ 2 (163982)
Led Britain is the world's largest business network, help like Niek Alofs such professionals find contacts within the enterprise, and through the network to contact candidates. kyrie irving shoes http://www.kyrie-1.com
ผู้แสดงความคิดเห็น kyrie irving shoes (sazmmvdjdg-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-09-28 10:27:13 IP : 208.110.64.202



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.